Home / Tag Archives: ผิวแห้ง

Tag Archives: ผิวแห้ง

9 วิธีดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นต้อนรับหน้าหนาวอย่างไม่มีหวั่นผิวแห้งเสีย

หน้าหนาวมาเยือนทีไร สำหรับสาวๆ เราแล้วล้วนแต่จะต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดกับปัญหาความงามสารพัดที่จะต้องคอยตามแก้ ตั้งแต่เรื่องสภาพเส้นผมที่จะยิ่งแห้งหยาบมากขึ้น ไหนจะผิวพรรณแห้งแตกลอกเป็นขุย ริมฝีปากแตก มือก็แห้งกร้านแทบไม่อยากจะหยิบจับสิ่งใด ส้นเท้าก็แตกตามมาได้อีก เรียกว่าแทบจะสารพัดปัญหาความงามที่ตามมาในช่วงหน้าหนาวจนทำเอาแอบกุมขมับ วันนี้ yinglek.com จึงไม่รีรอในการชวนสาวๆ มารีบเร่งดูแลผิวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผิวได้คงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งสดใส สวยยืดหยุ่นแบบชนิดที่ไม่กลัวหน้าหนาวมาทำลายกันเลยก็ว่าได้ ถือเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผิวไม่ให้โรยราจากลมหนาวนั่นเอง ฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า 9 วิธีนั้นมีอะไรบ้าง 1.สครับผิวเป็นประจำ ผิวพรรณของเราที่เผชิญกับมลภาวะและการที่ถูกอนุมูลอิสระทำลายเป็นประจำทุกวัน ย่อมทำให้สภาพผิวหมองคล้ำดำเสียได้ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วหากยังไม่ได้รับการถูกขจัดออกไปก็ยิ่งจะปกคลุมบนเซลล์ผิวชั้นนอกอันเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำดีๆ นั่นเอง ฉะนั้น คุณสามารถแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำดำกร้านได้ง่ายๆ ด้วยการหมั่นสครับผิวเป็นประจำนั่นเอง สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน ผิวพรรณก็สดใสเพียงพอแล้วค่ะ แต่หากเมื่อไรที่คุณมองข้ามการสครับผิว รู้ไหมว่าเมื่อหน้าหนาวมาถึงความหยาบกร้านของผิวจะแห้งกรังทันที แถมยังเผยให้เห็นสภาพผิวกร้านที่แตกลายชัดเจนอีกด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้เราหมั่นสครับขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเนิ่นๆ ได้ยังไงไหว 2.ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว เพื่อการบำรุงผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่มากประสิทธิภาพ แนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสมกับผิวค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งยิ่งจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลผิวมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาที่หน้าหนาวใกล้มาถึง หากคุณได้สร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวเอาไว้ล่วงหน้า ผิวก็ย่อมยากที่จะมีสภาพแห้งกร้านหรือลอกเป็นขุยง่ายได้แน่นอน ดังนั้น จงหันมาเลือกใช้ทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นไว้ก่อนดีกว่า การบำรุงดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลมหนาวมาถึง ก็เหมือนเราได้สร้างภูมิคุ้มกันผิวเอาไว้ในตัวอย่างดีแล้วนั่นเอง 3.มาส์กเพื่อคืนความสดใสให้ผิว นอกจากการทาครีมบำรุงผิวแล้ว การที่เราหันมามาส์กผิวหน้าและผิวกายด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติบ้างก็จะช่วยคืนสารอาหารผิวและเติมความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เช่น มาส์กหน้าด้วยกล้วยน้ำว้าและน้ำผึ้ง มาส์กแตงกวา น้ำผึ้งและโยเกิร์ต เป็นต้น สามารถผสมผสานมิกซ์สูตรมาส์กได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายกันเลย รับรองค่ะว่าหมั่นมาส์กเป็นประจำสารอาหารผิวจากธรรมชาติจะช่วยชโลมความนุ่มชุ่มชื้นคืนสู่ผิวอีกทางหนึ่ง ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นแน่นอน 4.ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน เพราะน้ำเป็นอาหารผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด นอกจากขับล้างสารพิษให้แก่ร่างกายได้แล้ว ยังสามารถดื่มเพื่อบำบัดโรคได้ด้วยนะคะ อีกทั้งยังสามารถเติมความชุ่มชื้นผิวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่หน้าหนาวมาถึง… และผิวสาวจะต้องโรยรารวดเร็ว ดังนั้น หันมารีบดื่มน้ำตุนไว้เพื่อให้ผิวสวยเปล่งปลั่งกันเนิ่นๆ ดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้ว ผิวอาจจะยิ่งอ่อนล้าได้ง่ายและลมหนาวพัดผ่านมาสัมผัสมันก็จะเหี่ยวเฉามีริ้วรอยจนแทบกรี๊ดร้องกันเลยล่ะ 5.กินผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินหลายชนิด เสริมวิตามิน แร่ธาตุเพื่อบำรุงผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกด้วยการกินผักผลไม้ให้มากๆ กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ลวก นึ่งและผัดก็ได้เลยสารพัด แต่เพื่อให้ได้วิตามินมากที่สุด แนะนำให้กินแบบสดหรือนึ่งแทนดีกว่า เพราะการต้มนั้นจะทำให้เสียคุณค่าทางวิตามินได้ อีกทั้งผักผลไม้หากคุณสามารถเลือกกินชนิดที่ให้วิตามินซีได้จะดีมาก แนะนำพวกผลไม้รสเปรี้ยวอย่างแอปเปิ้ลเขียว สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ส้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รีทุกชนิด เป็นต้น เพื่อให้วิตามินซีได้เสริมสร้างคอลลาเจนผิวให้แข็งแรง ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านความเหี่ยวย่นของผิวในหน้าหนาว ที่สำคัญวิตามินซียังสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้กินแล้วช่วยป้องกันหวัดได้สูงอีกด้วย 6.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา เมื่อเรามีความสุขความเครียดที่ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัยเร็วก็จะหมดไป เหลือแต่สารดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะมันจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสและมีเลือดฝาด ...

Read More »

บอกลาปัญหารอยแตกลายกันเถอะ

เชื่อว่าปัญหารอยแตกลายบนผิวหนัง เป็นปัญหาน่ากวนใจสำหรับสาวๆ อย่างมาก และแน่ใจว่า เป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังขึ้นเลข 3 ที่สำคัญปัญหาเหล่านี้ยังทำให้ผู้หญิงมากกว่า 90% เสียความมั่นใจและต้องคอยหาทางปกปิดอยู่เสมอ วันนี้เราจึงนำวิธีต่างๆ ในการบอกลารอยแตกลายมาฝากกันค่ะ ถ้าอยากรู้กันแล้วว่ามีวิธีอะไรบ้าง ตามเราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ความจริงของเรื่องรอยแตกลาย รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก โดยที่ในระยะแรกนั้น รอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือสีม่วง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และจะมีรอบขรุขระลึก ซึ่งปัญหานี้แหละค่ะ ที่รักษาได้ยากมาก โดยลักษณะรอยแตกก็ขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่ารวดเร็ว จึงพบได้มากในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต หลีกเลี่ยงรอยแตกลายกันดีกว่า ความจริงแล้ว รอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว โดยผู้ที่มีปัญหารอยแตกลายอยู่ตอนนี้ สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีดังนี้ – ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะการดื่มน้ำถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น – เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเค วิตามินซี วิตามินี สังกะสี และซิลิกา เพราะสารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนังได้เป็นอย่างดี – ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน – หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือการเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว – ทามอยส์เจอไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย เพราะการทำให้ผิวชุ่มน้ำ จะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้นนั่นเอง บอกลารอยแตกลายไปจากร่างกาย จำไว้ว่า วิธีการรับมือกับผิวแตกลายและวิธีการบอกลารอยแตกลายที่ดีที่สุดนั้นก็คือ การป้องกันนั่นเอง เพราะเมื่อเกิดผิวแตกลายแล้วจะหาทางรักษาให้ผิวกลับมามีสภาพเดิมค่อนข้างยากมาก แต่ปัจจุบันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้ได้อย่างมากมายเต็มท้องตลาด สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังเผชิญกับปัญหารอยแตกลาย พยายามหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อสภาพผิวของตัวเองจะเป็นการดีที่สุด และสำหรับใครที่ไม่อยากเสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย ก็อย่าลืมใช้วิธีการป้องกันที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูนะคะ เชื่อว่า เป็นวิธีที่จะไม่ทำให้สาวๆ ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/

Read More »

