Home / Tag Archives: ผิวหน้า

Tag Archives: ผิวหน้า

สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ..จัดการได้ด้วย 9 วิธีง่ายๆ

การดูแลผิวให้สวยและมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การมีผิวขาวกระจ่างใสและไร้สิวเท่านั้นนะคะ แต่สาวๆ จะต้องใส่ใจดูแลผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ผิวหน้าของเราก็จะแลดูกระดำกระด่างเหมือนคนมีปัญหาผิวจนได้ แต่วิธีดูแลผิวให้สม่ำเสมอเรียบเนียนถึงกันต้องทำอย่างไร yinglek.com นำคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 1.หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดบ้านเราร้อนตับไหม้ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่แห่งใด หากผิวสาวของเราตากแดดนานย่อมทำให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยได้อยางแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเข้าไว้ค่ะ 2.ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 – 30 นาที โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้ ครีมกันแดดนั้นๆ ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไป เพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพดีนั่นเอง 3.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย 4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นการกด แกะ บีบสิวหรือเกาผิว การขัดหรือสครับผิวหน้าอย่างรุนแรงก็เป็นตัวการรบกวนผิวและทำร้ายผิวให้เสียเร็วได้เช่นกัน รู้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเหล่านี้กันดีกว่านะคะ 5.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่ง และควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนจุดด่างดำ โดยเฉพาะครีมที่มีสารสกัดจากวิตามิน C ครีมเหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ 6.สครับผิวบ้าง สาเหตุที่ผิวหน้าหมองคล้ำและมีสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่งถึงกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการไม่ได้สครับผิวนั่นเอง ดังนั้น หมั่นสครับผิวกันบ้างจะดีกว่าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าจะได้กระจ่างใสและเรียบเนียนทั่วถึงกัน สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอเพียงแล้ว 7.มาส์กหน้าบำรุง เติมสารอาหารผิวจากธรรมชาติบ้างด้วยการมาส์กหน้าบำรุงค่ะ อาจใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายทั่วไป แนะนำแผ่นมาส์กที่สกัดจากผลไม้ที่ให้วิตามินซี หรืออาจจะทำมาส์กด้วยตัวคุณเองก็ได้ อย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดและไข่ขาว ลองหยิบเอาวัตถุดิบจากในครัวที่มีอยู่มาผสมให้เข้ากัน แล้วมาส์กสัก 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประกันได้เลยค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จากสีผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอถึงกันมากขึ้นแน่นอน 8.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว น้ำเปล่าคือ ตัวช่วยสร้างเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบและมีสุขภาพดีได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งคืนแก่ผิวจากภายใน พร้อมๆ กับการกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้วิตามินเหล่านั้นบำรุงผิวให้เปล่งประกายสดใสอีกที ผิวพรรณที่หมองคล้ำหรือมีปัญหาก็จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนปรับสภาพสู่ผิวกระจ่างใสได้ในที่สุดค่ะ 9.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการดูแลผิวจากภายในได้ดีเช่นกัน และยังทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมสุขภาพผิวจะอ่อนเยาว์และแข็งแรงตามมาได้ด้วย สาวๆ หันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง ...

Read More »

วิธีบริหารใบหน้าให้สวยชวนมองด้วยตัวคุณเอง

วันนี้แวะมาเอาใจสาวๆ ที่รักในการออกกำลังกายใบหน้ากันค่ะ เชื่อว่าหลายคนคงจะชอบบริหารใบหน้า เพื่อให้มีรูปทรงของใบหน้าที่สวยงาม ชวนหลงใหลและชวนมอง สำหรับหญิงสาวคนไหนที่รักการบริหารใบหน้าตามไปอ่านวิธีบริหารใบหน้าที่กระชับ อ่อนเยาว์ สวย น่ามองพร้อมๆ กันเลยดีกว่า เพื่อหน้าเรียวขึ้น สำหรับการบริหารใบหน้า เพื่อให้มีหน้าที่เรียวขึ้น สามารถทำได้เพียงแค่อ้าปากแล้วห่อริมฝีปากคร่อมฟันหน้าไว้ ต่อด้วยดึงมุมปากไปทางฟันหลังและห่อปากให้แน่น ต่อไปให้ลองนึกภาพซีกหน้าด้านข้างของเราค่อยๆ เคลื่อนช้าๆ ผ่านขากรรไกรขึ้นไปข้างบนศีรษะ พยายามดันพลังที่อยู่ในจิตไปตามใบหน้าด้านข้างจนกระทั่งรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ค้างไว้ในท่านี้โดยนับ 1-30 จากนั้นทำตัวตามสบาย ทำซ้ำๆ วันละ 2 ครั้ง รับรองว่าสาวๆ ได้มีใบหน้าที่เรียวกันอย่างแน่นอน เพื่อกระชับคางและคอ สำหรับการบริหารใบหน้าเพื่อให้กระชับคางและคอ ให้ทำโดยนั่งตัวตรงเชิดคางสูง หุบปากให้สนิทพร้อมฉีกยิ้ม จากนั้นวางมือลงตรงฐานลำคอเหนือไหปลาร้าทั้งสองข้าง แล้วดึงผิวหนังลำคอเบาๆ ต่อด้วยเอนศีรษะไปข้างหลังแล้วปล่อยคอตามสบาย จะทำให้เรารู้สึกว่า กล้ามเนื้อคางและคอถูกรั้งไว้ เอนศีรษะกลับสู่จุดเดิม ทำท่านี้ประมาณ 35 ครั้ง มันจะช่วยให้ลำคอกระชับไม่เหี่ยวย่นได้ เพื่อกระชับขากรรไกร สำหรับการบริหารเพื่อกระชับขากรรไกร ให้ทำโดยการฉีกยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือคล้ายๆ กับการแสยะยิ้ม แล้วหงายศีรษะไปด้านหลังในขณะที่ยังฉีกยิ้มอยู่ ค่อยๆ เปิดปากและปิดปากช้าๆ 3 ครั้ง สำหรับวิธีนี้ รับรองเห็นผลอีกทั้งยังช่วยให้ขากรรไกรไม่หย่อนยานได้ เพื่อกระชับเปลือกตา สำหรับการบริหารใบหน้าเพื่อกระชับเปลือกตา สามารถทำได้ทั้งตอนนั่งและนอนราบ เพียงวางนิ้วชี้ทั้งสองกดบนหน้าผากบริเวณเหนือคิ้ว ในขณะที่ทำให้เลิกคิ้วขึ้น จากนั้นลดคิ้วลง ทำซ้ำอย่างนี้ประมาณ 10 ครั้ง หลังจากนั้นให้เลิกคิ้วขึ้นค้างไว้ ในขณะที่นิ้วชี้ทั้งสองก็ยังกดบนหน้าผากอยู่ ทำค้างไว้อย่างนี้ประมาณนับเลข 1-30 และหลังจากนั้นลดคิ้วลงและเอามือออก ใช้นิ้วนวดวนบริเวณหน้าผากเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเอง เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับวิธีการบริหารใบหน้าในแต่ละวิธีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ถูกใจสาวๆ หลายคนกันใช่ไหมละคะ เพราะแต่ละวิธี ล้วนสามารถทำตามได้อย่างง่ายดายมากๆ อีกทั้งยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรทั้งนั้นด้วย เพราะเพียงใช้นิ้วมือของเราก็สามารถบริหารใบหน้าให้สวยดูอ่อนเยาว์แถมยังชวนหลงใหลให้น่ามองอีกด้วย ที่มาของภาพ – http://www.garmoniazhizni.ru/ – http://women.sanook.com/  

