Home / Tag Archives: ผิวสวยอ่อนเยาว์

Tag Archives: ผิวสวยอ่อนเยาว์

9 วิธีดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นต้อนรับหน้าหนาวอย่างไม่มีหวั่นผิวแห้งเสีย

หน้าหนาวมาเยือนทีไร สำหรับสาวๆ เราแล้วล้วนแต่จะต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดกับปัญหาความงามสารพัดที่จะต้องคอยตามแก้ ตั้งแต่เรื่องสภาพเส้นผมที่จะยิ่งแห้งหยาบมากขึ้น ไหนจะผิวพรรณแห้งแตกลอกเป็นขุย ริมฝีปากแตก มือก็แห้งกร้านแทบไม่อยากจะหยิบจับสิ่งใด ส้นเท้าก็แตกตามมาได้อีก เรียกว่าแทบจะสารพัดปัญหาความงามที่ตามมาในช่วงหน้าหนาวจนทำเอาแอบกุมขมับ วันนี้ yinglek.com จึงไม่รีรอในการชวนสาวๆ มารีบเร่งดูแลผิวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผิวได้คงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งสดใส สวยยืดหยุ่นแบบชนิดที่ไม่กลัวหน้าหนาวมาทำลายกันเลยก็ว่าได้ ถือเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผิวไม่ให้โรยราจากลมหนาวนั่นเอง ฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า 9 วิธีนั้นมีอะไรบ้าง 1.สครับผิวเป็นประจำ ผิวพรรณของเราที่เผชิญกับมลภาวะและการที่ถูกอนุมูลอิสระทำลายเป็นประจำทุกวัน ย่อมทำให้สภาพผิวหมองคล้ำดำเสียได้ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วหากยังไม่ได้รับการถูกขจัดออกไปก็ยิ่งจะปกคลุมบนเซลล์ผิวชั้นนอกอันเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำดีๆ นั่นเอง ฉะนั้น คุณสามารถแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำดำกร้านได้ง่ายๆ ด้วยการหมั่นสครับผิวเป็นประจำนั่นเอง สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน ผิวพรรณก็สดใสเพียงพอแล้วค่ะ แต่หากเมื่อไรที่คุณมองข้ามการสครับผิว รู้ไหมว่าเมื่อหน้าหนาวมาถึงความหยาบกร้านของผิวจะแห้งกรังทันที แถมยังเผยให้เห็นสภาพผิวกร้านที่แตกลายชัดเจนอีกด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้เราหมั่นสครับขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเนิ่นๆ ได้ยังไงไหว 2.ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว เพื่อการบำรุงผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่มากประสิทธิภาพ แนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสมกับผิวค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งยิ่งจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลผิวมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาที่หน้าหนาวใกล้มาถึง หากคุณได้สร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวเอาไว้ล่วงหน้า ผิวก็ย่อมยากที่จะมีสภาพแห้งกร้านหรือลอกเป็นขุยง่ายได้แน่นอน ดังนั้น จงหันมาเลือกใช้ทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นไว้ก่อนดีกว่า การบำรุงดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลมหนาวมาถึง ก็เหมือนเราได้สร้างภูมิคุ้มกันผิวเอาไว้ในตัวอย่างดีแล้วนั่นเอง 3.มาส์กเพื่อคืนความสดใสให้ผิว นอกจากการทาครีมบำรุงผิวแล้ว การที่เราหันมามาส์กผิวหน้าและผิวกายด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติบ้างก็จะช่วยคืนสารอาหารผิวและเติมความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เช่น มาส์กหน้าด้วยกล้วยน้ำว้าและน้ำผึ้ง มาส์กแตงกวา น้ำผึ้งและโยเกิร์ต เป็นต้น สามารถผสมผสานมิกซ์สูตรมาส์กได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายกันเลย รับรองค่ะว่าหมั่นมาส์กเป็นประจำสารอาหารผิวจากธรรมชาติจะช่วยชโลมความนุ่มชุ่มชื้นคืนสู่ผิวอีกทางหนึ่ง ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นแน่นอน 4.ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน เพราะน้ำเป็นอาหารผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด นอกจากขับล้างสารพิษให้แก่ร่างกายได้แล้ว ยังสามารถดื่มเพื่อบำบัดโรคได้ด้วยนะคะ อีกทั้งยังสามารถเติมความชุ่มชื้นผิวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่หน้าหนาวมาถึง… และผิวสาวจะต้องโรยรารวดเร็ว ดังนั้น หันมารีบดื่มน้ำตุนไว้เพื่อให้ผิวสวยเปล่งปลั่งกันเนิ่นๆ ดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้ว ผิวอาจจะยิ่งอ่อนล้าได้ง่ายและลมหนาวพัดผ่านมาสัมผัสมันก็จะเหี่ยวเฉามีริ้วรอยจนแทบกรี๊ดร้องกันเลยล่ะ 5.กินผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินหลายชนิด เสริมวิตามิน แร่ธาตุเพื่อบำรุงผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกด้วยการกินผักผลไม้ให้มากๆ กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ลวก นึ่งและผัดก็ได้เลยสารพัด แต่เพื่อให้ได้วิตามินมากที่สุด แนะนำให้กินแบบสดหรือนึ่งแทนดีกว่า เพราะการต้มนั้นจะทำให้เสียคุณค่าทางวิตามินได้ อีกทั้งผักผลไม้หากคุณสามารถเลือกกินชนิดที่ให้วิตามินซีได้จะดีมาก แนะนำพวกผลไม้รสเปรี้ยวอย่างแอปเปิ้ลเขียว สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ส้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รีทุกชนิด เป็นต้น เพื่อให้วิตามินซีได้เสริมสร้างคอลลาเจนผิวให้แข็งแรง ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านความเหี่ยวย่นของผิวในหน้าหนาว ที่สำคัญวิตามินซียังสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้กินแล้วช่วยป้องกันหวัดได้สูงอีกด้วย 6.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา เมื่อเรามีความสุขความเครียดที่ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัยเร็วก็จะหมดไป เหลือแต่สารดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะมันจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสและมีเลือดฝาด ...

Read More »

เทคนิคทาโลชั่นเพื่อผิวสวยกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบ

ผู้หญิงเราทุกคนต่างก็อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแสงแดดที่แผดมาพร้อมรังสี UVA และ UVB พร้อมจะทำลายผิวพรรณให้หมองคล้ำ ดำกร้านแถมยังพ่วงมาพร้อมริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายเสมอ ทำให้สาวๆ หลายคนหมดความมั่นใจในการโชว์ผิวสวย เพราะบางทีผิวก็ยังมีตำหนิทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำ ที่สำคัญการออกแดดภายในเวลาแปปเดียวก็ทำให้ผิวเราคล้ำได้ภายในพริบตา เห็นทีการที่ฝันอยากจะมีผิวขาวย่อมอยู่ไกลเกินเอื้อมมากขึ้นแน่นอน แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลกันหรอกนะคะ เพราะเรามีเทคนิคทำให้ผิวสาวของคุณกระจ่างใสได้อย่างใจมาฝากแล้วง่ายๆ เนื่องจากวันนี้ yinglek.com ได้นำเอาเทคนิคการทาโลชั่นบำรุงผิวเพื่อให้ผิวสวยใสอย่างใจคุณต้องการมาแนะนำอย่างละเอียดยิบแล้ว ฉะนั้นอย่ารอช้าดีกว่า เรามาดูกันเลยนะคะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 1.สครับผิว เนื่องจากผู้หญิงเราในปัจจุบันล้วนต่างก็รักสวยรักงามกันมากขึ้น ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องการมีผิวพรรณที่กระจ่างใสเปล่งปลั่งด้วยกันทั้งนั้น และเพื่อการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปอย่างได้ผล เราจะต้องหมั่นสครับผิวกันเป็นประจำ โดยสครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การสครับผิวจะช่วยกระตุ้นให้ผิวที่หมองคล้ำจางไปแล้วเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่ามาแทนที่ เป็นการทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างเกลี้ยงเกลา ช่วยให้เนื้อครีมโลชั่นที่เราทาสามารถซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วย 2.ทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้สาวๆ ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์เพื่อล็อกเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ เหมาะอย่างมากสำหรับสาวที่มีผิวแห้ง วิธีการนี้จะช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและอ่อนเยาว์น่าสัมผัสมากทีเดียว จากนั้นจึงซับผิวให้แห้งพอหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่มต่อไป ยิ่งอีกไม่กี่เดือนลมหนาวใกล้จะมาเยือนแล้ว ขอบอกเลยค่ะว่าสูตรเบบี้ออยล์นี้ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว 3.ทาโลชั่นที่เหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีความเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ เช่น หากคุณเป็นสาวผิวแห้งที่มีสภาพผิวพรรณค่อนข้างหยาบกร้านมาก แนะนำให้เลือกใช้โลชั่นประเภทที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้นบำรุงผิว สำหรับสาวคนไหนต้องการมีผิวขาวใส ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่งและวิตามินบี 3 เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่และช่วยลดเลือนเม็ดสีเมลานินบนผิวให้จางลง สีผิวก็จะถูกปรับสภาพให้ค่อยๆ กระจ่างและขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นได้ 4.ทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV ไม่ว่าสาวๆ จะออกจากบ้านหรืออยู่ในบ้านก็ตาม แสงรังสี UV มักมีอยู่ทั่วไป แม้ตอนกลางวันเรานั่งริมหน้าต่างรังสีจากแสงแดดก็สามารถทะลุผ้าม่าน ส่องผ่านจากหน้าต่างมากระทบผิวเราให้หมองคล้ำได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนทำให้ผิวของเราหมองคล้ำได้ด้วย ดังนั้น เพื่อการปกป้องรังสีได้อย่างมั่นใจ สาวๆ ควรทาครีมกันแดดทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว โดยอาจจะทาก่อนโลชั่นบำรุงผิวปกติหรืออาบน้ำเสร็จแล้วทาโลชั่นกันแดดไปเลยโดยตรงก็ยังได้ การปกป้องแสงแดดจะได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF 15-30 ขึ้นไปจะได้ช่วยป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมั่นใจไร้กังวลยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ สาวๆ ที่อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ คุณไม่ต้องไปขัดผิว กิน ทาหรือฉีดผิวให้เสี่ยงอันตรายและเปลืองเงินโดยใช่เหตุกันเลย เพราะหากต้องการมีผิวขาว แค่คุณหมั่นทาโลชั่นกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน พร้อมกับหลีกเลี่ยงแสงแดดยามที่ต้องออกจากบ้าน โดยกางร่ม สวมหมวก แว่นตาและสวมเสื้อคลุมแขนยาว เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณมีผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลาไม่นานได้แล้ว Tip เพื่อผิวขาวอ่อนเยาว์จากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากการบำรุงผิวให้สวยจากภายนอกแล้ว สาวๆ ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงผิวให้กระจ่างใสจากภายในพร้อมกัน โดยเฉพาะการบำรุงด้วยวิตามิน แร่ธาตุจากผักผลไม้หลายชนิด เพราะนอกจากผักผลไม้จะมีวิตามินหลายชนิดที่จำเป็นต่อผิวสาวแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่จะช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวคุณเต่งตึงและอ่อนเยาว์ได้มากขึ้น ...

Read More »

