Home / Tag Archives: ผิวพรรณ

Tag Archives: ผิวพรรณ

สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ..จัดการได้ด้วย 9 วิธีง่ายๆ

การดูแลผิวให้สวยและมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การมีผิวขาวกระจ่างใสและไร้สิวเท่านั้นนะคะ แต่สาวๆ จะต้องใส่ใจดูแลผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ผิวหน้าของเราก็จะแลดูกระดำกระด่างเหมือนคนมีปัญหาผิวจนได้ แต่วิธีดูแลผิวให้สม่ำเสมอเรียบเนียนถึงกันต้องทำอย่างไร yinglek.com นำคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 1.หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดบ้านเราร้อนตับไหม้ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่แห่งใด หากผิวสาวของเราตากแดดนานย่อมทำให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยได้อยางแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเข้าไว้ค่ะ 2.ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 – 30 นาที โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้ ครีมกันแดดนั้นๆ ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไป เพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพดีนั่นเอง 3.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย 4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นการกด แกะ บีบสิวหรือเกาผิว การขัดหรือสครับผิวหน้าอย่างรุนแรงก็เป็นตัวการรบกวนผิวและทำร้ายผิวให้เสียเร็วได้เช่นกัน รู้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเหล่านี้กันดีกว่านะคะ 5.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่ง และควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนจุดด่างดำ โดยเฉพาะครีมที่มีสารสกัดจากวิตามิน C ครีมเหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ 6.สครับผิวบ้าง สาเหตุที่ผิวหน้าหมองคล้ำและมีสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่งถึงกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการไม่ได้สครับผิวนั่นเอง ดังนั้น หมั่นสครับผิวกันบ้างจะดีกว่าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าจะได้กระจ่างใสและเรียบเนียนทั่วถึงกัน สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอเพียงแล้ว 7.มาส์กหน้าบำรุง เติมสารอาหารผิวจากธรรมชาติบ้างด้วยการมาส์กหน้าบำรุงค่ะ อาจใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายทั่วไป แนะนำแผ่นมาส์กที่สกัดจากผลไม้ที่ให้วิตามินซี หรืออาจจะทำมาส์กด้วยตัวคุณเองก็ได้ อย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดและไข่ขาว ลองหยิบเอาวัตถุดิบจากในครัวที่มีอยู่มาผสมให้เข้ากัน แล้วมาส์กสัก 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประกันได้เลยค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จากสีผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอถึงกันมากขึ้นแน่นอน 8.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว น้ำเปล่าคือ ตัวช่วยสร้างเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบและมีสุขภาพดีได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งคืนแก่ผิวจากภายใน พร้อมๆ กับการกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้วิตามินเหล่านั้นบำรุงผิวให้เปล่งประกายสดใสอีกที ผิวพรรณที่หมองคล้ำหรือมีปัญหาก็จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนปรับสภาพสู่ผิวกระจ่างใสได้ในที่สุดค่ะ 9.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการดูแลผิวจากภายในได้ดีเช่นกัน และยังทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมสุขภาพผิวจะอ่อนเยาว์และแข็งแรงตามมาได้ด้วย สาวๆ หันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง ...

Read More »