Read More »

วิธีบอกลาจุดด่างดำ เผยผิวหน้าสวยใสสะกดตา

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องกำลังเผชิญกับปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า และคงหนีไม่พ้นกับการนั่งกังวลหาวิธีแก้ไขจุดด่างดำให้หายหมดไป วันนี้ yinglek.com เราจึงนำสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับจุดด่างดำมาฝากหญิงสาวกันค่ะ เพื่อให้รู้ทันเรื่องจุดด่างดำ จะได้รีบป้องกันและแก้ไขก่อนที่มันจะทำให้ใบหน้าสวยๆ ของหญิงสาวต้องค่อยๆ หมดไป ถ้างั้น ตามไปอ่านพร้อมกันเลยดีกว่า เนื่องจากรังสี UV จากแสงแดด เป็นที่มาของการเกิดปัญหาหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสิว ริ้วรอย ผิวไหม้ หรือแม้แต่มะเร็งผิวหนังก็ตาม ส่วนปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่มีสาเหตุเกิดจากรังสี UV เพราะเมื่อผิวต้องเผชิญกับรังสี UV มากขึ้นก็จะก่อให้เกิดผลโดยตรงต่อการผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น นั่นก็หมายถึงว่า ผิวของเราจะมีการสร้างเมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเม็ดสีผิวให้มีจำนวนมากขึ้น และเมลาโนไซต์นี่แหละ ที่ตะถูกกระตุ้นให้มีการผลิตเมลานินเพิ่มขึ้นต่อไป บริเวณที่มีการรวมตัวของสีผิวเมลานินอย่างหนา จะทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำและเกิดความหมองคล้ำขึ้นบนใบหน้าจนในที่สุด สาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ แสงแดด เนื่องจากแสงแดด ถือเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ริ้วรอยเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะปัจจุบัน ซึ่งสภาพแวดล้อมมีแสงแดดที่แรงมาก เมื่อใบหน้าต้องสัมผัสแสงแดดอยู่เป็นประจำก็จะทำให้เกิดริ้วรอย ผิวคล้ำ และอาจจะทำให้เกิดฝ้าและกระ ได้อีกด้วย สังเกตเห็นได้ชัดว่า ริ้วรอยมักเกิดกับคนที่มีอายุ 30 ปี แต่เดี๋ยวนี้มันสามารถเกิดกับเด็กที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆได้ สิว เมื่อสิวบนใบหน้าหาย ก็ย่อมเหลือรอยที่เกิดจากสิว ทิ้งไว้ให้ต้องช้ำใจอยู่เสมอ ดังนั้นควรดูแลรักษาสิวให้เป็นอย่างดี เพื่อที่มันจะได้ไม่ทิ้งรอยสิวจนเห็นได้ชัดและยากต่อการที่จะรักษา จนทำให้มีจุดด่างดำขึ้นมาแทนที่จนได้ อายุเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่า ยิ่งมีอายุมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นก็ย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต่างอะไรกับเรื่องของจุดด่างดำ เพราะมันย่อมปรากฏให้เห็นได้อย่างเด่นชัด หากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยหมั่นดูแลรักษาใบหน้าอยู่สม่ำเสมอ พันธุกรรม เนื่องจากร่างกายของคนเราทุกคนต้องได้รับสิ่งที่ได้รับจากการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ อาจจะเป็นทั้งยีนส์เด่นและยีนส์ด้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ได้มาจากพันธุกรรมเราไม่สามารถแก้ไขมันได้ วิธีลดเลือนจุดด่างดำที่เหมาะสม – หลีกเลี่ยงแสงแดดอยู่เสมอ เพราะแสงแดดเมืองไทยเราร้อนมาก ดังนั้น หากต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดก็ควรทาครีมกันแดดป้องกันแสงแดดทุกครั้ง โดยควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป เพราะแสงแดดคือ ตัวการทำลายผิวให้เสียง่าย มาพร้อมทั้งปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำและริ้วรอยนั่นเอง – เลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี เพราะจะทำให้จุดด่างดำดูจางลง สีผิวจะดูผ่องขึ้น เนื่องจากครีมบำรุงชนิดนี้จะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินสีเข้มได้ – เลือกรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์ เพราะปัจจุบันนี้วิทยาการทางการแพทย์มีความทันสมัยมากขึ้น การรักษาย่อมมีมากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีตเมนท์หรือแม้แต่การยิงแสง IPL เพราะความเข้มของแสง IPL ที่ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้องและพอเหมาะ จะทำให้เกิดผลดีกับการลดเลือนจุดด่างดำได้ สาวๆ ทราบกันไปเรียบร้อยแล้วถึงสาเหตุและวิธีลดเลือนจุดด่างดำ ...