ป้องกันแสงแดดทำร้ายผิวด้วยอาหารกันเถอะ

เพราะแสงแดดและอากาศที่แสนร้อนอบอ้าวขึ้นทุกวัน มีผลกระทบต่อผิวหนังของคนเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวแห้งกร้าน หรือผิวแดง ผิวไหม้ ที่ตามมาหลังจากเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลายาวนาน จนอาจทำให้เกิดเป็นปัญหาใหญ่ได้นั่นก็คือ มะเร็งผิวหนังนั่นเอง ดังนั้น สาวๆ ที่ต้องเผชิญกับแสดงแดดเป็นประจำทุกวัน ควรหันมาดูแลตัวเองจากแสงแดดให้มากๆ วันนี้เราจึงนำวิธีการป้องกันผิวจากแสงแดดด้วยการกินมาฝากกันค่ะ แต่จะเป็นการกินอะไรนั้น ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย ฟักข้าว ฟักข้าวเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไลโคปีน เมื่อเทียบกับมะเขือเทศจะสูงกว่าประมาณ 12 เท่า และยังมีสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าในแครอทถึง 10 เท่า มีวิตามินซีมากกว่าในส้มถึง 40 เท่า และมีซีแซนทีนมากกว่าในข้าวโพดถึง 40 เท่า อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า3 โอเมก้า6 โอเมก้า 9 รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยชะลอวัย ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ป้องกันปัญหาผิวแห้งกร้าน และที่สำคัญยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย ชาเขียว ในชาเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า โพลีฟีนอล ซึ่งช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากรังสียูวีได้ โดยร่างกายของคนเราสามารถรับสารเหล่านี้ได้จากการดื่มและจากการทาครีมที่มีส่วนผสมของชาเขียว ที่สำคัญยังมีงานวิจัยพบว่า ชาเขียว ยังสามารถป้องกันมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี มะเขือเทศ เนื่องจากในมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส รวมไปถึงสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน และกรดอะมิโน เป็นต้น และที่สำคัญ มะเขือเทศยังมีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใสและไม่แห้งกร้านอีกด้วย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ดังนั้นการรับประทานซอสมะเขือเทศวันละ 48-55 กรัม หรือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ หรือจะเลือกรับประทานน้ำมะเขือเทศวันละ 250 ซี.ซี. ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 10 สัปดาห์ขึ้นไป จะช่วยเพิ่มปริมาณสารแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง และช่วยให้อาการแดงของผิวหนังหลังจากโดนแสงแดดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการไม่รับประทานซอสหรือน้ำมะเขือเทศถึง 33 % เลยทีเดียว สาวๆ คนไหนที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ อย่าลืมหา มะเขือเทศ ฟักข้าว และชาเขียว มารับประทานกันด้วยนะคะ เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ จะทำให้สาวๆ ...

Read More »

เนรมิตผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้นด้วยผลไม้สด

หลายคนทราบกันดีว่า การรับประทานผลไม้สดเป็นประจำทุกวันนั้น ช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินที่เป็นประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย แต่จะมีใครทราบกันหรือเปล่าว่า การรับประทานผลไม้สดยังสามารถนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ และช่วยลดปัญหาผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้นได้อีกด้วย อยากรู้กันแล้วใช่ไหมเอ่ย ว่าผลไม้อะไรบ้างที่ช่วยบำรุงปัญหาผิวแห้ง เอาเป็นว่า เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ กล้วยหอม นำกล้วยหอมที่กำลังสุกพอดี อย่าเลือกที่งอมเกินไป แล้วนำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และตามด้วย นมสด และน้ำผึ้ง นำมาปั่นรวมกันจนได้เป็นครีมเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกและนวดให้ทั่วผิวกาย ควรเน้นในจุดที่ผิวแห้งกร้าน อย่างเช่น ข้อศอก หัวเข่า และเท้า หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง สังเกตเห็นได้ว่า จากผิวที่แห้งกร้านกลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้ง มะม่วง มะม่วงเป็นผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบ ลื่น และสดชื่น อีกทั้งยังช่วยป้องกันผิวจากรอยเหี่ยวย่นและต้านอนุมูลอิสระ เพียงแค่นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือปั่นเข้าด้วยกัน นำไปพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หรือจนรู้สึกว่าแห้ง จึงค่อยล้างออก วิธีนี้จะทำให้หน้าขาวแลนุ่มนวลขึ้น ที่สำคัญยังใช้ได้กับทุกสภาพผิวกันเลยทีเดียว ฝรั่ง ในฝรั่งมีโพแทสเซียม น้ำตาล แลกรดอะมิโน ที่สามารถดึงน้ำให้อยู่ชั้นบนของผิวหนังได้ดี อีกทั้งยังมีวิตามินบี 2 และวิตามินบี 5 ซึ่งถือเป็นวิตามินที่เพิ่มพลังในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเซลล์ สามารถป้องกันผิวหน้าไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมลอิสระและยังเพิ่มการสร้างเซลล์ใหม่อีกด้วย ดังนั้นการนำฝรั่งมารักษาปัญหาผิวแห้งจึงเป็นวิธีที่สาวๆ เลือกใช้กันค่อนข้างมากที่สุด เพียงแค่เลือกฝรั่งสดที่ไม่สุกจนเกินไป เอาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตามด้วยใส่น้ำและน้ำผึ้งลงไป ปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อครีมเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใสและเกลี้ยงเกลาขึ้นมาได้อย่างทันตาเห็นเลยละคะ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยกับ 3 ชนิดของผลไม้ที่ช่วยเนรมิตผิวแห้งให้กลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้ง เป็นผลไม้ที่หาซื้อกันได้ตามท้องตลาดทั่วไปเลยใช่ไหมละคะ อีกทั้งยังนำมาทำเป็นสูตรรักษาผิวหน้าและผิวหนังที่แห้งได้ง่ายมากมายเลยทีเดียว เอาเป็นว่า สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแห้ง ลองนำวิธีแสนง่ายที่เรานำมาฝากไปใช้ดูกัน รับรองผิวแห้งจะกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้งแน่นอน ที่มาของภาพ – http://www.tlcthai.com/ – http://3.bp.blogspot.com/ – http://alenasobol.com/