วิธีแก้ปัญหาขนคุด อวดผิวสวยเนียนใสทุกๆ วัน

ผิวพรรณที่เรียบเนียนใสย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงยุคใหม่กันอยู่แล้ว แต่หากสาวๆ คนไหนที่พยายามกำจัดขนส่วนเกินตามแขนขา หากกลับพบปัญหาขนคุดกวนใจ เห็นทีปัญหานี้อาจทำให้คุณเผลอหงุดหงิดใจไม่น้อย ฉะนั้น วันนี้ตาม Yinglek.com มาสิคะ เรามีวิธีกำจัดขนคุดเพื่อผิวสวยๆ จะได้กลับมาเป็นของคุณอย่างเรียบเนียนอีกครั้ง ต้องทำอย่างไรบ้างนั้น รีบมาดูวิธีไปพร้อมกันเลยค่ะ สครับผิวด้วยสูตรจากเบกกิ้งโซดา ลองหันมาสครับผิวด้วยสูตรจากเบกกิ้งโซดาดูกันดีกว่าค่ะ โดยนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำผึ้งและผงจันทน์เทศ คนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสครับผิววันละ 2 ครั้ง เน้นขัดบริเวณที่เกิดขนคุดค่ะ วิธีนี้จะช่วยขจัดทั้งเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก กระตุ้นขนคุดให้งอกหลุดออกมานอกรูขุมขน ช่วยลดอาการอักเสบบวมให้ลดลงและน้ำผึ้งยังทำหน้าที่ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ด้วย ประคบด้วยผ้าชุบน้ำร้อน ให้นำผ้าที่ชุบน้ำร้อนมาบิดหมาดๆ แล้ววางประคบบนผิวที่มีปัญหาขนคุด 10 นาที จะทำให้รูขุมขนขยายออก ผิวอ่อนนุ่มซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ขนที่งอกมาใหม่สามารถงอกหลุดพ้นรูขุมขนได้มากขึ้น ปัญหาขนคุดก็จะค่อยๆ หมดไปได้ค่ะ ถอนออกด้วยแหนบ ลองหันมาถอนขนคุดด้วยตัวคุณเองก็เป็นวิธีกำจัดขนคุดแสนง่ายสุดๆ เลยล่ะ อันดับแรกจะต้องเลือกใช้แหนบที่มั่นใจว่าสะอาดเพียงพอหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อนใช้ เพื่อมั่นใจว่าเชื้อแบคทีเรียหมดไปแล้ว ไม่งั้นอาจก่อให้ผิวเกิดการอักเสบติดเชื้อได้นั่นเอง ซึ่งจากนั้นอาจจะประคบด้วยผ้าชุบน้ำร้อนเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน จากนั้นกดบีบผิวที่เป็นตุ่มนูนๆ ซึ่งเป็นผิวที่มีขนคุดนั่นเอง เพื่อให้ขนนูนๆ หลุดออกมาง่ายขึ้น จากนั้นใช้แหนบดึงออกมาค่ะ เพียงเท่านี้ปัญหาขนคุดก็จะถูกกำจัดออกได้ภายในพริบตาแล้วล่ะ แต่หากผิวของคุณยังไม่สามารถถอนเอาขนคุดออกมาได้ก็ให้ปล่อยข้ามจุดนั้นไปก่อน.. แล้ววันหลังค่อยมาถอนใหม่ก็ได้เช่นกันจะได้ไม่เป็นการทำร้ายผิวให้อักเสบมากเกินไป ตบท้ายด้วยการบำรุงผิว อย่าลืมขั้นตอนนี้เด็ดขาดนะคะสาวๆ หลังจากที่คุณกำจัดเอาขนคุดออกไปหมดสิ้นแล้ว จะต้องทาครีมบำรุงผิวทันทีหรืออาจจะหันมาบำรุงด้วยทรีทเมนท์สูตร DIY ที่เราหยิบมาแนะนำนี้ก็ได้ เพียงใช้น้ำกุหลาบ 3 ส่วนต่อว่านหางจระเข้ 1 ส่วน ผสมกับทีทรีออยล์และวิซ ฮาเซลลงไป แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จึงนำมาทาบำรุงผิวที่ถูกกำจัดขนคุด สูตรดังกล่าวจะช่วยลดเลือนอาการอักเสบและช่วยปลอบประโลมผิวให้กลับมามีสุขภาพดี นุ่มชุ่มชื้นอีกครั้งค่ะ อยากมีผิวสวยสุขภาพดี โดยเฉพาะผิวในส่วนแขนขาที่มักมีปัญหาขนคุดขึ้นบ่อยๆ อย่าลืมนำคำแนะนำจากเราไปใช้กันนะคะ สาวยุคใหม่ปี 2015 จะได้อวดผิวสวยเนียนเรียบใสๆ ไปตลอดทุกวัน แล้วคุณจะหลงรักผิวยิ่งกว่าเคยรักเลยล่ะ ที่มาของภาพ – http://www.soprize.com/ – http://omsk.vigoda.ru/

Read More »

เตือนภัย! ก่อนเลือกใช้เครื่องสำอางราคาถูก

เครื่องสำอางหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคนรักสวยรักงาม ไม่เว้นแม้จะเป็นผู้หญิงหรือกึ่งหญิง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่บนโลกที่เรายังไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากความเป็นคน “ธรรมดา” ได้ การสร้างความโดดเด่นหรือแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความมั่นใจให้กับตัวเองก็ถือว่าช่วยให้สาวๆ กล้าที่จะเดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกกันได้อย่างมีความสุขและเฉิดฉายได้แล้ว ปัญหาที่พบไม่ได้อยู่ที่ความรักสวยรักงามของสาวๆ แต่มันอยู่ที่จำนวนผลิจภัณฑ์เครื่องสำอางที่เกลื่อนกลาดอยู่ในท้องตลาด และใครๆ ต่างก็ต้องชอบของราคาถูกกันเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีความรู้มากพอและคิดว่าเครื่องสำอางทั่วไปที่สามารถทำให้ผิวหน้าของตัวเองดูดีขึ้นมาได้ก็คงจะไม่ต่างจากเครื่องสำอางราคาแพงอื่นๆ ที่มีคุณภาพ (แต่นั่นก็ไม่ได้รองรับว่าเครื่องสำอางที่แพงจะดีเสมอไป) การใช้เครื่องสำอางราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงที่มาที่ไป โดยเฉพาะแหล่งผลิต ส่วนผสมที่ใช้ ไปจนถึงการรับรองที่ได้มาตรฐาน เหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากสารพิษที่สะสมทำให้สาวๆ ต้องเผชิญกับผลข้างเคียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงก็เป็นได้ สารอันตรายที่พบได้ทั่วไปในเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพคือเครื่องสำอางที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากระบบอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีสารอันตรายอยู่ในสัดส่วนที่เกินความปลอดภัย โดยสารต่างๆ ที่เรามักพบและเป็นที่กังวลใจสำหรับคนที่ยังหันมาใช้เครื่องสำอางราคาถูกกันอยู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ 1.สาร พี วี พี มักพบได้ในเครื่องสำอางชนิดสเปรย์ เป็นสารละลายที่ช่วยทำให้เส้นผมแข็งตัว หากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้ อักเสบ เกิดผื่นแดง เมื่อซึมเข้าสู่ผิวจะส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกาย สิ่งที่ตามมาคือภาวะความเป็นพิษ ทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในผิดปกติและตามมด้วยการล้มเหลวของไตได้ 2.สี พาราฟินิลินไดอามิน เป็นสารเคมีที่พบได้ในน้ำยาย้อมผม โดยทั่วไปจะผสมในอัตราส่วนที่ไม่ส่งผลระคายเคืองกับผิวหนังมากนัก แต่บางชนิดสารชนิดนี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนังที่ถูกสัมผัส แสบร้อน บางรายรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการบวมแดง มีน้ำหนองไหลออกมา อาการยังสามารถลุกลามไปจนถึงดวงตาและผิวหนังใกล้เคียงได้หากไม่รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที 3.ไฮโดรควิโนน พบได้ในครีมลอกฝ้า เป็นสารเคมีที่จะลอกเอาผิวหนังชั้นนอกออกไป เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผู้ใช้จะรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นใช้ได้ผล เนื่องจากผิวที่ทาจะเริ่มมีความขาวมากขึ้นและรอยฝ้าสีดำๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหากยังไม่หยุดใช้ก็คือภาวะ “ด่างขาว” คล้ายคนถูกน้ำร้อนลวก ส่งผลให้ผิวหนังมีสีไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปิวบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายตามมาได้อีกด้วย นอกจากสารอันตรายเหล่านี้ที่เราควรหลีกเลี่ยง ทางที่ดีการดูแลผิวหน้าให้สวยใสคือการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงเท่านี้สารอาหารที่ได้รับก็จะเข้าไปซ่อมแซมผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสโดยไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเลยล่ะค่ะ ที่มาของภาพ http://idiva.com/ และ http://fashionsy.com/

