Home / Tag Archives: บำรุงผิว

Tag Archives: บำรุงผิว

9 วิธีปลุกผิวหลังคืนงานปาร์ตี้ให้กลับมาสวยปิ๊งดั่งใจอีกครั้ง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแม้แต่งานปาร์ตี้คืนคริตส์มาสสาวๆ หลายคนก็มักจะต้องเตรียมแต่งหน้าสวยๆ ใส่ชุดแซ่บๆ ออกไปเที่ยวงานเหล่านี้แน่นอน จนกระทั่งต้องกลับมาบ้านและเข้านอนดึกดื่น แน่นอนว่างานปาร์ตี้จะต้องทำให้สาวๆ เสี่ยงต่อการทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ไม่ว่าจะการดื่มแอลกอฮอล์ การนอนดึกและเผลอๆ อาจจะเข้านอนทันทีโดยไม่ล้างหน้าให้สะอาดอีก วันนี้ Yinglek.com จึงไม่รอช้ากับการแนะนำวิธีดูแลผิวให้สาวๆ หลังจากงานปาร์ตี้ให้กลับมาคงสภาพผิวที่สวยใสปิ๊งดั่งใจคุณอีกครั้ง ต้องทำอย่างไรบ้างนะ เรามาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ 1.ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนนอน หลังจากมาถึงบ้านแล้ว ต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ตาม ห้ามโยนตัวลงนอนเด็ดขาดนะคะ เพราะใบหน้าของเรายังคงมีเครื่องสำอางคั่งค้างอยู่อาจจะทำให้ผิวเกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ง่าย แนะนำให้ล้างหน้าให้สะอาดก่อนค่ะ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด แล้วล้างด้วยผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิวคุณ จากนั้นจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ตบท้ายอีกครั้งก็ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพผิวหน้าสะอาดหมดจดแล้วแท้จริง เพียงเท่านี้ใบหน้าก็จะสะอาดใส ไร้ปัญหาสิวมากวนใจได้แล้ว 2.ทาครีมบำรุงผิว เพราะการทาครีมบำรุงผิวจะทำให้สาวๆ เรียกคืนสุขภาพผิวสวยนุ่มชุ่มชื้นกลับมาอีกครั้งได้นั่นเอง ดังนั้น แนะนำว่าหลังจากอาบน้ำล้างหน้าสะอาดดีแล้ว ขณะที่ผิวยังชื้นๆ อยู่นั้นให้รีบทาครีมบำรุงผิวทั้งผิวหน้าและผิวกายจนทั่วเรือนร่างทันที เพื่อเติมมอยส์เจอไรเซอร์กับผิว สภาพผิวก็จะไม่แห้งเหี่ยวในตอนเช้าอย่างที่ควรเป็นค่ะ 3.บำรุงริมฝีปากก่อนนอนเสมอ เรื่องของริมฝีปากซึ่งนับเป็นอีกจุดหนึ่งของสภาพผิวที่บอบบางและเสี่ยงต่อการแห้งแตกเป็นขุยลอกล่อนง่ายเช่นนี้ ก่อนนอนควรทาลิปบาล์มหรือทาวาสลีนบำรุงริมฝีปากก่อนนะคะ แล้วนวดๆ อย่างเบามือเพื่อให้สารอาหารจากลิปซึมซาบลงไปบำรุงผิวริมฝีปากอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตื่นขึ้นมาตอนเช้าผิวปากของเราจะได้เนียนนุ่มนั่นเอง 4.ประคบดวงตาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หากตื่นนอนตอนเช้าพบกับสภาพดวงตาที่อิดโรย ไม่ว่าจะมีปัญหาดวงตาบวมช้ำก็ตาม แนะนำให้หั่นแตงกวาหรือมั่นฝรั่งสดมาประคบดวงตา 20 นาทีค่ะแล้วล้างออกให้สะอาด หรืออาจใช้ถุงชาแช่เย็นมาประคบแทนก็ได้ เพราะสารแทนนินจากถุงชาจะช่วยลดอาการอักเสบบวมของผิวหนังได้ดี 5.ดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า อีกประการหนึ่งกับการดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายหรือก็คือ การล้างพิษตอนเช้าด้วยวิธีง่ายๆ แถมยังกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ดีอีกด้วยก็คือ การดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่าตอนเช้าค่ะ ลองดื่มสักแก้วดูนะคะโดยใช้มะนาว 1 ผลผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วแล้วดื่มก่อนกินอาหาร รับรองค่ะว่ามันจะช่วยขับล้างสารพิษและทำให้ผิวสวยใสอีกครั้ง ที่สำคัญน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ ยังช่วยปลุกคืนพลังความสดใสให้ร่างกายได้ดีตลอดวันอีกด้วย 6.ดื่มน้ำในระหว่างวันอย่างเพียงพอ เพราะเมื่อคืนเรานอนดึก อีกทั้งยังดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วยนั่นยิ่งส่งผลให้สุขภาพผิวเสียและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย ดังนั้น ควรกำจัดสารพิษจากเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยการดื่มน้ำเปล่าดีกว่าค่ะ ยิ่งดื่มให้ได้มากๆ สัก 8-10 แก้วระหว่างวัน รับรองมันจะช่วยขับล้างอาการบวมน้ำภายในร่างกายได้ด้วย สุขภาพผิวสาวก็จะกลับมาสวยสดใสเปล่งปลั่งจนสัมผัสได้อีกครั้ง 7.กินผักผลไม้ให้มากๆ การกินอาหารจะช่วยซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวเสียให้กลับมาสวยเปล่งปลั่งได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงควรกินผักผลไม้ให้มากๆ โดยเฉพาะผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยวในระหว่างวัน เนื่องจากวิตามินซีจากผลไม้จะทำหน้าที่เสริมสร้างคอลลาเจนและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยต่อกรไม่ให้ผิวแก่ชราก่อนวัยเร็ว 8.ปลุงพลังด้วยการออกกำลังกาย เพราะหลังจากผ่านงานปาร์ตี้ไป แน่นอนว่าร่างกายของเราอาจจะเหนื่อยล้าอิดโรยอยู่ภายใน แนะนำให้คุณไปออกกำลังกายตอนเย็นเบาๆ ก็ได้ค่ะ เพื่อให้ร่างกายได้ขับเหงื่อออกจากรูขุมขนบ้าง ไม่ว่าจะปั่นจักรยานหรือวิ่งจ้อกกิ้ง หรือเต้นจังหวะมันส์ๆ ตามที่คุณชื่นชอบก็ได้ ออกสัก 20-30 นาทีต่อเนื่อง นอกจากรีดไขมันจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกได้แล้ว ยังเป็นการปลุกพลังให้ร่างกายกลับมาสดใสและทำให้ค่ำคืนนี้คุณนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นได้ด้วย 9.เข้านอนเร็วในคืนต่อมา คืนวันต่อมาสาวๆ ไม่ควรนอนดึกเด็ดขาดค่ะ ...