Read More »

เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอางให้ใบหน้าสาวๆ สวยเด้งตลอดวัน

“ความสวย” สิ่งที่สาวๆ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งที่พวกเธอต่างใฝ่ฝันและต้องการมันมาครอบครอง หากใครไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง การแต่งหน้าถือว่าเป็นทางเลือกแบบรายวันที่จะช่วยเสริมบุคลิกให้สาวสวยใสได้มากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างสีสันให้ในแต่ละวันของสาวๆ ดูไม่ซ้ำซาก แต่สิ่งสำคัญที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กังวลคือเครื่องสำอางบางชนิดที่เลือกใช้ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควร คงทนอยู่บนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อโดนแดด เหงื่อและฝุ่นละอองก็ทำให้ผิวหน้าคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใสไปได้ในพริบตา จนต้องหยิบแป้งมาเติมอย่างทุลักทุเลอยู่บ่อยๆ ดังนั้นสาวๆ ท่านใดกำลังประสบปัญหานี้ เราลองมาดูเคล็ดลับสำหรับการเลือกใช้เครื่องสำอางให้ติดทนนานแบบตลอดทั้งวันกันดีกว่าค่ะ ต้องรู้จักเตรียมผิวตัวเองเสียก่อน อย่าไปหวังพึ่งเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว เพราะการทำให้ผิวหน้าพร้อมรับกับเครื่องสำอางให้ติดทนนานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่า และยังช่วยเสริมให้เครื่องสำอางไม่ว่าจะราถูกหรือแพงสามารถติดคงทนได้มากกว่าการโบ๊ะลงไปแบบธรรมดาถึงสองเท่า หลักการเตรียมผิวหน้าที่ดีต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจรด โดยเฉพาะคราบสกปรกและความมันที่จะที่จะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องสำอางไม่ติดผิว ตามด้วยการใช้ครีมกันแดด และไพร์เมอร์เพื่อปกปิดรูขุมขนสำหรับคนที่มีปัญหาผิวขรุขระ ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหน้ามากขึ้น จากนั้นจึงตามด้วยขั้นตอนการลงเบสและรองพื้นเป็นลำดับถัดมาตามปกติของสาวๆ ได้ค่ะ อย่าลืมสังเกตรายละเอียดบางจุดเพื่อความสมบูรณ์แบบ บางครั้งการเติมเต็มด้วยคอนซีลเลอร์และรองพื้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ใช่ว่าจะสามารถปกปิดความหมองคล้ำออกไปได้หมด ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทางที่ดีควรมองหาจุดด้อยของตัวเองเพื่อความมั่นใจ อย่างปัญหาใต้ตาคล้ำที่อาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์ในการลบร่องรอย และที่สำคัญการเลือกโทนสีที่ดีจะต้องเข้มกว่าผิวหน้าเรา 1 เบอร์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ บรัชออนเนื้อครีมติดแน่นทนนาน เพิ่มสีสันให้ใบหน้าด้วยสีชมพูหรือส้มอ่อนบนแก้มทั้งสองข้างด้วยบรัชออน ในที่นี้เราจะขอแนะนำบรัชออนแบบเนื้อครีมที่จะติดคงทนบนผิวหน้ามากกว่าแบบฝุ่น ช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ สวยใสได้อย่างเต็มที่ในระหว่างวัน แป้งผสมรองพื้นเพิ่มประสิทธิภาพ ตบท้ายด้วยแป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะมันอาจจะปลิวหายไปกับสายลมในระหว่างวัน ทางที่ดีควรเลือกใช้เป็นแป้งฝุ่นผสมรองพื้น ใช้ฟองน้ำชุบน้ำจนหมาดเกือบแห้งสนิทแตะแป้งที่ผสมรองพื้นเอาไว้ซับเบาๆ ไปตามผิวหน้าให้ทั่วบริเวณโดยไม่จำเป็นต้องเกลี่ยไปมา จะช่วยให้แป้งสามารถติดกับผิวหน้าได้นานขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความเนียนใสแตกต่างจากการใช้แป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียว ที่มักจะทำให้หน้าของสาวๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ เพียงเท่านี้ การแต่งหน้าให้คงทนแบบตลอดทั้งวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่สาวๆ มั่นใจกับตัวเองได้แม้ว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่โหดร้ายก็ตาม แต่อย่าลืมหลังการแต่งหน้าแล้วควรล้างทำความสะอาดให้หมดจดเพื่อจะได้ช่วยป้องกันปัญหาสิวและอาการระคายเคืองทำให้ผิวหน้าสาวหมดสวยเอาได้ค่ะ ที่มาของภาพ http://makeupbysiham.blogspot.com/ และ http://www.agoracosmopolitan.com/