Read More »

พฤติกรรมทำลายผิวหน้าให้แก่ก่อนวัย ไม่เลี่ยงไม่ได้แล้ว

เพราะผิวหน้าเป็นส่วนที่มีความบอบบางมากกว่าผิวส่วนอื่น และยังเป็นจุดแรกที่หลายคนพบเห็นแล้วสะดุดตาประทับใจได้ แต่หากเราจะปล่อยปละละเลยไม่ดูแลใส่ใจผิวให้สวยอ่อนเยาว์อยู่เสมอหรือหากละเลยการดูแลจนผิวหน้าแก่ก่อนวัย มีริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ผุดขึ้นเพียบ แบบนี้เห็นทีอาจจะทำให้ความงามในตัวคุณหมดลงอย่างน่าเสียดายจริงมั้ยคะ วันนี้ตาม yinglek.com มาดูวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายผิวหน้าให้แก่ก่อนวัยกันดีกว่า เพื่อให้คงความสวยอ่อนเยาว์ตลอดนานเท่านานนั่นเอง 1.สครับผิวบ่อยและแรงมากไป การสครับผิวจริงอยู่ที่สามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกได้ แต่เราจะต้องสครับอย่างเบามือพอดี ไม่ขัดถูผิวหน้าอย่างรุนแรง ที่สำคัญไม่ควรสครับบ่อยเกินไปด้วย การสครับที่เหมาะสมควรสครับเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอแล้วค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งที่จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างทุกวันนี้ รับรองได้เลยว่าหากคุณทำตามนี้ก็จะช่วยถนอมผิวให้คงความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงปัญหาผิวแห้งลอกเป็นขุยได้ง่ายมากขึ้นแน่นอน 2.ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดเพียงพอ การแต่งหน้าที่ว่ามีหลายขั้นตอนแล้ว การล้างเครื่องสำอางก็มาพร้อมหลายขั้นตอนเช่นกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสาวๆ หลายคนจึงไม่ค่อยชอบล้างเครื่องสำอางหรืออาจจะละเลยการล้างเครื่องสำอางให้สะอาด บางคนกลับมาจากข้างนอกดึกๆ ดื่นๆ ยังทิ้งตัวลงนอนไปเลยด้วยซ้ำ หากปล่อยพฤติกรรมแบบนี้เอาไว้บ่อยครั้ง ย่อมทำให้สิวอุดตันขึ้นพรึ่บได้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้น ควรใส่ใจการล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนนอนด้วยการเช็ดเครื่องสำอางออกเสียก่อนด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์หรือคลีนซิ่งออย จากนั้นล้างด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติและเช็ดตามด้วยโทนเนอร์อีกทีก็ได้ เพียงเท่านี้ใบหน้าก็จะสะอาดใสทุกรูขุมขน ไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างจนทำให้เกิดปัญหาผิวและริ้วรอยตามมาได้แล้วค่ะ 3.บีบสิวเป็นประจำ เมื่อไรที่สิวขึ้นหน้า ยอมรับมาซะเถิดนะคะว่าหลายคนหักห้ามใจไม่บีบสิวเป็นไม่ไหว แต่หากเรายิ่งบีบสิวก็จะยิ่งทำให้เกิดรอยดำจากสิวง่ายขึ้น ทำให้สิวหายช้าอาจจะยิ่งอักเสบกลายเป็นหนองและสุดท้ายก็จะเป็นแผลเป็นในที่สุด หักห้ามใจไม่บีบแล้วปล่อยให้มันหายเองโดยธรรมชาติดีกว่านะคะ รอยสิวจะได้จางลงโดยเร็วด้วยค่ะ 4.ทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งหรือสาวคนไหนที่ประหยัดกันแบบสุดๆ คุณอาจจะแต้มเนื้อครีมบำรุงผิวทาหน้าเพียงเล็กน้อยและเมื่อปลายนิ้วของเราเกลี่ยให้ซึมไม่ทั่วถึงกัน ก็ย่อมทำให้ผิวหน้าบางส่วนขาดการบำรุงดูแล แถมยังก่อให้เกิดริ้วรอยและมีปัญหาแห้งกร้านได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น ทาครีมบำรุงผิวหน้าให้สวยกันทั้งที อย่าลืมใส่ใจทาให้ทั่วถึงจะดีกว่านะคะ ผิวจะได้คงความชุ่มชื้นและหมดปัญหาผิวเหี่ยวย่นง่ายนั่นเอง 5.ไม่ชอบดื่มน้ำ ผู้หญิงหลายคนอยากมีผิวสวย แต่ละเลยการดื่มน้ำ ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะการบำรุงจากภายนอกนั้นมันไม่เพียงพอกันหรอกนะคะ เราจะต้องบำรุงจากภายในด้วย โดยดื่มน้ำสะอาดให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน เมื่อร่างกายได้รับน้ำเข้าไปบำรุงอย่างเพียงพอก็ย่อมทำให้สุขภาพผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผิวหน้าก็จะกระจ่างใสและมีความนุ่มชุ่มชื้นแถมยังทำให้ริ้วรอยต่างๆ ตื้นขึ้นได้อีกด้วย เห็นกันหรือยังคะว่าพฤติกรรมทั้ง 5 นี้ล้วนเป็นบ่อเกิดให้ผิวสวยๆ ของคุณเสียโดยเร็วแถมยังทำให้มีริ้วรอยก่อนวัยได้แสนง่ายอย่างคาดไม่ถึง เมื่อทราบกันเช่นนี้แล้ว หันมาดูแลใส่ใจและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายผิวหน้าให้แก่เร็วกันดีกว่าเนอะ ที่มาของภาพ – https://ph.sports.yahoo.com/ – http://onlyherb.blog.com/