Read More »

9 วิธีดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นต้อนรับหน้าหนาวอย่างไม่มีหวั่นผิวแห้งเสีย

หน้าหนาวมาเยือนทีไร สำหรับสาวๆ เราแล้วล้วนแต่จะต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดกับปัญหาความงามสารพัดที่จะต้องคอยตามแก้ ตั้งแต่เรื่องสภาพเส้นผมที่จะยิ่งแห้งหยาบมากขึ้น ไหนจะผิวพรรณแห้งแตกลอกเป็นขุย ริมฝีปากแตก มือก็แห้งกร้านแทบไม่อยากจะหยิบจับสิ่งใด ส้นเท้าก็แตกตามมาได้อีก เรียกว่าแทบจะสารพัดปัญหาความงามที่ตามมาในช่วงหน้าหนาวจนทำเอาแอบกุมขมับ วันนี้ yinglek.com จึงไม่รีรอในการชวนสาวๆ มารีบเร่งดูแลผิวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผิวได้คงความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งสดใส สวยยืดหยุ่นแบบชนิดที่ไม่กลัวหน้าหนาวมาทำลายกันเลยก็ว่าได้ ถือเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผิวไม่ให้โรยราจากลมหนาวนั่นเอง ฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า 9 วิธีนั้นมีอะไรบ้าง 1.สครับผิวเป็นประจำ ผิวพรรณของเราที่เผชิญกับมลภาวะและการที่ถูกอนุมูลอิสระทำลายเป็นประจำทุกวัน ย่อมทำให้สภาพผิวหมองคล้ำดำเสียได้ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วหากยังไม่ได้รับการถูกขจัดออกไปก็ยิ่งจะปกคลุมบนเซลล์ผิวชั้นนอกอันเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำดีๆ นั่นเอง ฉะนั้น คุณสามารถแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำดำกร้านได้ง่ายๆ ด้วยการหมั่นสครับผิวเป็นประจำนั่นเอง สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน ผิวพรรณก็สดใสเพียงพอแล้วค่ะ แต่หากเมื่อไรที่คุณมองข้ามการสครับผิว รู้ไหมว่าเมื่อหน้าหนาวมาถึงความหยาบกร้านของผิวจะแห้งกรังทันที แถมยังเผยให้เห็นสภาพผิวกร้านที่แตกลายชัดเจนอีกด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้เราหมั่นสครับขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเนิ่นๆ ได้ยังไงไหว 2.ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว เพื่อการบำรุงผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่มากประสิทธิภาพ แนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสมกับผิวค่ะ โดยเฉพาะสาวผิวแห้งยิ่งจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลผิวมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาที่หน้าหนาวใกล้มาถึง หากคุณได้สร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวเอาไว้ล่วงหน้า ผิวก็ย่อมยากที่จะมีสภาพแห้งกร้านหรือลอกเป็นขุยง่ายได้แน่นอน ดังนั้น จงหันมาเลือกใช้ทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นไว้ก่อนดีกว่า การบำรุงดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลมหนาวมาถึง ก็เหมือนเราได้สร้างภูมิคุ้มกันผิวเอาไว้ในตัวอย่างดีแล้วนั่นเอง 3.มาส์กเพื่อคืนความสดใสให้ผิว นอกจากการทาครีมบำรุงผิวแล้ว การที่เราหันมามาส์กผิวหน้าและผิวกายด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติบ้างก็จะช่วยคืนสารอาหารผิวและเติมความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เช่น มาส์กหน้าด้วยกล้วยน้ำว้าและน้ำผึ้ง มาส์กแตงกวา น้ำผึ้งและโยเกิร์ต เป็นต้น สามารถผสมผสานมิกซ์สูตรมาส์กได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายกันเลย รับรองค่ะว่าหมั่นมาส์กเป็นประจำสารอาหารผิวจากธรรมชาติจะช่วยชโลมความนุ่มชุ่มชื้นคืนสู่ผิวอีกทางหนึ่ง ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นแน่นอน 4.ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน เพราะน้ำเป็นอาหารผิวที่ดีเยี่ยมที่สุด นอกจากขับล้างสารพิษให้แก่ร่างกายได้แล้ว ยังสามารถดื่มเพื่อบำบัดโรคได้ด้วยนะคะ อีกทั้งยังสามารถเติมความชุ่มชื้นผิวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่หน้าหนาวมาถึง… และผิวสาวจะต้องโรยรารวดเร็ว ดังนั้น หันมารีบดื่มน้ำตุนไว้เพื่อให้ผิวสวยเปล่งปลั่งกันเนิ่นๆ ดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้ว ผิวอาจจะยิ่งอ่อนล้าได้ง่ายและลมหนาวพัดผ่านมาสัมผัสมันก็จะเหี่ยวเฉามีริ้วรอยจนแทบกรี๊ดร้องกันเลยล่ะ 5.กินผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินหลายชนิด เสริมวิตามิน แร่ธาตุเพื่อบำรุงผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกด้วยการกินผักผลไม้ให้มากๆ กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ลวก นึ่งและผัดก็ได้เลยสารพัด แต่เพื่อให้ได้วิตามินมากที่สุด แนะนำให้กินแบบสดหรือนึ่งแทนดีกว่า เพราะการต้มนั้นจะทำให้เสียคุณค่าทางวิตามินได้ อีกทั้งผักผลไม้หากคุณสามารถเลือกกินชนิดที่ให้วิตามินซีได้จะดีมาก แนะนำพวกผลไม้รสเปรี้ยวอย่างแอปเปิ้ลเขียว สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ส้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รีทุกชนิด เป็นต้น เพื่อให้วิตามินซีได้เสริมสร้างคอลลาเจนผิวให้แข็งแรง ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านความเหี่ยวย่นของผิวในหน้าหนาว ที่สำคัญวิตามินซียังสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้กินแล้วช่วยป้องกันหวัดได้สูงอีกด้วย 6.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา เมื่อเรามีความสุขความเครียดที่ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัยเร็วก็จะหมดไป เหลือแต่สารดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะมันจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสและมีเลือดฝาด ...

Read More »

คืนความอ่อนเยาว์ขาวใสด้วย 5 สูตรพอกผิวสวย

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่รักสวยรักงาม นอกจากการมองหาเครื่องประทินผิวหลากหลายชนิดมาไว้ใช้กันแล้ว คุณเองก็ย่อมมองหาวัตถุดิบจากธรรมชาติมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมของมาส์กบำรุงผิวด้วยกันอยู่แล้วจริงมั้ยคะ และวัตถุดิบที่เรา yinglek.com หยิบมาฝากกันในวันนี้ก็ล้วนมาพร้อมคุณค่าแห่งสารอาหารผิวที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ในการมีผิวสวยอย่างน่าพึงพอใจที่สุด ซึ่งเราหยิบมาฝากคุณให้นำมาพอกหน้าด้วยกัน 5 สูตรแล้ว หากอยากรู้ว่ามีสูตรไหนบ้างและทำอย่างไร เรามาดูไปพร้อมกันเลยนะคะ สูตรที่ 1 : มะละกอ + นมสด วิธีใช้ นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียดจากนั้นผนมกับนมสดพร่องมันเนยแล้วคนส่วนผสมมาส์กให้เข้ากันค่ะ นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ยกเว้นริมฝีปากและรอบดวงตา สำหรับสูตรนี้ สาวๆ ยังสามารถนำมาพอกผิวกายขณะอาบน้ำได้เช่นเดียวกัน โดยพอกไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ผิวพรรณจะเปล่งปลั่งและสดชื่นขึ้นมากทีเดียว สูตรที่ 2 : โยเกิร์ต + น้ำมะนาว วิธีใช้ หลายคนอาจจะเคยคุ้นกับการสูตรน้ำมะนาวพอกหน้าหรือแต้มสิวกันแล้วใช่มั้ยคะ แต่หากเราใช้เพียงน้ำมะนาวสัมผัสกับผิวโดยตรงอาจจะทำให้ผิวของเราแสบระคายเคืองจากกรดสูงของมันได้ แนะนำให้คุณใช้น้ำมะนาวผสมกับโยเกิร์ตแล้วพอกหน้าไว้แทนค่ะ ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายก็พอกได้ทั้งนั้น โดยพอกไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด คุณสมบัติจากมะนาวจะช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ทำให้ผิวใหม่สดใส เปล่งปลั่ง หากทำเป็นประจำจะช่วยให้ผิวของคุณขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติได้สมใจแน่นอน สูตรที่ 3 : น้ำผึ้ง + โยเกิร์ต วิธีใช้ คุณประโยชน์จากน้ำผึ้งนั้นเปรียบดั่งมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ ทั้งยังมีสรรพคุณทางยาซึ่งแก้ได้ทั้งอาการภายในและภายนอกร่างกาย โดยเฉพาะการดูแลเยียวยาปัญหาผิวต่างๆ เรียกว่าทั้งด้านสุขภาพความงาม น้ำผึ้งช่วยเราได้อย่างครบวงจรเลยล่ะ ให้คุณนำน้ำผึ้งมาผสมกับโยเกิร์ตให้เข้ากันค่ะ จากนั้นพอกบนผิวหน้าและผิวกายให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด ผิวสาวจะเปล่งปลั่งนุ่มและชุ่มชื้นขึ้นสุดๆ เลยทีเดียว เพื่อให้คุณมีผิวสวยน่าสัมผัสอย่างใจ แนะนำว่าสูตรนี้สามารถทำได้วันเว้นวันเลยค่ะ สูตรที่ 4 : กล้วยหอม + นมสด วิธีใช้ กล้วยมีวิตามินบีและโพแทสเซียมสูงที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังกินเพื่อลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี สำหรับผิวสาวเราแล้ว กล้วยนั้นสามารถนำมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับนมสดพร่องมันเนยได้ค่ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกผิวตามที่ต้องการจนทั่ว โดยเฉพาะผิวหน้าสาวๆ ที่แห้งหยาบกร้าน ให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างให้สะอาด รับประกันได้เลยค่ะว่าคุณจะต้องพบกับผลลัพธ์แห่งการมีผิวสวยนุ่มชุ่มชื้นอย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่สภาพความแห้งกร้านของผิวก็จะค่อยๆ หลุดออกไปอย่างอ่อนโยนทีเดียว สูตรนี้สาวๆ สามารถทำได้วันเว้นวันโดยที่ไม่มีการระคายเคืองผิวแน่นอน นอกเสียจากคุณจะมีผิวที่นุ่มชุ่มชื้นโดนใจสุดๆ ทุกวัน สูตรที่ 5 : น้ำมันมะพร้าว วิธีใช้ น้ำมันมะพร้าวนั้นให้สารอาหารจากคุณค่าพืชพรรณธรรมชาติในด้านของวิตามินอีหรือให้ความชุ่มชื้นผิวได้อย่างดีเยี่ยม เพียงนำมาทาผิวแล้วนวดให้ซึมซาบลงสู่ผิวเท่านั้น ...