Read More »

เตือนภัย! ก่อนเลือกใช้เครื่องสำอางราคาถูก

เครื่องสำอางหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคนรักสวยรักงาม ไม่เว้นแม้จะเป็นผู้หญิงหรือกึ่งหญิง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่บนโลกที่เรายังไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากความเป็นคน “ธรรมดา” ได้ การสร้างความโดดเด่นหรือแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความมั่นใจให้กับตัวเองก็ถือว่าช่วยให้สาวๆ กล้าที่จะเดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกกันได้อย่างมีความสุขและเฉิดฉายได้แล้ว ปัญหาที่พบไม่ได้อยู่ที่ความรักสวยรักงามของสาวๆ แต่มันอยู่ที่จำนวนผลิจภัณฑ์เครื่องสำอางที่เกลื่อนกลาดอยู่ในท้องตลาด และใครๆ ต่างก็ต้องชอบของราคาถูกกันเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีความรู้มากพอและคิดว่าเครื่องสำอางทั่วไปที่สามารถทำให้ผิวหน้าของตัวเองดูดีขึ้นมาได้ก็คงจะไม่ต่างจากเครื่องสำอางราคาแพงอื่นๆ ที่มีคุณภาพ (แต่นั่นก็ไม่ได้รองรับว่าเครื่องสำอางที่แพงจะดีเสมอไป) การใช้เครื่องสำอางราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงที่มาที่ไป โดยเฉพาะแหล่งผลิต ส่วนผสมที่ใช้ ไปจนถึงการรับรองที่ได้มาตรฐาน เหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากสารพิษที่สะสมทำให้สาวๆ ต้องเผชิญกับผลข้างเคียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงก็เป็นได้ สารอันตรายที่พบได้ทั่วไปในเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพคือเครื่องสำอางที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากระบบอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีสารอันตรายอยู่ในสัดส่วนที่เกินความปลอดภัย โดยสารต่างๆ ที่เรามักพบและเป็นที่กังวลใจสำหรับคนที่ยังหันมาใช้เครื่องสำอางราคาถูกกันอยู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ 1.สาร พี วี พี มักพบได้ในเครื่องสำอางชนิดสเปรย์ เป็นสารละลายที่ช่วยทำให้เส้นผมแข็งตัว หากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้ อักเสบ เกิดผื่นแดง เมื่อซึมเข้าสู่ผิวจะส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกาย สิ่งที่ตามมาคือภาวะความเป็นพิษ ทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในผิดปกติและตามมด้วยการล้มเหลวของไตได้ 2.สี พาราฟินิลินไดอามิน เป็นสารเคมีที่พบได้ในน้ำยาย้อมผม โดยทั่วไปจะผสมในอัตราส่วนที่ไม่ส่งผลระคายเคืองกับผิวหนังมากนัก แต่บางชนิดสารชนิดนี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนังที่ถูกสัมผัส แสบร้อน บางรายรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการบวมแดง มีน้ำหนองไหลออกมา อาการยังสามารถลุกลามไปจนถึงดวงตาและผิวหนังใกล้เคียงได้หากไม่รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที 3.ไฮโดรควิโนน พบได้ในครีมลอกฝ้า เป็นสารเคมีที่จะลอกเอาผิวหนังชั้นนอกออกไป เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผู้ใช้จะรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นใช้ได้ผล เนื่องจากผิวที่ทาจะเริ่มมีความขาวมากขึ้นและรอยฝ้าสีดำๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหากยังไม่หยุดใช้ก็คือภาวะ “ด่างขาว” คล้ายคนถูกน้ำร้อนลวก ส่งผลให้ผิวหนังมีสีไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปิวบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายตามมาได้อีกด้วย นอกจากสารอันตรายเหล่านี้ที่เราควรหลีกเลี่ยง ทางที่ดีการดูแลผิวหน้าให้สวยใสคือการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงเท่านี้สารอาหารที่ได้รับก็จะเข้าไปซ่อมแซมผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสโดยไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเลยล่ะค่ะ ที่มาของภาพ http://idiva.com/ และ http://fashionsy.com/

Read More »