Read More »

เคล็ดลับความงามจากมันฝรั่งที่ผู้หญิงทำตามแล้วสวยปิ๊ง!

ผู้หญิงคนไหนที่กำลังมีปัญหาความงามตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพผมที่แห้งหยาบกร้าน ไม่นุ่มสลวย ผิวพรรณก็ไม่เปล่งปลั่งสดใส ริ้วรอยรอบดวงตาก็มาเยือนได้ทุกวันอีก ปัญหาเหล่านี้ล้วนทำให้สาวๆ เราเป็นกังวลกันได้เสมอ เพราะฉะนั้น เรามามองหาตัวช่วยดีๆ จากธรรมชาติรอบตัวกันบ้างดีไหม โดยสูตรลับความงามที่เรานำมาเผยกันในวันนี้ก็คือ เคล็ดลับความงามจากมันฝรั่งนั่นเอง มันฝรั่งเป็นพืชประเภทที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงมาก และมีประโยชน์กับร่างกายอย่างน่าทึ่ง นอกจากผลดีต่อสุขภาพสาวๆ แล้วยังมีดีต่อการนำมาปรนนิบัติความงามให้สวยปิ๊งไปตามๆ กันอีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่ารอช้าตาม yinglek.com มาดูกันดีกว่าว่าสูตรความงามจากมันฝรั่งนั้นมีอะไรบ้าง ลดเลือนรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาที่อ่อนล้าซึ่งเกิดจากการนอนดึกเป็นประจำ ย่อมมาพร้อมริ้วรอยและความหมองคล้ำแบบตาหมีแพนด้า แต่วิธีการแก้ง่ายมากเพียงใช้สำลีแผ่นมาชุบน้ำมันฝรั่งให้ชุ่มแล้วนำมาวางบนเปลือกตาทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด แนะนำให้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำมันฝรั่งจะช่วยเยียวยาความหมองคล้ำและคืนสภาพผิวรอบดวงตาที่อิดโรยให้กลับมาชุ่มชื้น สดใสได้ค่ะ ลดเลือนรอยสิว หลังจากสิวหายไปแล้ว มันมักจะทิ้งรอยสิวดำๆ เอาไว้เสมอ ให้สาวๆ นำมันฝรั่งมาบดให้ละเอียดแล้วพอกหน้าหรือใช้น้ำมันฝรั่งมาทาผิวหน้าแล้วปล่อยไว้ 15 นาทีก็ได้ จากนั้นล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำก็จะช่วยลดเลือนรอยสิวและช่วยเผยผิวหน้าที่กระจ่างใสมากขึ้น ลดเลือนและต่อต้านริ้วรอย ริ้วรอยเป็นตัวการทำลายผิวสาวที่อ่อนเยาว์ให้แก่ลงโดยเร็ว สาวคนไหนไม่อยากแก่ให้นำน้ำมันฝรั่งมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติแล้วพอกหน้า หรือผสมกับน้ำมันมะกอกหรือโคลนสำหรับพอกหน้าก็ได้เช่นเดียวกัน จากนั้นนวดคลึงผิวไปด้วยทำเป็นประจำเหมือนสูตรพอกหน้าทั่วไป ก็จะช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้แล้วค่ะ ลดเลือนรอยหมองคล้ำใต้วงแขน ผิวใต้วงแขนที่หมองคล้ำหรือมีรอยดำๆ ให้คุณใช้น้ำมันฝรั่งนี่แหละมาผสมกับน้ำมะนาวและน้ำผึ้งสักอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วนำสำลีแผ่นมาชุบแล้วทาใต้วงแขนเอาไว้ 1 ชั่วโมงแล้วล้างน้ำให้สะอาดค่ะ ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยแก้ปัญหาผิวใต้วงแขนดำคล้ำให้ขาวเนียนใสขึ้นได้แน่นอน เยียวยาผิวไหม้จากแดด ผิวพรรณสาวๆ ที่ตากแดดมาจนแสบร้อนสามารถเยียวยาด้วยน้ำมันฝรั่งได้เช่นเดียวกันนะคะ โดยนำน้ำมันฝรั่งมาแช่เย็นให้จัดจากนั้นนำมาทาลงบนผิวที่แสบร้อนจากแดดมา ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทาด้วยโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นบำรุงเยอะๆ เท่านี้ก็จะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสุขภาพดีได้อย่างใจอีกครั้งแล้วค่ะ แก้ปัญหาผมแห้งเสีย สำหรับสาวคนไหนที่เผชิญกับปัญหาผมแห้งเสียอยู่ล่ะก็ น้ำมันฝรั่งสามารถช่วยฟื้นบำรุงสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวยและมีน้ำหนักเงางามอีกครั้งได้ค่ะ เพียงนำน้ำมันฝรั่งมาผสมกับว่านหางจระเข้จากนั้นนำมาหมักผมไว้ 30 นาทีจึงล้างออกให้สะอาดและสระผมตามปกติ ในน้ำมันฝรั่งนั้นจะเปี่ยมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ บี ซี โปรตีน ฟอสฟอรัสและสารอาหารต่างๆ อีกหลายชนิด โดยสารดังกล่าวจะเข้าไปซ่อมแซมและบำรุงผมให้นุ่มสวยอีกครั้งได้อย่างแน่นอน แก้ปัญหาผมหงอก เมื่ออายุมากขึ้น ไม่เพียงแค่เซลล์ผิวเท่านั้นที่จะโรยรา แต่เส้นผมจากที่ดำเงางามก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นผมขาวหรือผมหงอกได้ง่ายดายเช่นกัน วิธีแก้นั้นง่ายมากค่ะ เพียงนำเปลือกของมันฝรั่งมาต้มให้สุกจากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาไว้สำหรับล้างผม ซึ่งไว้ล้างเป็นน้ำสุดท้ายขณะที่เราสระผมเสร็จแล้วนั่นเอง ทำทุกครั้งหลังสระ สุขภาพผมจะดีขึ้นและช่วยลดปัญหาผมหงอกลงได้มากขึ้นแน่นอน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะหาสูตรลับความงามจากไหนมาปรนนิบัติดูแลตัวเอง อย่าลืมสูตรจากมันฝรั่งล่ะแล้วคุณจะพบว่าเป็นสูตรที่ง่ายแสนง่ายแต่ได้คุณประโยชน์หลายประการดีทีเดียว ที่มาของภาพ – http://www.smallhouse.co.th/ – ...