คุณประโยชน์ 6 ประการจากโยเกิร์ตคืนความงามครบวงจร

ผู้หญิงเราทุกคนล้วนปรารถนาถึงการมีผิวสวยอ่อนเยาว์ด้วยกันทั้งนั้น และแน่นอนว่าจะต้องไร้ซึ่งริ้วรอยก่อนวัยด้วย วันนี้เราจึงงัดเอาสูตรบำรุงสวยจากโยเกิร์ตมาแนะนำให้สาวๆ ได้ลองนำไปปรนนิบัติผิวให้สวยกัน เรียกว่าครบถ้วนทั้งคุณสมบัติการบำรุงความงามตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ากันเลยก็ว่าได้ เพราะบำรุงดูแลได้ทั้งสุขภาพฟัน หนังศีรษะ เส้นผม ผิวหน้าและผิวกาย มากมายด้วยคุณประโยชน์เต็มๆ เช่นนี้ จะรอช้ากันอยู่อีกทำไมจริงมั้ย ถ้าเช่นนั้น เรามาดูไปพร้อมกันเลยค่ะว่าประโยชน์ของโยเกิร์ตที่มีต่อความงามนั้นมีอะไรบ้าง 1.ทำให้ฟันขาว เนื่องจากโยเกิร์ตมีสารอาหารดีๆ อย่างแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการเคลือบฟันให้ขาวขึ้นได้ โดยจะเข้าไปเพิ่มชั้นปกป้องผิวฟันจากความเหลืองที่เราทานอาหารและช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้เป็นอย่างดีด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะทานโยเกิร์ตเป็นประจำหรือนำโยเกิร์ตมาขัดถูฟัน รับรองค่ะว่าปัญหาฟันเหลืองย่อมต้องหายไปแน่นอน 2.สครับผิวกำจัดสิวได้ นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมกับเกลือเล็กน้อย จากนั้นสครับผิวหน้าบางเบา เน้นบริเวณที่มีสิวอุดตันสักประมาณ 5 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาดค่ะ หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการสครับสิ่งสกปรกที่ตายแล้วให้หลุดออกจากรูขุมขนและสิวหัวดำก็จะหลุดออกมาพร้อมกันด้วย แถมคุณประโยชน์จากโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วยนะคะ รับรองผิวจะกระจ่างใสไร้ซึ่งปัญหาสิวทุกชนิดกวนใจแน่นอน นอกจากนี้ ยังสามารถนำแป้งข้าวจ้าวมาผสมกับโยเกิร์ตแล้วนวดขัดผิวเพื่อกำจัดสิวหัวดำและหัวขาวได้ด้วยเช่นกัน สาวๆ สะดวกทำสูตรไหนก็เลือกทำกันเลยตามชอบค่ะ 3.คืนความสดใสให้ผิวหน้า ผิวหน้าของเราที่หมองคล้ำย่อมเกิดจากการที่เซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วไม่ได้ถูกผลัดออก เราจึงมีผิวหมองคล้ำได้ง่ายๆ ดังนั้น แนะนำให้ใช้โยเกิร์ตแช่เย็นมาสครับผิวหน้ากันค่ะ จะได้ช่วยเติมสารอาหารผิวดีๆ หลายชนิดคืนสู่ผิวหน้าไปพร้อมกันด้วย เพียงนำวอลนัทป่นละเอียดมาผสมกับเนื้อโยเกิร์ตรสธรรสชาติ คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาสครับขัดผิวหน้าด้วยปลายนิ้วมือเบาๆ จนทั่ว เน้นบริเวณจุดที่หมองคล้ำหรือส่วนที่หยาบกร้านให้มากๆ ก็จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวให้หลุดออกไปได้แล้วค่ะ รูขุมขนก็จะสะอาดเกลี้ยงเกลาไร้ปัญหาสิวอีกด้วย วอลนัทและโยเกิร์ตยังมีคุณสมบัติบำรุงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีเยี่ยมสุดๆ สาวผิวแห้งที่มีผิวหยาบกร้าน ไม่ผ่องใส ขอแนะนำสูตรนี้เลยค่ะ สำหรับสาวผิวมันคุณอาจจะบีบน้ำมะนาวสดลงไปเพิ่มเติมด้วยก็ได้ ผิวหน้าจะได้ลดความมันและคืนความเปล่งปลั่งสู่ผิวพร้อมกัน 4.แก้ปัญหารังแคและคืนความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะ รังแคมักมีสาเหตุมาจากหนังศีรษะแห้งจึงเกิดสะเก็ดทิ้งไว้ และอาจจะรวมกับเชื้อราบนหนังศีรษะจากการที่เราสระผมแล้วล้างแชมพูออกไม่สะอาดดีพอ แนะนำให้คุณใช้โยเกิร์ตแช่เย็นจัดรสธรรมชาติมาหมักผมไว้ค่ะ โดยหมักชโลมให้ทั่วหนังศีรษะ 20 นาทีแล้วล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นสระผมตามปกติค่ะ ความเย็นจากโยเกิร์ตจะปลุกความสดชื่นให้สมองเราแล่นฉิวได้ดีด้วย ทำให้เราผ่อนคลายอย่างมากทีเดียว และหากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ปัญหารังแคและหนังศีรษะแห้งจะค่อยๆ หายไป ส่วนผมของคุณก็จะนุ่มสลวย มีน้ำหนักและยังมีสุขภาพผมที่แข็งแรงตั้งแต่รากจรดปลายด้วย 5.เยียวยาผิวไหม้จากแสงแดดได้ เวลาไปตากแดดมาแรงจัด ผิวสาวของเราที่แสนบอบบางมักจะต้องหมองคล้ำ ไหม้เกรียมและรู้สึกได้ถึงอาการแสบระคายผิวกันอย่างสุดๆ แต่โยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่เย็นจัดนั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ค่ะ แถมยังบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ซึ่งถือเป็นการปลุกความสดใสคืนให้ผิวได้กลับมาสวยอย่างใจอีกครั้ง เนื่องจากโยเกิร์ตมีธาตุซิงค์ (Zinc) ที่มีคุณสมบัติเยียวยาอาการแสบหรืออาการผิวไหม้แดดได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง วิธีใช้ให้คุณนำโยเกิร์ตมาทาผิวทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาดค่ะ หรือจะหยดน้ำมันคาโมมายล์ลงไปผสมเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยก็ได้ เท่านี้ก็เป็นการบำบัดอาการทั้งปวงได้อย่างหมดกังวลแล้ว แถมยังมีผิวพรรณสวยอ่อนเยาว์และไม่แห้งกร้านอีกด้วย 6.กระชับรูขุมขนให้เล็กลง สาวๆ ที่อยากมีผิวหน้ากระชับ ไร้ปัญหารูขุมขนกว้างและอยากมีผิวหน้าเด็กอ่อนนวลนุ่มเด้งแบบไร้ริ้วรอยก่อนวัยล่ะก็ คุณสามารถนำแตงกวาและโยเกิร์ตมาปั่นรวมกันให้ละเอียดแล้วนำมามาส์กหน้าได้เลยค่ะ จากนั้นทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด แนะนำให้มาส์กทุปสัปดาห์ๆ ละ 1 ...