พฤติกรรมทำลายผิวหน้าให้แก่ก่อนวัย ไม่เลี่ยงไม่ได้แล้ว

เพราะผิวหน้าเป็นส่วนที่มีความบอบบางมากกว่าผิวส่วนอื่น และยังเป็นจุดแรกที่หลายคนพบเห็นแล้วสะดุดตาประทับใจได้ แต่หากเราจะปล่อยปละละเลยไม่ดูแลใส่ใจผิวให้สวยอ่อนเยาว์อยู่เสมอหรือหากละเลยการดูแลจนผิวหน้าแก่ก่อนวัย มีริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ผุดขึ้นเพียบ แบบนี้เห็นทีอาจจะทำให้ความงามในตัวคุณหมดลงอย่างน่าเสียดายจริงมั้ยคะ วันนี้ตาม yinglek.com มาดูวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายผิวหน้าให้แก่ก่อนวัยกันดีกว่า เพื่อให้คงความสวยอ่อนเยาว์ตลอดนานเท่านานนั่นเอง 1.สครับผิวบ่อยและแรงมากไป การสครับผิวจริงอยู่ที่สามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกได้ แต่เราจะต้องสครับอย่างเบามือพอดี ไม่ขัดถูผิวหน้าอย่างรุนแรง ที่สำคัญไม่ควรสครับบ่อยเกินไปด้วย การสครับที่เหมาะสมควรสครับเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอแล้วค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งที่จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างทุกวันนี้ รับรองได้เลยว่าหากคุณทำตามนี้ก็จะช่วยถนอมผิวให้คงความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงปัญหาผิวแห้งลอกเป็นขุยได้ง่ายมากขึ้นแน่นอน 2.ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดเพียงพอ การแต่งหน้าที่ว่ามีหลายขั้นตอนแล้ว การล้างเครื่องสำอางก็มาพร้อมหลายขั้นตอนเช่นกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสาวๆ หลายคนจึงไม่ค่อยชอบล้างเครื่องสำอางหรืออาจจะละเลยการล้างเครื่องสำอางให้สะอาด บางคนกลับมาจากข้างนอกดึกๆ ดื่นๆ ยังทิ้งตัวลงนอนไปเลยด้วยซ้ำ หากปล่อยพฤติกรรมแบบนี้เอาไว้บ่อยครั้ง ย่อมทำให้สิวอุดตันขึ้นพรึ่บได้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้น ควรใส่ใจการล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนนอนด้วยการเช็ดเครื่องสำอางออกเสียก่อนด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์หรือคลีนซิ่งออย จากนั้นล้างด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติและเช็ดตามด้วยโทนเนอร์อีกทีก็ได้ เพียงเท่านี้ใบหน้าก็จะสะอาดใสทุกรูขุมขน ไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างจนทำให้เกิดปัญหาผิวและริ้วรอยตามมาได้แล้วค่ะ 3.บีบสิวเป็นประจำ เมื่อไรที่สิวขึ้นหน้า ยอมรับมาซะเถิดนะคะว่าหลายคนหักห้ามใจไม่บีบสิวเป็นไม่ไหว แต่หากเรายิ่งบีบสิวก็จะยิ่งทำให้เกิดรอยดำจากสิวง่ายขึ้น ทำให้สิวหายช้าอาจจะยิ่งอักเสบกลายเป็นหนองและสุดท้ายก็จะเป็นแผลเป็นในที่สุด หักห้ามใจไม่บีบแล้วปล่อยให้มันหายเองโดยธรรมชาติดีกว่านะคะ รอยสิวจะได้จางลงโดยเร็วด้วยค่ะ 4.ทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งหรือสาวคนไหนที่ประหยัดกันแบบสุดๆ คุณอาจจะแต้มเนื้อครีมบำรุงผิวทาหน้าเพียงเล็กน้อยและเมื่อปลายนิ้วของเราเกลี่ยให้ซึมไม่ทั่วถึงกัน ก็ย่อมทำให้ผิวหน้าบางส่วนขาดการบำรุงดูแล แถมยังก่อให้เกิดริ้วรอยและมีปัญหาแห้งกร้านได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น ทาครีมบำรุงผิวหน้าให้สวยกันทั้งที อย่าลืมใส่ใจทาให้ทั่วถึงจะดีกว่านะคะ ผิวจะได้คงความชุ่มชื้นและหมดปัญหาผิวเหี่ยวย่นง่ายนั่นเอง 5.ไม่ชอบดื่มน้ำ ผู้หญิงหลายคนอยากมีผิวสวย แต่ละเลยการดื่มน้ำ ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะการบำรุงจากภายนอกนั้นมันไม่เพียงพอกันหรอกนะคะ เราจะต้องบำรุงจากภายในด้วย โดยดื่มน้ำสะอาดให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน เมื่อร่างกายได้รับน้ำเข้าไปบำรุงอย่างเพียงพอก็ย่อมทำให้สุขภาพผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผิวหน้าก็จะกระจ่างใสและมีความนุ่มชุ่มชื้นแถมยังทำให้ริ้วรอยต่างๆ ตื้นขึ้นได้อีกด้วย เห็นกันหรือยังคะว่าพฤติกรรมทั้ง 5 นี้ล้วนเป็นบ่อเกิดให้ผิวสวยๆ ของคุณเสียโดยเร็วแถมยังทำให้มีริ้วรอยก่อนวัยได้แสนง่ายอย่างคาดไม่ถึง เมื่อทราบกันเช่นนี้แล้ว หันมาดูแลใส่ใจและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายผิวหน้าให้แก่เร็วกันดีกว่าเนอะ ที่มาของภาพ – https://ph.sports.yahoo.com/ – http://onlyherb.blog.com/

Read More »