Read More »

9 วิธีดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นต้อนรับหน้าหนาวอย่างไม่มีหวั่นผิวแห้งเสีย

หน้าหนาวมาเยือนทีไร สำหรับสาวๆ เราแล้วล้วนแต่จะต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดกับปัญหาความงามสารพัดที่จะต้องคอยตามแก้ ตั้งแต่เรื่องสภาพเส้นผมที่จะยิ่งแห้งหยาบมากขึ้น ไหนจะผิวพรรณแห้งแตกลอกเป็นขุย ริมฝีปากแตก มือก็แห้งกร้านแทบไม่อยากจะหยิบจับสิ่งใด ส้นเท้าก็แตกตามมาได้อีก เรียกว่าแทบจะสารพัดปัญหาความงามที่ตามมาในช่วงหน้าหนาวจนทำเอาแอบกุมขมับ วันนี้ yinglek.com จึงไม่รีรอในการชวนสาวๆ มารีบเร่งดูแลผิวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผิวได้คงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งสดใส สวยยืดหยุ่นแบบชนิดที่ไม่กลัวหน้าหนาวมาทำลายกันเลยก็ว่าได้ ถือเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผิวไม่ให้โรยราจากลมหนาวนั่นเอง ฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า 9 วิธีนั้นมีอะไรบ้าง 1.สครับผิวเป็นประจำ ผิวพรรณของเราที่เผชิญกับมลภาวะและการที่ถูกอนุมูลอิสระทำลายเป็นประจำทุกวัน ย่อมทำให้สภาพผิวหมองคล้ำดำเสียได้ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วหากยังไม่ได้รับการถูกขจัดออกไปก็ยิ่งจะปกคลุมบนเซลล์ผิวชั้นนอกอันเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำดีๆ นั่นเอง ฉะนั้น คุณสามารถแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำดำกร้านได้ง่ายๆ ด้วยการหมั่นสครับผิวเป็นประจำนั่นเอง สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน ผิวพรรณก็สดใสเพียงพอแล้วค่ะ แต่หากเมื่อไรที่คุณมองข้ามการสครับผิว รู้ไหมว่าเมื่อหน้าหนาวมาถึงความหยาบกร้านของผิวจะแห้งกรังทันที แถมยังเผยให้เห็นสภาพผิวกร้านที่แตกลายชัดเจนอีกด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้เราหมั่นสครับขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเนิ่นๆ ได้ยังไงไหว 2.ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว เพื่อการบำรุงผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่มากประสิทธิภาพ แนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสมกับผิวค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งยิ่งจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลผิวมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาที่หน้าหนาวใกล้มาถึง หากคุณได้สร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวเอาไว้ล่วงหน้า ผิวก็ย่อมยากที่จะมีสภาพแห้งกร้านหรือลอกเป็นขุยง่ายได้แน่นอน ดังนั้น จงหันมาเลือกใช้ทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นไว้ก่อนดีกว่า การบำรุงดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลมหนาวมาถึง ก็เหมือนเราได้สร้างภูมิคุ้มกันผิวเอาไว้ในตัวอย่างดีแล้วนั่นเอง 3.มาส์กเพื่อคืนความสดใสให้ผิว นอกจากการทาครีมบำรุงผิวแล้ว การที่เราหันมามาส์กผิวหน้าและผิวกายด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติบ้างก็จะช่วยคืนสารอาหารผิวและเติมความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เช่น มาส์กหน้าด้วยกล้วยน้ำว้าและน้ำผึ้ง มาส์กแตงกวา น้ำผึ้งและโยเกิร์ต เป็นต้น สามารถผสมผสานมิกซ์สูตรมาส์กได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายกันเลย รับรองค่ะว่าหมั่นมาส์กเป็นประจำสารอาหารผิวจากธรรมชาติจะช่วยชโลมความนุ่มชุ่มชื้นคืนสู่ผิวอีกทางหนึ่ง ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นแน่นอน 4.ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน เพราะน้ำเป็นอาหารผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด นอกจากขับล้างสารพิษให้แก่ร่างกายได้แล้ว ยังสามารถดื่มเพื่อบำบัดโรคได้ด้วยนะคะ อีกทั้งยังสามารถเติมความชุ่มชื้นผิวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่หน้าหนาวมาถึง… และผิวสาวจะต้องโรยรารวดเร็ว ดังนั้น หันมารีบดื่มน้ำตุนไว้เพื่อให้ผิวสวยเปล่งปลั่งกันเนิ่นๆ ดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้ว ผิวอาจจะยิ่งอ่อนล้าได้ง่ายและลมหนาวพัดผ่านมาสัมผัสมันก็จะเหี่ยวเฉามีริ้วรอยจนแทบกรี๊ดร้องกันเลยล่ะ 5.กินผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินหลายชนิด เสริมวิตามิน แร่ธาตุเพื่อบำรุงผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกด้วยการกินผักผลไม้ให้มากๆ กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ลวก นึ่งและผัดก็ได้เลยสารพัด แต่เพื่อให้ได้วิตามินมากที่สุด แนะนำให้กินแบบสดหรือนึ่งแทนดีกว่า เพราะการต้มนั้นจะทำให้เสียคุณค่าทางวิตามินได้ อีกทั้งผักผลไม้หากคุณสามารถเลือกกินชนิดที่ให้วิตามินซีได้จะดีมาก แนะนำพวกผลไม้รสเปรี้ยวอย่างแอปเปิ้ลเขียว สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ส้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รีทุกชนิด เป็นต้น เพื่อให้วิตามินซีได้เสริมสร้างคอลลาเจนผิวให้แข็งแรง ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านความเหี่ยวย่นของผิวในหน้าหนาว ที่สำคัญวิตามินซียังสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้กินแล้วช่วยป้องกันหวัดได้สูงอีกด้วย 6.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา เมื่อเรามีความสุขความเครียดที่ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัยเร็วก็จะหมดไป เหลือแต่สารดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะมันจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสและมีเลือดฝาด ...

Read More »

เทคนิคทาโลชั่นเพื่อผิวสวยกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบ

ผู้หญิงเราทุกคนต่างก็อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแสงแดดที่แผดมาพร้อมรังสี UVA และ UVB พร้อมจะทำลายผิวพรรณให้หมองคล้ำ ดำกร้านแถมยังพ่วงมาพร้อมริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายเสมอ ทำให้สาวๆ หลายคนหมดความมั่นใจในการโชว์ผิวสวย เพราะบางทีผิวก็ยังมีตำหนิทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำ ที่สำคัญการออกแดดภายในเวลาแปปเดียวก็ทำให้ผิวเราคล้ำได้ภายในพริบตา เห็นทีการที่ฝันอยากจะมีผิวขาวย่อมอยู่ไกลเกินเอื้อมมากขึ้นแน่นอน แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลกันหรอกนะคะ เพราะเรามีเทคนิคทำให้ผิวสาวของคุณกระจ่างใสได้อย่างใจมาฝากแล้วง่ายๆ เนื่องจากวันนี้ yinglek.com ได้นำเอาเทคนิคการทาโลชั่นบำรุงผิวเพื่อให้ผิวสวยใสอย่างใจคุณต้องการมาแนะนำอย่างละเอียดยิบแล้ว ฉะนั้นอย่ารอช้าดีกว่า เรามาดูกันเลยนะคะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 1.สครับผิว เนื่องจากผู้หญิงเราในปัจจุบันล้วนต่างก็รักสวยรักงามกันมากขึ้น ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องการมีผิวพรรณที่กระจ่างใสเปล่งปลั่งด้วยกันทั้งนั้น และเพื่อการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปอย่างได้ผล เราจะต้องหมั่นสครับผิวกันเป็นประจำ โดยสครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การสครับผิวจะช่วยกระตุ้นให้ผิวที่หมองคล้ำจางไปแล้วเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่ามาแทนที่ เป็นการทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างเกลี้ยงเกลา ช่วยให้เนื้อครีมโลชั่นที่เราทาสามารถซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วย 2.ทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้สาวๆ ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์เพื่อล็อกเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ เหมาะอย่างมากสำหรับสาวที่มีผิวแห้ง วิธีการนี้จะช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและอ่อนเยาว์น่าสัมผัสมากทีเดียว จากนั้นจึงซับผิวให้แห้งพอหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่มต่อไป ยิ่งอีกไม่กี่เดือนลมหนาวใกล้จะมาเยือนแล้ว ขอบอกเลยค่ะว่าสูตรเบบี้ออยล์นี้ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว 3.ทาโลชั่นที่เหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีความเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ เช่น หากคุณเป็นสาวผิวแห้งที่มีสภาพผิวพรรณค่อนข้างหยาบกร้านมาก แนะนำให้เลือกใช้โลชั่นประเภทที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้นบำรุงผิว สำหรับสาวคนไหนต้องการมีผิวขาวใส ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่งและวิตามินบี 3 เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่และช่วยลดเลือนเม็ดสีเมลานินบนผิวให้จางลง สีผิวก็จะถูกปรับสภาพให้ค่อยๆ กระจ่างและขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นได้ 4.ทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV ไม่ว่าสาวๆ จะออกจากบ้านหรืออยู่ในบ้านก็ตาม แสงรังสี UV มักมีอยู่ทั่วไป แม้ตอนกลางวันเรานั่งริมหน้าต่างรังสีจากแสงแดดก็สามารถทะลุผ้าม่าน ส่องผ่านจากหน้าต่างมากระทบผิวเราให้หมองคล้ำได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนทำให้ผิวของเราหมองคล้ำได้ด้วย ดังนั้น เพื่อการปกป้องรังสีได้อย่างมั่นใจ สาวๆ ควรทาครีมกันแดดทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว โดยอาจจะทาก่อนโลชั่นบำรุงผิวปกติหรืออาบน้ำเสร็จแล้วทาโลชั่นกันแดดไปเลยโดยตรงก็ยังได้ การปกป้องแสงแดดจะได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF 15-30 ขึ้นไปจะได้ช่วยป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมั่นใจไร้กังวลยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ สาวๆ ที่อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ คุณไม่ต้องไปขัดผิว กิน ทาหรือฉีดผิวให้เสี่ยงอันตรายและเปลืองเงินโดยใช่เหตุกันเลย เพราะหากต้องการมีผิวขาว แค่คุณหมั่นทาโลชั่นกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน พร้อมกับหลีกเลี่ยงแสงแดดยามที่ต้องออกจากบ้าน โดยกางร่ม สวมหมวก แว่นตาและสวมเสื้อคลุมแขนยาว เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณมีผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลาไม่นานได้แล้ว Tip เพื่อผิวขาวอ่อนเยาว์จากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากการบำรุงผิวให้สวยจากภายนอกแล้ว สาวๆ ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงผิวให้กระจ่างใสจากภายในพร้อมกัน โดยเฉพาะการบำรุงด้วยวิตามิน แร่ธาตุจากผักผลไม้หลายชนิด เพราะนอกจากผักผลไม้จะมีวิตามินหลายชนิดที่จำเป็นต่อผิวสาวแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่จะช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวคุณเต่งตึงและอ่อนเยาว์ได้มากขึ้น ...