Read More »

วิธีจัดการกับความมันของผิวหน้า

หลายคนทราบกันดีว่า การจัดการกับผิวหน้ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากปัญหาผิวหน้ามันส่วนใหญ่มักพบกับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและหยาบ ดังนั้น สาวๆ สามารถจัดการกับผิวมันได้เอง หากรู้ถึงวิธีการจัดการที่ถูกวิธี วันนี้เราจึงเอาใจสาวหน้ามันทั้งหลายด้วยวิธีการกำจัดความมันให้หมดไป อยากรู้กันแล้วใช่ไหมเอ่ย ว่าวิธีการเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ตามเราไปดูกันเลยค่ะ ไม่ควรใช้สครับ สำหรับคนที่มีผิวมัน อย่าใช้สครับขัดหน้าโดยเด็ดขาด เพราะนั่นจะเป็นการกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำมันออกมา เราจึงขอแนะนำให้สาวๆ ทั้งหลายหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเอนไซม์จากสับปะรด นม หรือฟักทองแทน เพราะส่วนผสมทั้งหมดนี้จะช่วยสลายกาวที่ยึดติดเซลล์ที่ตายแล้ว และทำให้เซลล์เหล่านั้นหลุดออกไปโดยไม่ระคายเคืองแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการก่อตัวของน้ำมันบนใบหน้าอีกด้วย ล้างหน้าเช้าและเย็น แนะนำให้สาวหน้ามันล้างหน้าทุกเช้าและเย็นด้วยโฟมล้างหน้าที่มีค่า pH เป็นกลางหรือกรดน้อยนั่นเอง เนื่องจากผิวหน้าของผู้ชายจะมีสภาพเป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งในจุดนี้เราต้องการคงสภาพนี้ไว้เพื่อไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ และที่ควรระมัดระวังมากที่สุดก็คือ การใช้สบู่ในการล้างหน้า เพราะสบู่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นด่างและทำให้สภาพผิวสูญเสียสภาพความเป็นกรด จนทำให้แบคทีเรียมีโอกาสเจริญเติบโตได้ ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า ควรใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และอะซีโตน เพราะโทนเนอร์ชนิดนั้นจะทำให้หน้าแห้งมากจนผิวหนังส่งสัญญาณให้ผลิตน้ำเป็นพิเศษ จนทำให้หน้ามันอย่างรวดเร็ว และควรใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์เป็นประจำ ด้วยการใช้สำลีชุบและลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างอ่อนโยน ใช้ครีมบำรุงที่เบาและปราศจากน้ำมัน เราต้องเข้าใจว่า ระหว่างน้ำมันและความชุ่มชื้นนั้นถือเป็นคนละเรื่องกันเลย เพราะผิวหน้าที่มันก็อาจปราศจากความชุ่มชื้นไปได้ ดังนั้น คนที่มีผิวมันควรใช้ครีมบำรุงที่มีพื้นฐานจากน้ำ เพราะผิวทำให้ใบหน้าขาดน้ำได้ ใช้มาส์กโคลน แนะนำให้ใช้มาส์กโคลนสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน เนื่องจากการใช้มาส์กโคลนจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้ และทำให้รูขมขนนั้นปิดได้สนิท เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สาวๆ ทั้งหลาย เห็นวิธีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คงไม่ทำให้ผิดหวังใช่ไหมละคะ เพราะวิธีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น ล้วนเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายมากๆ ยังไงก็อย่าลืมเอาไปทำดูกันนะคะ ที่มาของภาพ – http://howtohealths.com/ – http://static.xaluan.com/ – http://p3.isanook.com/  

Read More »