8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาล

หน้าหนาว.. เป็นช่วงที่ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาพร้อมความเย็นของสภาพอากาศจึงทำให้ผิวสาวเราแห้งกร้านได้ง่าย ในวันนี้เราก็มี 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลมาฝากสาวๆ ทุกคนกัน เพราะผิวพรรณของผู้หญิงเราเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ ไม่เช่นนั้น ความแห้งกร้านอาจทำลายผิวให้โรยราและมีริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้ เรามาดูไปพร้อมกันเลยนะคะว่า 8 วิธีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง 1.ปรับอุณหภูมิน้ำที่อาบไม่ให้ร้อนเกินไป ควรเลือกอาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาจะดีที่สุด แต่เพราะหน้าหนาวอาจจะทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นและเสี่ยงป่วยได้ง่ายก็อาจจะหันมาปรับอุณหภูมิของน้ำไม่ให้ร้อนเกินไปก็ได้ค่ะ โดยอาบเพียง 15 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นแล้วก็ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะพร้าวสักหน่อย แค่นี้ก็จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิวชั้นลึกสุดได้เป็นอย่างดีแล้วค่ะ 2.หลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อย เพราะการสครับผิวจะทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วหลุดออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่าก็จะขึ้นมาทดแทน เพราะฉะนั้น ให้สาวๆ สครับผิวกันบ้างสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ สำหรับหน้าหนาวนี้ เพราะหากสครับบ่อยมากเกินไปผสานกับความหนาวเย็นของอากาศแล้ว อาจจะยิ่งกลายเป็นการทำร้ายผิวให้แห้งตึงยิ่งขึ้นได้และยังทำให้เกิดอาการแสบคันยุบยิบง่ายอีกด้วย 3.ทาโลชั่นและครีมบำรุงทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วให้รีบทาครีมบำรุงผิวและโลชั่นที่มีส่วนผสมจากวิตามินอีสูงทันที หรือชนิดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นนั่นเองค่ะ เพื่อให้ผิวได้รีบเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้นานๆ ต่อไป 4.มาส์กหน้าจากวัตถุดิบธรรมชาติบ้าง หันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างแตงกวา กล้วย มะละกอ แตงโม มะเขือเทศและน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้าบำรุงผิวกันบ้างก็ดีค่ะ ในวันหยุดว่างๆ ลองมาส์กจากผักผลไม้เหล่านี้ มันจะช่วยเติมเต็มสารอาหารจากธรรมชาติลงไปบำรุงเซลล์ผิวชั้นในสุดโดยตรง คุณจะพบกับผิวหน้าที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสสุดๆ เลยทีเดียว 5.ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากทาด้วยโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวแล้ว คิดว่ายังไม่เพียงพอแน่นอนหรอกนะคะ เพราะหากคุณปรารถนาการมีผิวขาวกระจ่างใส ไร้ความหมองคล้ำทำลายก็ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าปกป้องเพียงพอ อาจจะเลือกใช้ค่า SPF 15-30 ค่ะ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของคุณสาวๆ ได้เลย แม้แต่อยู่ในบ้านก็ต้องหมั่นทาเป็นประจำนะคะ ไม่เช่นนั้นแล้ว สภาพผิวก็ย่อมโรยราและหมองคล้ำง่าย นำมาสู่การมีผิวแห้งกร้านมากขึ้นได้ด้วยค่ะ 6.พกพาโลชั่นติดตัวไว้ทาอยู่เสมอ ใช่ว่าเราจะต้องทาโลชั่นแค่หลังอาบน้ำแต่เพียงเท่านั้นซะเมื่อไรล่ะคะ เพราะตลอดวันผิวเราย่อมเผชิญกับความแห้งกร้านและแตกลอกเป็นขุยให้คันยิบๆ ได้เสมอ ยิ่งหากคุณนั่งทำงานในห้องแอร์ด้วยแล้ว แนะนำให้ยิ่งพกพาโลชั่นติดกระเป๋าไปด้วยเลยค่ะ เมื่อพบว่าผิวเริ่มแห้งแล้วไม่ว่าจะเป็นมือหรือส่วนต่างๆ ที่แห้งง่ายอย่างแขนและขาก็สามารถหยิบโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นมาทาได้เลยบ่อยๆ ตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นผิวเอาไว้ได้อีกระดับอย่างนานเท่านานมากขึ้นแล้วค่ะ 7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำจะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอิบให้แก่เซลล์ผิวเป็นการเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิวตั้งแต่ภายใน ทำให้ผิวชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์เปล่งปลั่งมากขึ้นได้ นอกจากนี้ อย่าลืมหันมากินผักผลไม้เพื่อบำรุงวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระพร้อมกันมากๆ เข้าไว้ค่ะ สารดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยและป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมโทรมอีกด้วย 8.นอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมง การนอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงนี่แหละเป็นดั่งการดูแลผิวในแบบง่ายมาก โดยควรนอนตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม ไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่มเป็นต้นไปนะคะ ยิ่งเราเข้านอนเร็วมากเท่าไร ผิวก็จะยิ่งอ่อนเยาว์มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ เซลล์ผิวภายในยังซ่อมแซมตัวเองไม่ให้สึกหรออีกด้วย ง่ายดายเท่านี้หวังว่าสาวๆ ชาว yinglek.com จะนำทั้ง 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลไปใช้กันทุกวันนะคะ ...