Read More »

พฤติกรรมที่แอบทำร้ายผิวสาวให้แก่เร็ว

สาวๆ หลายคนปรารถนาการมีผิวสาวที่สวยและอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ ในวันนี้เราก็มีพฤติกรรมที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยมาฝากกันให้ได้ทราบ สำหรับใครที่ไม่อยากแก่ก่อนวัยคงต้องรีบมาดูกันซะแล้ว ว่าแต่มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยค่ะ 1. ล้างหน้าไม่สะอาดและผิดวิธี จริงอยู่ที่การล้างหน้าจะทำให้ผิวหน้าของเราสะอาดใสไร้สิวได้ แต่การล้างหน้าจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับผิวและต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีค่าความเป็นด่างสูง ไม่เช่นนั้น อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึงและกร้านได้ง่าย เราจึงต้องเลือกใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่เหลวที่อ่อนโยน และที่สำคัญสาวๆ หลายคนชอบแต่งหน้าอย่างมาก แต่ก็ละเลยการล้างหน้าอย่างถูกต้อง บางคนกลับมาถึงบ้านดึกๆ ขี้เกียจล้างเครื่องสำอางออกก็ล้มตัวลงนอนไปเลยก็มี ฉะนั้น แนะนำให้เช็ดหน้าให้สะอาดเกลี้ยงเกลาด้วยคลีนซิ่งออยก่อนจะดีกว่า จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติต่อไป เท่านี้ก็ทำให้ผิวหน้าเราสะอาดใสได้อย่างใจแล้วค่ะ 2. สครับผิวบ่อยและรุนแรงเกินไป การสครับผิวเราจะต้องเน้นสครับแบบเบาๆ อ่อนโยน แต่สาวๆ บางคนเข้าใจว่าการสครับผิวแรงๆ อาจจะยิ่งช่วยให้ผิวขาวใสยิ่งขึ้น แต่ตรงกันข้าม ผิวเราจะยิ่งระคายเคืองและมีริ้วรอยขีดข่วนได้ง่าย ย่อมกลายเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยตามมาได้ด้วย ฉะนั้น นอกจากการสครับแบบเบามือแล้ว ไม่ควรจะสครับบ่อยมากเกินไปจนกลายเป็นการรบกวนผิว การสครับผิวที่ดีเราควรสครับแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งย่อมดีกว่าค่ะ เท่านี้ผิวก็จะไม่ถูกทำร้ายมากจนเกินไปแล้ว 3. ไม่ชอบทาครีมกันแดด เชื่อว่ามีสาวๆ หลายคนรู้ดีว่าการทาครีมกันแดดจะสามารถช่วยป้องกันรังสียูวีไม่ให้ทำลายผิวได้ หากก็ยังไม่ทำตามนั้น อาจเพราะมีนิสัยขี้เกียจหรือไม่อยากทาอะไรหลากหลายมากมายขั้นตอน แต่รู้มั้ยคะว่าการที่เราทาครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เร็วขึ้นนะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวอย่างฝ้า กระและจุดด่างดำ หรือแม้แต่สิวก็ยังสามารถขึ้นได้เช่นกัน หากเราตากแดดจนหน้าไหม้เกรียมหมองคล้ำ ผิวก็จะยิ่งแห้งกร้านและแก่เร็วกันเลยล่ะ ดังนั้น หากยังคงอยากมีผิวขาวใสและอ่อนเยาว์เช่นเดิม หันมาทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกวันกันดีกว่าพร้อมหมั่นพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดระหว่างวันด้วย เท่านี้เราก็ย่อมมีผิวขาวใสอ่อนเยาว์ได้อย่างใจแล้วค่ะ 4. ใช้ครีมบำรุงที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวและวัย ผู้หญิงเราเมื่ออายุเข้าสู่วัยเลข 3 หรือเลข 4 ต่างก็ต้องมองหาครีมบำรุงที่เหมาะสมกับช่วงวัยกันได้แล้ว เพราะปัจจุบันก็มีครีมที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายเพื่อรองรับผิวสาวแต่ละช่วงวัยให้ได้เลือกใช้กันอย่างเหมาะสมแล้ว แต่สาวๆ หลายคนก็ยังละเลย แค่คิดว่าทาครีมบำรุงอะไรก็ได้ง่ายๆ แล้วเดินออกจากบ้านแค่นั้นก็จบ แต่จริงๆ แล้วการที่เราเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับวัยและไม่เหมาะกับสภาพผิวย่อมทำให้การบำรุงเป็นไปอย่างไม่ได้ผล จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทาครีมบำรุงเท่าไร สภาพผิวก็ยังคงแก่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นหรือหมองคล้ำเช่นเดิม สาเหตุก็เพราะแบบนี้นั่นเองค่ะ 5. เครียดอยู่บ่อยๆ ความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวเราแก่เร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณมีริ้วรอย หน้าผากยับๆ เวลาเราขมวดคิ้วนั่นแหละค่ะ ที่จะยิ่งส่งผลให้ใบหน้าเรามีรอยลึกได้ง่าย ดังนั้น หากไม่อยากผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใสเปล่งปลั่ง รวมถึงไม่อยากแก่เร็ว หันมารับมือกับความเครียดด้วยการทำใจปล่อยวางกันบ้างนะคะ แล้วมองโลกในแง่บวก พยายามผ่อนคลายกับชีวิต เมื่อสภาพจิตใจดีขึ้นเราก็จะเครียดน้อยลงและผิวพรรณก็จะค่อยๆ เผยความสดใสออกมาเองได้ในที่สุดค่ะ 6. นอนคว่ำหรือนอนตะแคงบ่อยเกินไป ท่าทางการนอนก็ทำให้สาวๆ มีริ้วรอยได้เช่นกัน หลายคนชอบนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหน้า และนั่นเองค่ะสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหน้าเราแก่ก่อนวัย เพราะริ้วรอยตีนกาจะมาเยือนได้อย่างรวดเร็ว การที่เรานอนหน้าแนบหมอนนานไป ย่อมทำให้เกิดการกดทับมีการเสียดสี ผิวก็จะระคายเคืองมีรอยยับได้ง่ายๆ ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้เข้า ระวังจะมีคนทักว่าหน้าแก่ก่อนวัยได้นะคะ ดังนั้น ...

