Home / Tag Archives: เครื่องสำอาง

Tag Archives: เครื่องสำอาง

กฎในการเลือกซื้อเครื่องสำอางคุณภาพดีและสวยสุดคุ้ม

เพราะการแต่งหน้าทำให้ผู้หญิงเราสวยและดูดีเสมอ แต่ก่อนอื่นเราจะต้องรู้จักเลือกซื้อเครื่องสำอางมาใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว สีผิวและอีกหลายๆ ปัจจัยที่จะทำให้การแต่งหน้าออกมาสวยสมบูรณ์แบบมากขึ้น สาวคนไหนที่ถือว่ายังเป็นมือใหม่ในการแต่งหน้า แน่นอนค่ะว่าการเลือกซื้อเครื่องสำอางครั้งแรกๆ นั้น ตอนที่คุณยังไม่มีประสบการณ์คุณอาจซื้อมาแบบผิดๆ ถูกๆ ได้สีสันของเมคอัพที่ไม่สวยโดนใจ แต่งเติมไปแล้วไม่แมทช์กับสีผิว และไม่ว่าจะปัญหาใดก็ตามที่ทำให้คุณไม่ปลื้มกับการซื้อเครื่องสำอางเลย วันนี้ Yinglek.com เรามาแก้ปัญหานี้ด้วยกฎในการเลือกซื้อเครื่องสำอางแบบสุดคุ้มที่จะทำให้คุณได้เมคอัพดีๆ มีคุณภาพ สีสันสวยงามและสมกับราคาที่จ่ายไปพร้อมกันดีกว่า กฎของการเลือกซื้ออายแชโดว์สีสันใหม่ๆ อายแชโดว์มีให้เลือกใช้ด้วยกันหลายสีมาก และสำหรับสีที่ออกมาใหม่ๆ ย่อมยั่วยวนคุณไม่น้อย สำหรับคนที่ไม่มันใจว่าสีผิวจะเข้ากันหรือไม่หรือแต่งอย่างไรให้เกิด อย่าเพิ่งใส่ใจแค่หลังจากพนักงานเคาท์เตอร์แต่งเสร็จแล้วเท่านั้นนะคะ เพราะหลังจากนั้นคุณจะต้องแต่งด้วยตัวเองจริงๆ เมื่อซื้อกลับไปแล้ว นั่นแหละคือปัญหาว่าคุณจะแต่งอย่างไรให้ออกมาสวยปิ๊งเหมือนตอนลองกับพนักงาน ดังนั้น ในระหว่างที่ลองคุณอาจจะขอเทสต์มันด้วยตัวเองหรือจะต้องสอบถามเทคนิคในการแต่งด้วยว่าแต่งอย่างไรให้ออกมาสวย แมทช์กันอย่างลงตัวแท้จริง เพราะถ้าหากคุณแต่งออกมาไม่สวยดั่งใจ มีหวังอายแชโดว์สีตลับใหม่นั้นอาจจะถูกวางทิ้งขว้างอย่างไม่ได้รับการแยแสอีกเลยก็เป็นได้ กฏของการเลือกซื้อรองพื้น การเลือกซื้อรองพื้นนั้นเราจะต้องเลือกให้สว่างกว่าสีผิวจริงสัก 1 เฉดจริงมั้ยคะ แต่รองพื้นมันมักจะต้องรอเวลาให้เซ็ทตัวก่อนมันจึงจะปรับสภาพสีผิวแท้จริงให้เราเห็นได้ ดังนั้น หากคุณสาวๆ ซื้อรองพื้นและกำลังเทสต์อยู่ล่ะก็ อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อในขณะนั้นเด็ดขาด รอให้รองพื้นแห้งและเซ็ทตัวเองก่อนสักพักดีกว่าหรือเดินออกไปข้างนอกเคาท์เตอร์ เพื่อให้แสงจากธรรมชาติได้กระทบส่องลงบนผิว คุณก็จะพบกับสีผิวจริงหลังจากรองพื้นเซ็ทตัวไปแล้วเรียบร้อย เมื่อนั้นก็ย่อมทำให้เกิดความแตกต่างและทำให้คุณพิจารณาที่จะเลือกซื้อรองพื้นกลับบ้านได้มากขึ้นแล้วค่ะ กฏของการเลือกซื้อลิปสติก เมื่อลิปสติกมีสีสันใหม่ๆ ออกมาวางจำหน่าย บรรดาสาวๆ ที่รักการทาลิปสติกเป็นชีวิตจิตใจจะต้องรีบกระโดดเข้าใส่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางชิ้นนั้นแน่ๆ แต่การเทสต์สีลิปสติกลงบนริมฝีปากเรานั้น คุณจะต้องมั่นใจว่าได้ลบสีลิปสติกเก่าๆ หรือสีที่เทสต์ก่อนหน้าออกไปแล้ว เพราะหากทาสีลิปทับกัน มันจะทำให้คุณไม่สามารถเทียบเห็นความแตกต่างกันได้ เผลอๆ ยังอาจเข้าใจผิดคิดว่าลิปสติกแท่งล่าสุดที่เพิ่งทาไปนี่แหละที่สีสวยมากที่สุดแล้ว ทั้งที่จริงๆ มันก็คือการผสมสีกับสีก่อนๆ เท่านั้น ดังนั้น แนะนำให้ลบสีลิปสติกเก่าออกจากปากก่อนให้หมดดีกว่าแล้วค่อยเทสต์เป็นสีๆ ไปนะคะสาวๆ เชื่อมั่นในตัวเองก่อนซื้อเครื่องสำอางทุกครั้ง แน่นอนค่ะว่าหากคุณไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางคนเดียว คุณจะต้องได้รับแรงเชียร์จากพนักงานที่เคาน์เตอร์มากแน่ๆ และบางทีสีสันของเครื่องสำอางนั้นๆ อาจจะไม่เหมาะสมกับคุณเลยก็ได้ ดังนั้น จะให้ดีคุณควรมั่นใจด้วยตัวคุณเองดีกว่า หรืออาจจะพาเพื่อนสาวคนสนิท พาญาติๆ ไปเดินเลือกเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ ให้ญาติหรือให้เพื่อนของเราช่วยดูให้จะดีกว่า อีกทั้งยังทำให้พนักงานขายพลอยเกรงใจเรามากขึ้นด้วย งานนี้คุณก็จะไม่รู้สึกถูกกดดันจากพนักงานที่เคาท์เตอร์มากเกินไปแล้วล่ะ เห็นกันหรือยังคะสาวๆ หากคุณเป็นมือใหม่ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางมาใช้ให้เหมาะสมกับสีผิวและใช้ให้สวยตรงใจจริงๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรื่องแบบนี้มันซับซ้อนและละเอียดอ่อนค่อนข้างมากค่ะ เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป อย่าลืมนำกฏของการเลือกซื้อเครื่องสำอางในราคาสุดคุ้ม ได้คุณภาพดีและสวยถูกใจไปใช้กันบ่อยๆ นะคะ ที่มาของภาพ darafashion.gmember.com, waacademy.com, playbuzz.com, makeupbysiham.blogspot.com  

Read More »

6 อาการแพ้เครื่องสำอางที่ควรระวัง!

เครื่องสำอางนั้นเป็นไอเท็มที่เราต้องใช้กันเป็นประจำทุกวัน เรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว แต่ถ้าหากเครื่องสำอางนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับผิวของเรามันก็อาจจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังแพ้เครื่องสำอางอยู่หรือเปล่า มาดูกันค่ะว่าอาการแพ้เครื่องสำอางนั้นมีอะไรบ้าง 1.ผิวหนังเป็นผื่นคัน อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นทันทีหากคุณแพ้ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางตัวนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำหอมมากกว่าที่อาจจะต้องสัมผัสกับผิวหนังที่บอบบางเป็นพิเศษ โดยคุณจะมีอาการบวม คัน คล้ายๆ กับเป็นลมพิษ บางคนอาจจะมีอาการแสบคันหรือเกิดเป็นตุ่มแดงๆ ขึ้นได้ค่ะ เพราะฉะนั้นหากใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดผื่นคันเหล่านี้ขึ้นก็ควรหยุดใช้ทันทีเลยนะคะ 2.ผิวหนังอักเสบ เราจะรู้สึกคันยิบ ๆ หลังจากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นผื่นแดงและมีตุ่มอักเสบผุดขึ้นมาด้วยถ้าหากอาการหนัก ซึ่งหากอาการรุนแรงมาก ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์เลยล่ะ 3.ผิวหนังมีรอยดำคล้ำ หากคุณใช้เครื่องสำอางไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าผิวของคุณนั้นดำลงเรื่อยๆ นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังใช้ทำให้ผิวคุณเกิดอาการแพ้แสงแดด ทำให้เห็นเป็นรอยดำอย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ 4.เป็นกระ เกิดจากการที่คุณใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารปรอท ซึ่งมันจะทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นแต่ไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วผิวของคุณก็จะกลายเป็นผิวกระดำกระด่างน่าเกลียดสุดๆ เลยล่ะ ไม่อยากให้ผิวขึ้นกระจนดูน่าเกลียดก็อย่าลืมทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ทุกครั้งนะ 5.การเปลี่ยนแปลงของเล็บมือ ลองสำรวจดูบริเวณเล็บมือของคุณหน่อยว่ามีการผิดปกติบ้างหรือเปล่า เช่น เล็บลอก เล็บผุกร่อน เปลี่ยนสี ขอบเล็บอักเสบ เพราะมันอาจจะเกิดจากการใช้เครื่องสำอางของคุณก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้า ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บและบางครั้งก็อาจจะเกิดจากร้านเสริมสวยที่รักษาความสะอาดไม่เพียงพอได้ค่ะ 6.เยื่อบุตาอักเสบ                                                                                เยื่อบุตาอักเสบนั้นเกิดจากการสะสมของสารพิษในระยะยาว ซึ่งถ้าเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็มักจะไม่มีอันตรายเหล่านี้ แต่ในบางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ผลิตที่อาจจะใส่สารที่เป็นอันตรายเช่น ปรอท ตะกั่ว ที่สามารถก่อให้เกิดพิษได้นั่นเอง หากผิวของคุณเกิดการแพ้เครื่องสำอางแบบนี้ ควรหยุดใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นโดยด่วนและรีบไปพบแพทย์ทันทีหากอาการแย่ลง หรือถ้าให้ดีควรตรวจสอบเครื่องสำอางก่อนใช้จะดีที่สุดค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับผิวที่แพ้เครื่องสำอางภายหลังได้นั่นเอง ที่มาของภาพ https://www.healthtap.com และ http://women.sanook.com/  

Read More »