Read More »

พฤติกรรมที่แอบทำร้ายผิวสาวให้แก่เร็ว

สาวๆ หลายคนปรารถนาการมีผิวสาวที่สวยและอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ ในวันนี้เราก็มีพฤติกรรมที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยมาฝากกันให้ได้ทราบ สำหรับใครที่ไม่อยากแก่ก่อนวัยคงต้องรีบมาดูกันซะแล้ว ว่าแต่มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยค่ะ 1. ล้างหน้าไม่สะอาดและผิดวิธี จริงอยู่ที่การล้างหน้าจะทำให้ผิวหน้าของเราสะอาดใสไร้สิวได้ แต่การล้างหน้าจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับผิวและต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีค่าความเป็นด่างสูง ไม่เช่นนั้น อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึงและกร้านได้ง่าย เราจึงต้องเลือกใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่เหลวที่อ่อนโยน และที่สำคัญสาวๆ หลายคนชอบแต่งหน้าอย่างมาก แต่ก็ละเลยการล้างหน้าอย่างถูกต้อง บางคนกลับมาถึงบ้านดึกๆ ขี้เกียจล้างเครื่องสำอางออกก็ล้มตัวลงนอนไปเลยก็มี ฉะนั้น แนะนำให้เช็ดหน้าให้สะอาดเกลี้ยงเกลาด้วยคลีนซิ่งออยก่อนจะดีกว่า จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติต่อไป เท่านี้ก็ทำให้ผิวหน้าเราสะอาดใสได้อย่างใจแล้วค่ะ 2. สครับผิวบ่อยและรุนแรงเกินไป การสครับผิวเราจะต้องเน้นสครับแบบเบาๆ อ่อนโยน แต่สาวๆ บางคนเข้าใจว่าการสครับผิวแรงๆ อาจจะยิ่งช่วยให้ผิวขาวใสยิ่งขึ้น แต่ตรงกันข้าม ผิวเราจะยิ่งระคายเคืองและมีริ้วรอยขีดข่วนได้ง่าย ย่อมกลายเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยตามมาได้ด้วย ฉะนั้น นอกจากการสครับแบบเบามือแล้ว ไม่ควรจะสครับบ่อยมากเกินไปจนกลายเป็นการรบกวนผิว การสครับผิวที่ดีเราควรสครับแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งย่อมดีกว่าค่ะ เท่านี้ผิวก็จะไม่ถูกทำร้ายมากจนเกินไปแล้ว 3. ไม่ชอบทาครีมกันแดด เชื่อว่ามีสาวๆ หลายคนรู้ดีว่าการทาครีมกันแดดจะสามารถช่วยป้องกันรังสียูวีไม่ให้ทำลายผิวได้ หากก็ยังไม่ทำตามนั้น อาจเพราะมีนิสัยขี้เกียจหรือไม่อยากทาอะไรหลากหลายมากมายขั้นตอน แต่รู้มั้ยคะว่าการที่เราทาครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เร็วขึ้นนะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวอย่างฝ้า กระและจุดด่างดำ หรือแม้แต่สิวก็ยังสามารถขึ้นได้เช่นกัน หากเราตากแดดจนหน้าไหม้เกรียมหมองคล้ำ ผิวก็จะยิ่งแห้งกร้านและแก่เร็วกันเลยล่ะ ดังนั้น หากยังคงอยากมีผิวขาวใสและอ่อนเยาว์เช่นเดิม หันมาทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกวันกันดีกว่าพร้อมหมั่นพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดระหว่างวันด้วย เท่านี้เราก็ย่อมมีผิวขาวใสอ่อนเยาว์ได้อย่างใจแล้วค่ะ 4. ใช้ครีมบำรุงที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวและวัย ผู้หญิงเราเมื่ออายุเข้าสู่วัยเลข 3 หรือเลข 4 ต่างก็ต้องมองหาครีมบำรุงที่เหมาะสมกับช่วงวัยกันได้แล้ว เพราะปัจจุบันก็มีครีมที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายเพื่อรองรับผิวสาวแต่ละช่วงวัยให้ได้เลือกใช้กันอย่างเหมาะสมแล้ว แต่สาวๆ หลายคนก็ยังละเลย แค่คิดว่าทาครีมบำรุงอะไรก็ได้ง่ายๆ แล้วเดินออกจากบ้านแค่นั้นก็จบ แต่จริงๆ แล้วการที่เราเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับวัยและไม่เหมาะกับสภาพผิวย่อมทำให้การบำรุงเป็นไปอย่างไม่ได้ผล จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทาครีมบำรุงเท่าไร สภาพผิวก็ยังคงแก่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นหรือหมองคล้ำเช่นเดิม สาเหตุก็เพราะแบบนี้นั่นเองค่ะ 5. เครียดอยู่บ่อยๆ ความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวเราแก่เร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณมีริ้วรอย หน้าผากยับๆ เวลาเราขมวดคิ้วนั่นแหละค่ะ ที่จะยิ่งส่งผลให้ใบหน้าเรามีรอยลึกได้ง่าย ดังนั้น หากไม่อยากผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใสเปล่งปลั่ง รวมถึงไม่อยากแก่เร็ว หันมารับมือกับความเครียดด้วยการทำใจปล่อยวางกันบ้างนะคะ แล้วมองโลกในแง่บวก พยายามผ่อนคลายกับชีวิต เมื่อสภาพจิตใจดีขึ้นเราก็จะเครียดน้อยลงและผิวพรรณก็จะค่อยๆ เผยความสดใสออกมาเองได้ในที่สุดค่ะ 6. นอนคว่ำหรือนอนตะแคงบ่อยเกินไป ท่าทางการนอนก็ทำให้สาวๆ มีริ้วรอยได้เช่นกัน หลายคนชอบนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหน้า และนั่นเองค่ะสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหน้าเราแก่ก่อนวัย เพราะริ้วรอยตีนกาจะมาเยือนได้อย่างรวดเร็ว การที่เรานอนหน้าแนบหมอนนานไป ย่อมทำให้เกิดการกดทับมีการเสียดสี ผิวก็จะระคายเคืองมีรอยยับได้ง่ายๆ ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้เข้า ระวังจะมีคนทักว่าหน้าแก่ก่อนวัยได้นะคะ ดังนั้น ...

Read More »