Read More »

ผิวเสียจากแดด ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ

ผิวเสียจากแดด ถือเป็นภัยร้ายจากรังสียูวี ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาผิวที่คอยกวนใจสาวๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะหญิงสาวที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ซึ่งการปฏิบัติด้วยวิธีการเหล่านี้จะยิ่งทำให้ผิวพรรณที่ขาวเนียนต้องกลายเป็นผิวที่ไหม้เสียจนได้ วันนี้เราจึงนำวิธีการรักษาผิวเสียจากแดดมาคลายความกังวลกับสาวๆ กันค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย น้ำเย็นผ่อนคลายผิวได้ เมื่อผิวต้องเผชิญกับแสดงแดด จนทำให้รู้สึกว่าโดนแดดเผาจนไหม้ ให้รีบปรับอุณหภูมิบนผิวด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น แล้วบิดให้พอหมาดๆ หลังจากนั้นนำมาวางบริเวณผิวที่โดนแดดเผา วิธีนี้เป็นการปรับอุณหภูมิของผิวหนังให้กลับมาเป็นปกติได้เป็นอย่างดี ลดอาการแสบแดงไหม้จากแดดด้วยว่านหางจระเข้ อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า ว่านหางจระเข้นั้น เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณปลอบประโลมผิวที่มีอาการอักเสบ แสบแดงไหม้แดดได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำเนื้อว่านหางจระเข้สดๆ มาทาบางๆ ลงบนผิวหนังที่มีอาการ ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยลดอาการแสบร้อนและรอยไหม้ให้ลดลงได้อย่างแน่นอน แต่วิธีนี้ควรทำหลังจากที่ประคบด้วยน้ำเย็นเรียบร้อยแล้ว มาส์กผิวด้วยสูตรที่ส่งตรงจากธรรมชาติ สำหรับวิธีนี้ เพียงแค่สาวๆ นำผักผลไม้ หรือของที่หาได้จากในครัว ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง หรือแม้กระทั่งนมสด แล้วนำมาปั่นรวมกัน เพียงแค่นี้ก็จะได้ครีมมาส์กผิวที่ทำได้ง่ายๆ ส่งตรงจากธรรมชาติจริงๆ  เมื่อได้ครีมมาส์กผิวเรียบร้อยแล้วก็นำมาทาบนผิวให้ทั่วในขณะที่กำลังอาบน้ำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองได้เลยว่าผิวพรรณของเราจะกระจ่างใสขึ้นมาได้เยอะเลย ทราบกันไปเรียบร้อยแล้วกับวิธีการรักษาผิวเสียจากการโดนแดดเผาไหม้ คงจะทำให้สาวๆ หลายคน ไม่เป็นกังวลกับการต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด ในวันที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งกันแล้วใช่ไหมเอ่ย อย่างไรเสีย ผลลัพธ์ที่ดีจากการทำตามวิธีที่แนะนำไปนั้น ก็ควรบอกให้คนรอบข้างได้ทราบทั่วกันด้วยนะคะ ขอบคุณภาพจาก http://www.atrosehouse.com/

Read More »