เปิดกรุโต๊ะเครื่องแป้ง.. เช็คเครื่องสำอางหมดอายุกันเถอะสาวๆ

สาวๆ ทั้งหลายที่รักการแต่งหน้าทาปาก เคยลองหยิบเครื่องสำอางแต่ละชิ้นมาเช็ควันหมดอายุกันบ้างหรือยังเอ่ย เพราะเครื่องสำอางที่เราซื้อมาเก็บไว้ในกรุหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มันย่อมมีวันหมดอายุจากลาเราไปเหมือนกัน บางชิ้นที่นานๆ ทีกว่าจะหยิบมาใช้ก็ทำให้เรารู้สึกแสบคัน ระคายเคืองอย่างไม่รู้ตัว นั่นอาจเพราะมันเสื่อมคุณภาพและหมดอายุแล้วก็เป็นได้ ดังนั้น วันนี้ yinglek.com จะมาชวนคุณสาวๆ เช็คเครื่องสำอางบนโต๊ะเครื่องแป้งกันค่ะว่าสภาพของมันยังอยู่ดีหรือไม่ หรือพร้อมจะปาลงถังขยะได้แล้ว เรามาดูกันเลยนะคะ ดินสอเขียนขอบตาและขอบปาก แม้แต่ดินสอเขียนขอบตาและขอบปากเองก็มีอายุการใช้งานที่จำกัดเช่นกัน ดังนั้น หากสาวๆ ซื้อดินสออายไลน์เนอร์มาใช้นานเกินกว่า 12-18 เดือนไปแล้ว ก็ควรโละทิ้งไปได้เลยค่ะ เพราะอายุการใช้งานของมันได้เสื่อมสภาพแล้วนั่นเอง มาสคาร่า ดวงตาของเราเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และมาสคาร่าก็เป็นเครื่องสำอางชิ้นเด็ดที่สาวๆ หลายคนรักที่จะหยิบมาใช้บ่อยครั้ง ดังนั้น คุณจงรู้ไว้เลยนะคะว่ามาสคาร่าที่เราใช้ประจำมันมีอายุการใช้งานเพียง 2-3 เดือนเท่านั้นค่ะ หากเก็บไว้นานมากกว่า 3 เดือนไปแล้วและคิดว่าสภาพของมันยังคงใช้งานได้อยู่ ระวังไว้เลยว่ามันอาจจะทำให้ดวงตาระคายเคืองและเกิดการอักเสบตามมาได้แน่นอน อายไลเนอร์แบบน้ำและเจล ไอเท็มเด็ดประจำตัวสาวๆ ที่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตเลยก็ว่าได้ สำหรับอายไลน์เนอร์นั้นมีทั้งแบบน้ำและแบบเจล สาวคนไหนที่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ก็อาจจะต้องดูกันหน่อย เพราะมันมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นจ้ะ แต่หากสาวคนไหนที่หยิบมากรีดตาบ่อยๆ ก็หมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลย เพราะคุณอาจจะใช้มันหมดก่อนนั่นเอง ลิปสติก เป็นไอเท็มชิ้นเด็ดที่สาวๆ ทุกคนซื้อเก็บไว้เป็นกรุหลายแท่งเลยทีเดียว เพราะลิปสติกมักจะมีให้เราเลือกใช้กันหลายเฉดสี ยิ่งมากสีสันก็ยิ่งอยากซื้อมาเก็บไว้เพียบ แต่ถ้าใช้ไม่หมดเป็นต้องเสียดายแย่เลยว่ามั้ยละคะ เพราะมันมีอายุการใช้งานยาวนานเพียง 1-2 ปีเท่านั้นเอง แป้ง ไม่เพียงแค่แป้งผสมรองพื้นและไม่ผสมรองพื้นเท่านั้นนะคะ แต่ยังหมายถึงบรอนเซอร์และบลัชออนด้วย เนื่องจากเครื่องสำอางเหล่านี้มีอายุการใช้งานได้เพียงภายใน 2 ปีเท่านั้น อายแชโดว์ พาเลตต์อายแชโดว์สวยๆ หลากสีที่สาวๆ ลงทุนซื้อมาเก็บไว้ใช้แต่งหน้านั้น แม้ว่าบางช่องอาจจะไม่ได้ใช้ไปหมดครบทุกสีก็ตาม และยังคงทำให้อาการหวงของกำเริบอยากเก็บไว้ใช้นานๆ เพื่อมันจะได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทว่าอายแชโดว์พวกนี้กลับมีอายุใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ 6 เดือน – 1 ปีเท่านั้นเองนะ ดังนั้น โละทิ้งอย่าได้เสียดายเลย เดี๋ยวจะระคายเคืองผิวบริเวณดวงตาเราซะเปล่าๆ เนอะ รองพื้นและคอนซีลเลอร์ รองพื้นสำหรับสาวๆ บางคนก็อาจจะซื้อมาไว้ใช้นานๆ ที และรองพื้นก็ยังมีหลากหลายเฉดสีให้เลือกใช้ ซึ่งบางคนก็ซื้อไว้หลายเฉดเหมือนกัน แต่อย่าลืมนะคะว่ามันมีอายุการใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ 6 – 12 เดือนเท่านั้น เพราะการแต่งหน้าสวยๆ อาจจะยังไม่พอสำหรับคนที่รักความงามอย่างครบวงจร การเช็คเครื่องสำอางหมดอายุจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรใส่ใจเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคุณสาวๆ ทราบกันแบบนี้แล้ว สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องสำอางที่ตั้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งชิ้นไหนซื้อมาใช้นานเท่าไรแล้วบ้าง จากนี้รีบไปเช็คดูกันโดยด่วน ก่อนที่อาการผิวแพ้เครื่องสำอางจะถามหาไม่รู้ตัว ...

Read More »

อาการผิวแพ้เครื่องสำอางเป็นยังไง สาวๆ ควรรู้ไว้ ก่อนหน้าพัง!

ผิวแพ้เครื่องสำอาง.. เชื่อว่าปัญหาผิวนี้สาวๆ หลายคนย่อมเคยเป็นด้วยกันทั้งนั้น ว่าแต่อาการผิวแพ้เครื่องสำอางจะมีอาการแสดงอย่างไรบ้าง คุณอาจจะยังไม่รู้ไปเสียทั้งหมดจริงมั้ยคะสาวๆ ว่าแล้วเรามาติดตามกันเพิ่มเติมดีกว่าจะได้หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์รวมถึงเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือทำให้ผิวระคายเคือง ดังคำแนะนำจาก Yinglek.com ดังนี้ค่ะ 1.มีผื่นคัน ปัญหาผิวที่เกิดผื่นคันขึ้นนั้น มักเกิดจากการแพ้ส่วนประกอบของเครื่องสำอางบางประเภท โดยส่วนมากจะแพ้น้ำหอม สำหรับอาการที่เกิดขึ้นคือ ผิวจะแดง บวม มีอาการคันซึ่งคล้ายลมพิษ ในบางกรณีสาวๆ อาจพบว่ามีอาการแสบคันร่วมด้วยและถ้าอาการรุนแรงเกิดขึ้นหนักก็จะยิ่งทำให้เกิดตุ่มแดง ตุ่มน้ำหรือเป็นขุยตามมาได้ 2.ผิวอักเสบระคายเคือง เป็นอาการที่มักปรากฏให้เห็นได้กับสภาพผิวของทุกคนก็ว่าได้ค่ะ โดยอาการจะคันยิบๆ ภายหลังจากการทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ ลงไป และจะมีอาการคันในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น แต่เมื่อคันแล้วก็หยุดใช้ดีกว่า เพราะหากไม่หยุดใช้ล่ะก็มันจะส่งผลให้ผิวเกิดผื่นแดง มีตุ่มอักเสบเกิดขึ้นและหากเผลอเกาแกะหรือเอามือลูบไล้สัมผัส ก็จะยิ่งทำให้เกิดเป็นแผลพุพองขึ้นได้ค่ะ 3.ผิวแพ้แดดและเกิดรอยดำคล้ำ ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น น้ำหอม มะนาว มะกรูดและแตงกวา รวมถึงสมุนไพรบางชนิดล้วนมีกรด AHA เมื่อนำมาใช้แล้วอาจทำให้สภาพผิวหน้าบอบบางและเกิดการไวต่อแสงแดด เมื่อสาวๆ ตากแดดจึงทำให้เกิดการแพ้แสงและส่งผลให้มีรอยดำคล้ำตามมาอย่างชัดเจนนั่นเอง เพราะฉะนั้น เมื่อรู้แล้วว่าสภาพผิวหน้าของเราจะง่ายต่อการบอบบาง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมดังกล่าวจะดีกว่า 4.สีผิวไม่ขาวเนียนสม่ำเสมอ เพราะสาวๆ เราร้อยทั้งร้อยปรารถนาการมีผิวหน้าขาวใส และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าให้ขาวบางประเภทก็ได้มีการใช้สารปรอทเป็นส่วนผสมเพื่อทำให้ผิวขาวขึ้นโดยเร็ว และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ สีผิวกลับไม่สม่ำเสมอ เมื่อยังไม่หยุดใช้ก็จะยิ่งทำให้ผิวกระดำกระด่างจนน่าอับอายนั่นเอง Tip เทตส์ก่อนใช้.. ป้องกันอาการผิวแพ้เครื่องสำอางได้ดีที่สุด หากต้องการปกป้องและดูแลผิวหน้าไม่ให้เกิดอาการแพ้เครื่องสำอางหรือแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ก่อนใช้แนะนำให้คุณทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ ลงบนท้องแขนก่อนวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อระยะเวลาผ่านไปพบว่าผิวยังคงปกติ ไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ ก็แปลว่าผิวหน้าของคุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างมั่นใจ แต่หากเทสต์แล้วพบอาการแพ้ให้หยุดใช้และหากหยุดใช้แล้ว สภาพผิวที่แพ้ยังไม่มีอาการดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังทันทีเพื่อจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางมากมายที่ผลิตออกมาวางจำหน่าย ทำให้สาวๆ เราวิ่งตามกระแสผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจนละเลยขั้นตอนของการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์โดยละเอียด รวมถึงมองข้ามขั้นตอนของการเทสต์ลงบนผิวจริงก่อน จึงทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นบนใบหน้าทันที ดังนั้น เพื่อการป้องกันและดูแลผิวไม่ให้มีอาการแพ้เครื่องสำอางอย่างดีที่สุด ก่อนใช้.. อย่าลืมทำการเทสต์บนท้องแขนก่อนทุกครั้งนะคะ ที่มาของภาพ http://www.thestagesofbeauty.com/