Read More »

พอกหน้าน้ำผึ้งรักษาสิวด้วย 3 สูตรจากธรรมชาติ

Yinglek เชื่อว่าสาวๆ หลายคนล้วนต่างก็เผชิญกับปัญหาสิวกวนใจด้วยกันทั้งนั้น และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะมีสูตรพอกหน้ารักษาสิวที่หาได้จากธรรมชาติรอบตัว ในวันนี้เรานำมาฝากกันแล้วค่ะกับสูตรดีๆ จากน้ำผึ้ง ว่าแต่มันมีอะไรดีๆ ให้เราน่าทึ่งบ้างนะ สาวๆ ตามมาดูกันเลย   น้ำผึ้งกับคุณสมบัติเพื่อผิวสวยหลากประการ น้ำผึ้งประกอบไปด้วยสารอาหารบำรุงผิวที่ได้จากคุณค่าธรรมชาติอย่างมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุ เอนไซม์และวิตามินหลายชนิดอย่างแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไนอะซินและยังมีกรดอ่อนๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ผิวพรรณจึงสว่างกระจ่างใสและเนียนนุ่มชุ่มชื้นดั่งใจยามสัมผัสสุดๆ นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ด้วยนะคะ เพราะมันจะเข้าไปสร้างเอนไซม์ที่ทำให้มีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ขึ้นได้แบบอ่อนๆ หลังจากนั้นน้ำผึ้งจะปล่อยน้ำและออกซิเจนออกมา ปฏิกิริยาดังกล่าวจะสามารถช่วยรักษาสิว ทำให้สิวยุบตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดความอักเสบบวมตามมา พร้อมกันนี้ อาหารผิวที่ได้จากน้ำผึ้งยังซึมซาบลงสู่เซลล์ผิวชั้นลึกเพื่อบำรุงผิวไปในตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 3 สูตรพอกหน้ารักษาสิวจากน้ำผึ้ง 1.สูตรน้ำผึ้งและกล้วย สูตรนี้ไม่เพียงช่วยลดสิวได้แต่เพียงเท่านั้น แต่เหมาะสมอย่างมากสำหรับสาวผิวแห้งและผิวหยาบกร้านเป็นพิเศษ เพียงใช้กล้วยน้ำว้าสุกมาผสมละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกหน้า 5-10 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด เท่านี้หน้าของสาวๆ ก็จะเนียนนุ่มชุ่มชื้นทันตาแล้ว 2.สูตรน้ำผึ้งและมะขามเปียก เป็นสูตรพอกหน้าที่มาพร้อมการช่วยผลัดเซลล์ผิว โดยเราจะใช้มะขามเปียกเป็นส่วนผสมนั่นเองค่ะ ให้คุณนำมะขามเปียกมาคั้นกับน้ำอุ่น จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปผสม คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้า 5-10 นาทีเช่นกัน เสร็จแล้วล้างหน้าให้สะอาด ซับผิวให้แห้งหมาดๆ แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงต่อไป ผิวสาวจะกระจ่างใสทันตาเลยทีเดียว สำหรับมะขามเปียกนั้นเป็นกรดอ่อนๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน แถมยังทำให้ใบหน้าขาวใส ไร้ความหมองคล้ำอีกด้วย เพราะฉะนั้น ลองทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง พร้อมกับทาครีมกันแดดและหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดเสมอ รับรองคุณจะได้ผิวที่ขาวกระจ่างใสและไร้สิวกวนใจแน่นอน 3.สูตรน้ำผึ้งและแตงกวา แตงกวาเป็นผักที่เลื่องชื่อในเรื่องของการให้มอยส์เจอไรเซอร์ชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ มีวิตามินอีสูงที่จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อ่อนเยาว์และกระชับเต่งตึงขึ้น ให้คุณนำแตงกวา 1 ลูกล้างน้ำให้สะอาดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นผสมให้เข้ากันกับน้ำผึ้งในปริมาณ 2 ช้อนชาแล้วพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทำเป็นประจำได้เลยทุกวันค่ะ มันจะเปรียบได้กับการบำรุงผิวที่ไม่ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์ในครีมบำรุงผิวของคุณเลยหรือจะทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้าทุกคืนก่อนนอนก็ได้เหมือนกันนะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสูตรพอกหน้าจากน้ำผึ้งที่ yinglek.com หยิบมาฝากสาวๆ กันถึง 3 สูตร เหมาะสมกับสาวผิวทุกประเภทไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสมหรือผิวแพ้ง่าย เลือกใช้กันเลยตามสภาพผิว ที่สำคัญปัญหาสิวจะห่างออกไปไกลทีเดียว เหลือเพียงแต่ผิวหน้าใสๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สาวๆ อย่าลืมนะคะว่าเนื่องจากบางสูตรที่เราพอกหน้าอย่างสูตรมะขามนั้นค่อนข้างเป็นสูตรที่ทำให้ผิวไวต่อแดด และเพราะแสงแดดบ้านเราร้อนแรงทุกองศาได้แทบทุกวัน ดังนั้น ก่อนจะออกจากบ้าน ควรทาครีมกันแดดและหมั่นพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ...

Read More »

บำรุงผิวก่อนนอน เพื่อผิวเนียนนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่