Read More »

เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอางให้ใบหน้าสาวๆ สวยเด้งตลอดวัน

“ความสวย” สิ่งที่สาวๆ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งที่พวกเธอต่างใฝ่ฝันและต้องการมันมาครอบครอง หากใครไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง การแต่งหน้าถือว่าเป็นทางเลือกแบบรายวันที่จะช่วยเสริมบุคลิกให้สาวสวยใสได้มากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างสีสันให้ในแต่ละวันของสาวๆ ดูไม่ซ้ำซาก แต่สิ่งสำคัญที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กังวลคือเครื่องสำอางบางชนิดที่เลือกใช้ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควร คงทนอยู่บนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อโดนแดด เหงื่อและฝุ่นละอองก็ทำให้ผิวหน้าคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใสไปได้ในพริบตา จนต้องหยิบแป้งมาเติมอย่างทุลักทุเลอยู่บ่อยๆ ดังนั้นสาวๆ ท่านใดกำลังประสบปัญหานี้ เราลองมาดูเคล็ดลับสำหรับการเลือกใช้เครื่องสำอางให้ติดทนนานแบบตลอดทั้งวันกันดีกว่าค่ะ ต้องรู้จักเตรียมผิวตัวเองเสียก่อน อย่าไปหวังพึ่งเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว เพราะการทำให้ผิวหน้าพร้อมรับกับเครื่องสำอางให้ติดทนนานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่า และยังช่วยเสริมให้เครื่องสำอางไม่ว่าจะราถูกหรือแพงสามารถติดคงทนได้มากกว่าการโบ๊ะลงไปแบบธรรมดาถึงสองเท่า หลักการเตรียมผิวหน้าที่ดีต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจรด โดยเฉพาะคราบสกปรกและความมันที่จะที่จะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องสำอางไม่ติดผิว ตามด้วยการใช้ครีมกันแดด และไพร์เมอร์เพื่อปกปิดรูขุมขนสำหรับคนที่มีปัญหาผิวขรุขระ ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหน้ามากขึ้น จากนั้นจึงตามด้วยขั้นตอนการลงเบสและรองพื้นเป็นลำดับถัดมาตามปกติของสาวๆ ได้ค่ะ อย่าลืมสังเกตรายละเอียดบางจุดเพื่อความสมบูรณ์แบบ บางครั้งการเติมเต็มด้วยคอนซีลเลอร์และรองพื้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ใช่ว่าจะสามารถปกปิดความหมองคล้ำออกไปได้หมด ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทางที่ดีควรมองหาจุดด้อยของตัวเองเพื่อความมั่นใจ อย่างปัญหาใต้ตาคล้ำที่อาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์ในการลบร่องรอย และที่สำคัญการเลือกโทนสีที่ดีจะต้องเข้มกว่าผิวหน้าเรา 1 เบอร์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ บรัชออนเนื้อครีมติดแน่นทนนาน เพิ่มสีสันให้ใบหน้าด้วยสีชมพูหรือส้มอ่อนบนแก้มทั้งสองข้างด้วยบรัชออน ในที่นี้เราจะขอแนะนำบรัชออนแบบเนื้อครีมที่จะติดคงทนบนผิวหน้ามากกว่าแบบฝุ่น ช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ สวยใสได้อย่างเต็มที่ในระหว่างวัน แป้งผสมรองพื้นเพิ่มประสิทธิภาพ ตบท้ายด้วยแป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะมันอาจจะปลิวหายไปกับสายลมในระหว่างวัน ทางที่ดีควรเลือกใช้เป็นแป้งฝุ่นผสมรองพื้น ใช้ฟองน้ำชุบน้ำจนหมาดเกือบแห้งสนิทแตะแป้งที่ผสมรองพื้นเอาไว้ซับเบาๆ ไปตามผิวหน้าให้ทั่วบริเวณโดยไม่จำเป็นต้องเกลี่ยไปมา จะช่วยให้แป้งสามารถติดกับผิวหน้าได้นานขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความเนียนใสแตกต่างจากการใช้แป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียว ที่มักจะทำให้หน้าของสาวๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ เพียงเท่านี้ การแต่งหน้าให้คงทนแบบตลอดทั้งวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่สาวๆ มั่นใจกับตัวเองได้แม้ว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่โหดร้ายก็ตาม แต่อย่าลืมหลังการแต่งหน้าแล้วควรล้างทำความสะอาดให้หมดจดเพื่อจะได้ช่วยป้องกันปัญหาสิวและอาการระคายเคืองทำให้ผิวหน้าสาวหมดสวยเอาได้ค่ะ ที่มาของภาพ http://makeupbysiham.blogspot.com/ และ http://www.agoracosmopolitan.com/

Read More »

เตือนภัย! ก่อนเลือกใช้เครื่องสำอางราคาถูก

เครื่องสำอางหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคนรักสวยรักงาม ไม่เว้นแม้จะเป็นผู้หญิงหรือกึ่งหญิง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่บนโลกที่เรายังไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากความเป็นคน “ธรรมดา” ได้ การสร้างความโดดเด่นหรือแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความมั่นใจให้กับตัวเองก็ถือว่าช่วยให้สาวๆ กล้าที่จะเดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกกันได้อย่างมีความสุขและเฉิดฉายได้แล้ว ปัญหาที่พบไม่ได้อยู่ที่ความรักสวยรักงามของสาวๆ แต่มันอยู่ที่จำนวนผลิจภัณฑ์เครื่องสำอางที่เกลื่อนกลาดอยู่ในท้องตลาด และใครๆ ต่างก็ต้องชอบของราคาถูกกันเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีความรู้มากพอและคิดว่าเครื่องสำอางทั่วไปที่สามารถทำให้ผิวหน้าของตัวเองดูดีขึ้นมาได้ก็คงจะไม่ต่างจากเครื่องสำอางราคาแพงอื่นๆ ที่มีคุณภาพ (แต่นั่นก็ไม่ได้รองรับว่าเครื่องสำอางที่แพงจะดีเสมอไป) การใช้เครื่องสำอางราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงที่มาที่ไป โดยเฉพาะแหล่งผลิต ส่วนผสมที่ใช้ ไปจนถึงการรับรองที่ได้มาตรฐาน เหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากสารพิษที่สะสมทำให้สาวๆ ต้องเผชิญกับผลข้างเคียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงก็เป็นได้ สารอันตรายที่พบได้ทั่วไปในเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพคือเครื่องสำอางที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากระบบอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีสารอันตรายอยู่ในสัดส่วนที่เกินความปลอดภัย โดยสารต่างๆ ที่เรามักพบและเป็นที่กังวลใจสำหรับคนที่ยังหันมาใช้เครื่องสำอางราคาถูกกันอยู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ 1.สาร พี วี พี มักพบได้ในเครื่องสำอางชนิดสเปรย์ เป็นสารละลายที่ช่วยทำให้เส้นผมแข็งตัว หากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้ อักเสบ เกิดผื่นแดง เมื่อซึมเข้าสู่ผิวจะส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกาย สิ่งที่ตามมาคือภาวะความเป็นพิษ ทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในผิดปกติและตามมด้วยการล้มเหลวของไตได้ 2.สี พาราฟินิลินไดอามิน เป็นสารเคมีที่พบได้ในน้ำยาย้อมผม โดยทั่วไปจะผสมในอัตราส่วนที่ไม่ส่งผลระคายเคืองกับผิวหนังมากนัก แต่บางชนิดสารชนิดนี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนังที่ถูกสัมผัส แสบร้อน บางรายรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการบวมแดง มีน้ำหนองไหลออกมา อาการยังสามารถลุกลามไปจนถึงดวงตาและผิวหนังใกล้เคียงได้หากไม่รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที 3.ไฮโดรควิโนน พบได้ในครีมลอกฝ้า เป็นสารเคมีที่จะลอกเอาผิวหนังชั้นนอกออกไป เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผู้ใช้จะรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นใช้ได้ผล เนื่องจากผิวที่ทาจะเริ่มมีความขาวมากขึ้นและรอยฝ้าสีดำๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหากยังไม่หยุดใช้ก็คือภาวะ “ด่างขาว” คล้ายคนถูกน้ำร้อนลวก ส่งผลให้ผิวหนังมีสีไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปิวบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายตามมาได้อีกด้วย นอกจากสารอันตรายเหล่านี้ที่เราควรหลีกเลี่ยง ทางที่ดีการดูแลผิวหน้าให้สวยใสคือการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงเท่านี้สารอาหารที่ได้รับก็จะเข้าไปซ่อมแซมผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสโดยไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเลยล่ะค่ะ ที่มาของภาพ http://idiva.com/ และ http://fashionsy.com/

Read More »

7 เทคนิคแต่งหน้าสาววัยเลข 4 ที่จะเปลี่ยนคุณให้ดูดีไม่แพ้สาววัยต้น

ผู้หญิงเราเมื่ออายุมากขึ้น ยิ่งต้องใส่ใจดูแลตัวเองและผิวพรรณตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยเฉพาะกับผิวหน้าซึ่งเป็นส่วนบอบบางและมีริ้วรอยง่ายมากที่สุด ยิ่งควรจะต้องให้การบำรุงดูแลพร้อมกับใส่ใจการแต่งหน้าให้เหมาะสมกับวัย สำหรับสาววัยแรกรุ่น 20 ต้นๆ อาจจะไม่ค่อยอะไรมาก แต่หากคุณเป็นสาววัยเลข 4 ล่ะก็ มองข้ามจุดนี้กันไม่ได้แล้วนะคะ เห็นที.. สาววัยเลข 4 ทั้งหลายคงต้องมาดูซะแล้วล่ะว่าการแต่งหน้าให้เหมาะสมกับวัยคุณนั้นต้องเลือกแต่งอย่างไร เพื่อให้ออกมาสวยสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด 1.เลือกใช้รองพื้นที่โทนสีอุ่น เนื่องจากช่วงวัยที่อายุมากขึ้น สภาพความเปล่งปลั่งของผิวแบบสาวๆ นั้นย่อมลดน้อยลงไปตามคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพเรื่อยๆ อีกทั้งอนุมูลอิสระยังทำลายผิวให้หมองคล้ำและมีริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น แนะนำให้คุณเลือกใช้รองพื้นเฉดสีเหลืองซึ่งเป็นโทนสีอ่อนแบบอุ่นๆ จะดีกว่า เพราะทาไปแล้วมันช่วยจะปกปิดตำหนิและริ้วรอยได้อย่างเรียบเนียนสนิท และควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ด้วยจะดีมากเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าไปพร้อมกันนั่นเอง 2.เขียนคิ้วให้ได้รูปสวย แม้ว่าที่ผ่านมาอาจมีบ้างที่คุณมักชอบถอนขนคิ้วมากกว่าที่จะกันออก และการถอนก็ย่อมทำให้ขนบางเส้นขึ้นช้าจนสภาพคิ้วแลดูหร็อมแหร็มไม่สวย ถ้าเช่นนั้น ให้คุณเลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วมาวาดโครงคิ้วให้ได้รูปก่อนจากนั้นเติมลงด้วยที่เขียนคิ้วแบบเนื้อฝุ่นลงไปตามโครงที่วาด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปคิ้วที่สวยคมกริบและมีเสน่ห์กลมกลืมอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้วค่ะ 3.เลือกปัดบลัชออนให้สวย สมัยสาวๆ พวงแก้มของคุณอาจจะสวยเปล่งประกายอมชมพูแบบมีเลือดฝาดในตัวอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความโรยราของผิวซึ่งมาพร้อมความหมองคล้ำย่อมทำลายพวงแก้มอันงดงามวันวานให้หมดไป แนะนำให้หันมาเลือกใช้บลัชออนที่เหมาะสมกันดีกว่า โดยเลือกใช้สีโทนอุ่นอย่างเช่น สีชมพูตุ่นๆ หรือสีพีชนั่นเอง แล้วนำมาปัดจุดบนสุดของโหนกแก้มแทนที่จะปัดแบบแอปเปิ้ลชีคสไตล์เดิม เพียงเท่านี้ สาวๆ ก็จะมีใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์น่าสะกดตามองอย่างหลงใหลสมกับสาววัยเลข 4 กันแล้วค่ะ 4.เพิ่มความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอส ริมฝีปากของสาววัยเลข 4 อาจจะมีสภาพแห้งดำหยาบกร้านตามช่วงอายุที่มากขึ้น นั่นถือเป็นเรื่องธรรมดา แนะนำให้หมั่นสครับผิวริมฝีปากบ้างและทาลิปบาล์มบำรุงอยู่เสมอ พร้อมกันนี้ หลังจากที่ทาลิปสติกสีที่ต้องการลงไปแล้วอย่าลืมตบท้ายด้วยลิปกลอสใสเพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากแลดูชุ่มชื้นยิ่งขึ้น 5.ปัดมาสคาร่าเพียงบางเบา ขนตาคือ เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างที่สาวๆ ทุกวัยไม่ควรมองข้าม แม้คุณจะเป็นสาววัยเลข 4 ก็ไม่ได้มีข้อต้องห้ามว่าไม่ควรปัดมาสคาร่า แต่แนะนำให้ปัดแค่บางเบาพอค่ะ ปัดบางๆ ไม่หนาจนเกินไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณมีลุคดวงตากลมโตที่สวยสดใสเป็นธรรมชาติได้แล้ว 6.ทาด้วยอายไพร์เมอร์ทุกครั้ง เปลือกตาของคุณสาวๆ วัยเลข 4 มักจะเกิดริ้วรอยขึ้นได้ง่าย ดังนั้น เพื่อเพิ่มมิติที่สดใสเรียบเนียนให้แก่ดวงตา ก่อนที่จะอายแชโดว์แนะนำให้คุณทาอายไพร์เมอร์ที่เปลือกตาเสียก่อน จากนั้นจึงทาอายแชโดว์สีที่ต้องการเพียงเท่านี้ก็จะทำให้อายแชโดว์ติดทนยาวนานมากขึ้นแล้วค่ะ 7.ปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่น เพิ่มความเนียนเรียบและความสดใสให้ผิวหน้ามากยิ่งขึ้นด้วยการปัดปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่นเนื้อโปร่งแสง โดยปัดเน้นบริเวณจมูก หน้าผากและคาง เลี่ยงการปัดตรงแก้มและบริเวณใต้ตา เพราะจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อแป้งเข้าไปสะสมบริเวณดังกล่าวจะเกิดเป็นริ้วรอยขาวๆ อย่างเด่นชัดนั่นเองค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับเคล็ดลับการแต่งหน้าให้สวยสมวัยของสาววัยเลข 4 แม้ว่าคุณจะมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ใช่ว่าความแก่จะทำลายความงามในตัวคุณได้ เพราะเพียงแค่รู้จักเลือกใช้เครื่องสำอางและแต่งหน้าอย่างมีเทคนิคด้วยคำแนะนำดังกล่าว คุณก็จะมีเสน่ห์ความสวยไม่แพ้สาววัยต้นๆ กันแล้วค่ะ ที่มาของภาพ – http://iam.hunsa.com/ – http://www.morning-routine-shop.com/ – http://women.kapook.com/ – http://www.kondoodee.com/

Read More »