เพราะผิวพรรณเปรียบดั่งสมบัติที่แสนล้ำค่าสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะผิวหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่ต้องเผชิญกับสายตาดวงอื่นๆ ก่อนส่วนใดในร่างกาย หากว่าผิวหน้าอยู่ในสภาพที่ดี มีความกระจ่างใสและเนียนนุ่ม ก็จะทำให้เป็นคนที่ผิวใสชวนมอง แต่หากว่าแต่ละวันผิวหน้าต้องเผชิญกับปัจจัยมากมายที่ทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะจากท่อไอเสีย รังสียูวี หรือแม้แต่พวกฝุ่นละอองที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยสายตาเปล่า ก็ล้วนทำให้ผิวหน้าเกิดความแห้งกร้านและไม่ชุ่มชื่น ดูกี่ทีๆ ก็ไม่สดใส วันนี้เราจึงนำวีการบำรุงผิวก่อนนอน เพื่อตื่นมาในเช้าวันใหม่ ได้มีผิวหน้าที่เนียนนุ่มสวยกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีบำรุงอะไรกันบ้าง ล้างหน้าให้สะอาด ไม่ว่าสาวๆ จะเป็นผู้หญิงที่แต่งหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก่อนนอนถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องล้างหน้าให้สะอาดเสมอ เพื่อเป็นการทำความสะอาดรูขุมขน ชะล้างเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าออกไปให้หมด อีกทั้งการล้างหน้าให้สะอาด ยังช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะนำมาสู่ปัญหาสิวและผิวที่ระคายเคืองได้ บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หลังจากล้างหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ให้ตามด้วยการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด สำหรับสาวผิวมันก็ควรบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ชนิด water-based ส่วนสาวผิวแห้ง ขอแนะนำให้ใช้สูตรน้ำนม หรือแบบ oil-based แทนค่ะ สครับผิวเป็นประจำก่อนนอน แนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กๆ จุ่มลงไปในน้ำอุ่น บิดหมาดๆ แล้วนำมาวางบนผิวหน้า เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้รูขุมขนเปิดและผิวหนังเกิดความชุ่มชื้นมากขึ้น จากนั้นก็ให้ใช้สครับสูตรอ่อนโยนขัดผิวอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกจากรูขุมขนหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก็จะหลุดลอกออกมา จึงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น ดื่มน้ำสะอาดก่อนเข้านอน สำหรับสาวๆ ที่รักผิวหน้า ควรเตือนตัวเองเสมอก่อนนอน ในการดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 1-2 แก้วทุกคืน เพื่อให้น้ำช่วยขับของเสียในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเติมน้ำให้ระบบภายในต่างๆ สดชื่น ทำงานได้ดี และช่วยให้ผิวสวยสดใสได้ด้วย สำหรับสาวๆ ที่อยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ พร้อมกับผิวหน้าและผิวกายที่สดชื่น เปล่งปลั่ง ดูมีชีวิตชีวา มากกว่าทุกๆ วัน ลองนำวิธีการที่เรานำมาฝากไปใช้ดูนะคะ รับรองว่า ไม่ทำให้ผิดหวังกันอย่างแน่นอน ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/  

Read More »

ลดรอยสิว ด้วยผลไม้น่าทาน

เพราะปัญหาเรื่องสิวคือ ปัญหาที่สาวๆ แทบจะเลี่ยงไม่ได้เลย และก็คงเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญกันบ่อยมากๆ ดังนั้น ปัญหาที่หนักกว่า การที่ต้องเจ็บจากการอักเสบของสิว ก็คงหนีไม่พ้นจากรอยแผลที่ถูกทิ้งไว้หลังจากหายจากอาหารเจ็บหรืออาการอักเสบของผิวนั่นเอง ผู้ญิงหลายคนต้องมานั่งกังวลกับเรื่องรอยแผลที่เกิดจากสิว เพราะไม่รู้ว่าจะเลือกรักษาด้วยวิธีไหนดี วันนี้เราจึงนำวิธีการรักษารอยแผลที่เกิดจากสิวด้วยผลไม้มากฝากกัน ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่า ผลไม้ที่ช่วยปราบรอยสิวมีอะไรบ้าง แอปเปิ้ล หลายคนทราบกันดีว่า แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย แถมยังมีวิตามินหลากหลายชนิดอีกด้วย และยังเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณในการลดแผลสิวได้ ที่สำคัญมันยังช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น สดใสได้อีกด้วย เพียงแค่เรานำแอปเปิ้ลผ่าเป็นซีก แล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ นำมาปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยล้างออก ทำเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งที่นำมาผสมกันนั้น จะช่วยสมานแผลและลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวให้ค่อยๆดีขึ้น มะเขือเทศ มะเขือเทศไม่เพียงแต่เป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าในเรื่องของสารอาหารในการรับประทานเพียงเท่านั้น แต่มันยังมีประโยชน์ในการช่วยลดแผลสิวได้ดีอีกด้วย เพียงแค่นำมะเขือเทศสดมาฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วเอามาวางบริเวณที่เป็นรอยสิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยล้างออก หรืออาจจะนำผลอะโวคะโดมาปั่นรวมกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วบริเวณผิวหน้า ก็จะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลสิวได้ดีขึ้น ที่สำคัญวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้า สมานรอยแผล ลดรอยแผลเป็นจากสิว ให้ค่อยๆ ดีขึ้นอีกด้วย มะละกอ อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า มะละกอเป็นผลไมที่ให้ประโยชน์มากมาย ไม่ใช่แค่เพียงนำมารับประทานแบบสดๆ หรือนำมาทำเป็นส้มตำให้ความแซ่บเพียงเท่านั้น แต่มันยังอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุหลายชนิดที่ช่วยในเรื่องของการรักษาแผลสิวได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำมะละกอมาปอกเปลือก แล้วล้างยางออกให้สะอาด นำมาบดจนกระทั่งละเอียดพอควร จึงนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด วิธีนี้ จะช่วยรักษาแผลสิวบนใบหน้าไม่แพ้จากวิธีอื่นๆ เลยล่ะ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ยังคงกังวลกับรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว วันนี้คงทำให้ยิ้มออกมาได้บ้างแล้วนะคะ เพราะวิธีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นั้น ถือเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและให้ความปลอดภัยได้อย่างมาก เพราะไม่มีซึ่งสารเคมีแต่อย่างใดผสมเข้ามาเลย ที่มาของภาพ – http://www.tlcthai.com/ – http://women.sanook.com/ – http://1.bp.blogspot.com/

Read More »