เทคนิคปรับรูปหน้าสวยด้วยเมคอัพ แบบไม่ต้องง้อศัลยกรรม

การแต่งหน้าเป็นกิจกรรมอันโปรดปรานของสาวๆ หลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้หญิงยุคใหม่ที่ชื่นชอบและสนุกกับการแต่งหน้าอย่างมาก เครื่องสำอางจึงกลายเป็นไอเท็มหลักที่ทุกวันจะต้องหยิบออกมาใช้ และที่สำคัญการแต่งหน้ายังสามารถกลบจุดด้อยบนใบหน้าเราได้อีกด้วย เช่น ตาชั้นเดียว หางคิ้วตกซึ่งทำให้ตาไม่คมสวย รูปหน้าบานไม่เรียวตลอดจนจมูกไม่มีดั้งโด่ง เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาระดับชาติของสาวๆ ที่รักการเมคอัพสุดชีวิตจิตใจ หากวันไหนไม่ได้แต่งหน้าออกจากบ้านคงไม่ได้เป็นแน่ และสาวคนไหนที่คิดจะไปทำศัลยกรรมตาสองชั้น ทำจมูกให้โด่งหรือปรับรูปหน้าให้เรียว จากนี้ลองหันมาใช้เทคนิคปรับรูปหน้าให้สวยโดยไม่ต้องศัลยกรรมจากเรากันสิคะ แค่คุณมีเครื่องสำอางและอุปกรณ์ครบครันก็สามารถเนรมิตลุคงามๆ ให้ใบหน้าคุณกันได้แล้ว ว่าแล้วก็อย่ารอช้าเรามาดูไปพร้อมกันเลยจ้า ยกหางตาปรับรูปหน้าให้สวยอ่อนเยาว์ สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้วรวมถึงปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยตามสภาพวัย วิธีการแกนั้นง่ายมากค่ะ เพียงเปลี่ยนวิธีเขียนคิ้วรูปแบบใหม่และใช้อายไลเนอร์เป็นตัวช่วยเสริมอีกแรงก็จะปรับลุคให้ดูดีขึ้นได้แล้ว โดยเริ่มจาก.. – ใช้ดินสอเขียนคิ้วเขียนปลายคิ้วให้เหนือขึ้นจากปลายคิ้วปกติ 1 เซนติเมตร จากนั้นกันคิ้วออกก็จะช่วยให้หางตาดูยกสูง สำหรับขั้นตอนของการแต่งหน้าเพียงแค่คุณลงไฮไลท์บริเวณใต้หางคิ้ว เท่านี้ก็ปรับใบหน้าให้กระจ่างสดใสได้แล้วค่ะ – ให้คุณลากอายไลเนอร์ให้เลยหางตา แต่ไม่ต้องจรดไปถึงหางตา เพียงเขียนลากออกมาเพื่อให้หางดูยกกระชับขึ้นหรือเขียนโดยกะให้ปลายอยู่ระดับเดียวกันกับหางคิ้วก็เป็นอันใช้ได้แล้ว – เน้นการแต่งเติมขนตาช่วงปลายให้เป็นแพหนาและฟูซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีลัดที่ทำได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยยกตาและหางคิ้วขึ้นมาจนมีรูปหน้าสวยอย่างเป็นธรรมชาติได้แบบง่ายๆ อีกด้วย ปรับดวงตาชั้นเดียวให้เป็นตา 2 ชั้น สาวๆ ที่มีปัญหาตาชั้นเดียวหรือสาวหมวยทั้งหลายนั้น อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจและไม่ชอบปัญหาตาตี่เอาซะเลย จึงต้องวิ่งไปศัลยกรรมให้ได้ตาสองชั้น แต่การแต่งหน้าสามารถปรับลุคดวงตาให้เป็นสองชั้นสวยได้ค่ะ โดยทำได้ดังนี้ – ให้สาวๆ หาซื้อกาวสำหรับทำตาสองชั้นมาติดค่ะ ทุกวันนี้หาซื้อได้ง่ายเหมือนกันนะ สาวๆ บางคนทำทุกวันจนมีตาสองชั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วก็มี วิธีใช้เพียงแค่นำมาติดพับในตำแหน่งที่ต้องการให้ได้ตาสองชั้น เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว – ตัดเทปที่เราเอาไว้สำหรับทำแผลให้เป็นชิ้นบาง จากนั้นนำมาแปะตามแนวบริเวณเปลือกตาให้ตรงกับจุดที่เราต้องการให้มีตาสองชั้น ติดแล้วยังสามารถดึงออกมาแบบไม่รู้สึกเจ็บอีกด้วย หนำซ้ำยังช่วยให้สาวๆ สามารถลงเมคอัพแต่งตาได้อย่างเรียบเนียนสวยสมใจอีกด้วยนะคะ – ใช้เมคอัพสร้างเงาเปลือกตาให้มีมิติเป็นชั้น เพียงแค่ลงสีอายแชโดว์ที่ต้องการไปตามรอยพับ แต่ระหว่างชั้นตานั้นให้คุณลงสีโทนสว่างไปด้วย เพียงเท่านี้ก็จะได้เงาเปลือกตาราวกับมีตาสองชั้นด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างง่ายดายแล้ว เสริมจมูกได้พริบตาด้วยบรอนเซอร์ บางคนจากที่แต่ก่อนใบหน้าไม่มีสันจมูกเลย แต่พอไปทำจมูกมาหน้ากลับเปลี่ยนสวยคมได้มากขึ้น สำหรับสาวๆ คนไหนที่ยังไม่สะดวกไปทำจมูกหรือไม่อยากเจ็บตัว อยากสวยด้วยวิธีธรรมชาติกันล่ะก็ ใช้วิธีดังนี้กันสิคะ – ให้คุณลงเฉดดิ้งบริเวณข้างดั้งจมูกสองข้างจากนั้นลงไฮไลท์ที่สันจมูก แล้วปัดให้เกินลงไปจากบริเวณที่ลงเฉดดิ้งเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถปรับจมูกให้แลดูมีสีสันและอ่อนหวานกลมกลืนกันได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว – เวลาเขียนคิ้วให้สาวๆ กดแนวหัวคิ้วให้ต่ำลงมาเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะทำให้มองแล้วเหมือนดูมีแนวสันจมูกที่โด่งสวยได้รูปมากขึ้น ปรับแต่งรูปหน้าให้เรียวสวย มีสาวๆ หลายคนที่มีปัญหารูปหน้าไม่เรียวสวยจนต้องพึ่งการศัลยกรรม(อีกแล้ว) แต่หากคุณต้องการหน้าเรียว พริบตาเดียวก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้บรอนเซอร์เป็นตัวช่วยดังนี้ – ให้คุณกลบกรอบหน้าที่บานเกินไปด้วยเฉดดิ้ง จากนั้นเลือกใช้แป้งโทนออกเหลืองเล็กน้อยมาเกลี่ยบางๆ อีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้ใบหน้าของคุณแลดูมีส่วนตื้นลึกและคมสวยมากขึ้นแล้วล่ะ – ให้คุณปัดแก้มสีเข้มใต้ชีคโบนก่อน จากนั้นจึงใช้โทนสีสว่างลงที่บริเวณโหนกแก้มก็จะช่วยลดความอูมเป่งของแก้มได้แล้ว นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้สีแมตช์ลงไปได้ด้วยก็จะช่วยเพิ่มความลึกได้อีกขั้นแล้วเช่นกัน – ...

Read More »

7 เทคนิคเลือกใช้แปรงแต่งหน้าให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

แปรงแต่งหน้าคือไอเท็มหลักที่ช่วยให้การแต่งหน้าของสาวๆ สวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราจึงควรรู้ทั้งเทคนิคในการเลือกซื้อ เลือกใช้แปรงให้คุ้มค่ากับเงินที่จะต้องเสียไป รวมถึงการทำความสะอาด การเก็บรักษาเพื่อให้ยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนาน วันนี้เราจึงไม่พลาดกับการนำเอาเทคนิคและเคล็ดลับดีๆ 7 ประการกับการเลือกใช้แปรงแต่งหน้าให้คุ้มค่ากับเงินที่จะต้องจ่ายไปมาบอกต่อกัน มาดูค่ะว่ามีอะไรบ้าง 1. ซื้อเฉพาะที่จำเป็นใช้เท่านั้น การเลือกซื้อแปรงมาใช้แต่งหน้าให้ประหยัดและคุ้มค่ากับการเงินที่ต้องจ่ายมากขึ้น สาวๆ อาจจะเลือกซื้อเฉพาะไอเท็มที่จะต้องใช้บ่อยมากกว่าชิ้นอื่นๆ โดยเน้นการใช้งานเป็นหลัก เช่น หากชอบลงบรอนเซอร์เพื่อให้ขับผิวหน้าให้โกลว์ แต่ไม่ค่อยชอบการทาลิปสติกนัก หรือไม่ชอบแต่งตาด้วยอายแชโดว์ก็สามารถเลือกซื้อแค่แปรงลงรองพื้น แปรงสำหรับปัดแก้มและแปรงที่ใช้เพื่อปัดบรอนเซอร์แค่นั้นก่อนก็ได้ จะได้ไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ หากว่าจะต้องซื้อในปริมาณมากหมดทั้งเซ็ตแต่กลับไม่ได้ใช้งานเลย 2. คำนวนเงินและซื้อตามงบที่มีไว้ก่อน การเลือกซื้อแปรงแต่งหน้า เลือกทั้งทีควรดูงบในการซื้อพร้อมกันด้วยเพื่อให้เราสามารถซื้อได้ครอบคลุมในการจำเป็นสำหรับนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย หากสมมติสาวๆ มีงบน้อย ก็อาจซื้อแค่ 2-3 อย่างก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะเน้นการใช้งานที่สำคัญเป็นหลักก่อนอย่างแปรงปัดแก้ม แปรงทาอายแชโดว์และแปรงปัดแป้งฝุ่นเท่านี้ก็อาจจะเพียงพอในการใช้งานหลักๆ ได้แล้ว แต่หากมีงบในการซื้อเยอะหน่อย จะจัดมาทีเดียวทั้งเซ็ตใหญ่ไปเลยก็ได้เช่นกัน 3. เลือกใช้แปรงทรงโดมเป็นหลักดีที่สุด กูรูทางด้านการแต่งหน้าหลายคนมักแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า แปรงปัดแก้วที่แถมมาพร้อมตลับบลัชออนนั้น ปัดแล้วไม่สวยเป็นธรรมชาติเอาซะเลย ดังนั้น ไม่แนะนำให้เราเลือกใช้ค่ะ แต่ควรหันมาใช้แปรงแต่งหน้าทรงโดมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากขนแปรงจะนุ่มนวลอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าแล้ว ยังปัดออกมาได้สวยงามเป็นธรรมชาติอย่างมากอีกด้วย ฉะนั้น เรียกได้ว่ามีแค่แปรงทรงโดมอันเดียวก็ครบสูตรความงามสำหรับการปัดแก้มกันแล้วค่ะ 4. ควรเลือกใช้แปรงขนสัตว์เพื่อถนอมผิวสวย แปรงแต่งหน้านั้นมีให้เลือกการหลากหลายประเภท แต่สำหรับแปรงราคาถูกที่วางขายกันตามท้องตลาดบางชนิดก็ผลิตมาจากขนสังเคราะห์ซึ่งหากเรานำมาใช้อาจจะทำให้ผิวหน้ามีริ้วรอยและเกิดการระคายเคืองเอาได้ แนะนำให้หันมาใช้แปรงขนสัตว์กันดีกว่า เพราะขนแปรงนุ่มนวลแถมยังช่วยถนอมผิวอันบอบบางของสาวๆ เราในตัวได้ด้วย ลงทุนซื้อแบบของดีกันไปเลยก็ดี เพื่อที่ผิวหน้าเวลาแต่งออกมาแล้วจะได้สวยใสเรียบเนียนแบบไม่มีสะดุด อีกทั้งยังง่ายต่อการทำความสะอาดขนแปรงมากกว่าแปรงขนสังเคราะห์อีกด้วยนะคะ 5. เลือกซื้อแปรงที่ทนต่อการใช้งานได้อย่างยาวนาน ระหว่างแปรงขนสัตว์กับขนสังเคราะห์นั้นมีความแข็งแรงทนทานต่างกันค่ะ สำหรับสาวๆ ที่ต้องการใช้งานแปรงแต่งหน้าไปนานๆ แนะนำให้เลือกซื้อแปรงขนสัตว์ เนื่องจากจะช่วยถนอมดูแลผิวให้อ่อนโยนและยังมีคุณภาพดีกว่าแปรงราคาถูกอีกด้วย ดังนั้น ลงทุนกันอีกสักหน่อยนะคะเพื่อให้ได้ไอเท็มสำหรับแต่งหน้าที่คุ้มค่าแก่การใช้งานได้อย่างยาวนานและคงประสิทธิภาพดังเดิมได้ด้วย 6. เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เมื่อสาวๆ ลงทุนซื้อแปรงแต่งหน้าในราคาแพงแต่ได้คุณภาพของแปรงอันคงทนกว่าแปรงราคาถูกกันแล้ว ก็ควรหาซื้อโถสำหรับเก็บแปรงแต่งหน้าไว้พร้อมด้วยจะดีมาก และควรเลือกประเภทที่มีฝาปิดกันฝุ่นเกาะขนแปรงด้วย หรืออาจจะเลือกเก็บใส่ในลิ้นชักที่แห้ง สะอาดสะอ้าน ทำความสะอาดง่าย เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยยืนอายุการใช้งานของแปรงได้อย่างยาวนานมากขึ้นแล้วค่ะ 7. ควรทำความสะอาดขนแปรงอยู่เสมอ แปรงแต่งหน้าที่เราใช้กันบ่อยมากๆ เข้า หากไม่ได้นำมาทำความสะอาดเลยก็ย่อมสะสมสิ่งสกปรกไว้ได้และหากเรานำมาแต่งหน้าแล้ว ก็ย่อมกระตุ้นให้เกิดสิวตามมาได้ค่ะ ดังนั้น ควรหมั่นทำความสะอาดขนแปรงด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแปรงโดยเฉพาะเลยก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสาวๆ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางทุกแห่งนั่นเอง โดยใช้ล้างทำความสะอาดสักสัปดาห์ละครั้งแล้วผึ่งให้แห้งก็จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างบนขนแปรงและช่วยถนอมผิวหน้าให้สวยเรียบเนียน ไร้ปัญหาสิวกวนใจได้อีกทางหนึ่งแล้ว ทราบกันอย่างนี้แล้ว จากนี้สาวๆ ก็รู้กันแล้วนะคะว่าการเลือกใช้แปรงแต่งหน้าให้เหมาะสมคุ้มค่าแก่ราคานั้น อันดับแรกเราต้องเลือกซื้อแบบไหน เก็บรักษาและทำความสะอาดอย่างไร เพราะผิวหน้าเป็นส่วนที่บอบบางมากที่สุด หากเราเลือกใช้ไม่ดี ต่อให้มีเงินมากมายขนาดไหนก็ตามก็อาจได้ผิวเสียอันเนื่องมาจากการใช้แปรงแต่งหน้าแบบผิดๆ ...

Read More »