Read More »

6 วิธีรักษาสิวหัวดำได้อยู่หมัด

สิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมักจะนำความกังวลใจมาให้สาวๆ ได้ไม่เว้นแต่ละวัน ส่องกระจกทีไรก็ยิ่งหมดความมั่นใจไปเสียทุกที ยิ่งแต่งหน้าปกปิดก็จะยิ่งเห่อลุกลามหนักอีก นอกจากสิวหัวขาวแล้ว เรายังมีสิวหัวดำที่ชอบฝังตัวตามรูขุมขนบ่อยๆ อีกด้วย เห็นทีงานนี้สาวๆ ชาว yinglek.com ทั้งหลายจะอยู่นิ่งเฉยกันไม่ได้แล้วล่ะจริงมั้ยคะ หากคุณยังไม่รู้ว่าจะหาวิธีการใดมากำราบสิวหัวดำให้หมดไป วันนี้เราทำตาม 6 วิธีรักษาสิวหัวดำได้อยู่หมัดไปพร้อมกันดีกว่า แล้วคุณจะพบว่าการรักษาสิวหัวดำนั้นจะไม่ใช่เรื่องทำยากอีกต่อไปแน่นอน มาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง 1.อบไอน้ำผิวหน้า สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวไม่ว่าจะสิวหัวขาว สิวอุดตันหรือสิวหัวดำก็ตาม ล้วนเกิดจากการที่ผิวหน้าของเราสกปรกทั้งสิ้น ดังนั้น นอกจากการล้างหน้าธรรมดาทั่วไปอาจจะทำให้ผิวเราสะอาดไม่เพียงพอ เราจึงต้องอบไอน้ำผิวหน้ากันบ้างค่ะ โดยต้มน้ำให้เดือดแล้วเทใส่ภาชนะสักใบจากนั้นอังผิวหน้าบนภาชนะที่มีน้ำเดือดเพื่อให้ไอระเหยลอยมากระทบผิวหน้า แนะนำให้หาผ้ามาคลุมปิดศีรษะไว้ด้วย ผิวหน้าจะได้รับไอน้ำที่ลอยมากระทบเต็มๆ รูขุมขนก็จะเปิดออก สิ่งสกปรกที่เข้าไปเกาะติดชั้นในสุดก็จะค่อยๆ ถูกขจัดออกมาได้ง่าย จากนั้นล้างหน้าโดยน้ำเย็นตบท้ายเพื่อกระชับรูขุมขนเพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนสำหรับการอบไอน้ำผิวหน้าแล้วค่ะ แนะนำให้หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สิวหัวดำที่มีอยู่จะได้ถูกกำจัดออกไปด้วยนั่นเอง 2.แต้มสิวหัวดำด้วยน้ำมะนาว ให้สาวๆ ใช้น้ำมะนาวสดผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาแต้มสิวหัวดำทิ้งไว้ 10 นาที หรือจะนำมาพอกทั้งหน้าเลยก็ได้ค่ะ สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คุณสมบัติจากน้ำผึ้งจะช่วยดูดซับเอาสิ่งสกปรกให้หลุดออกมา ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียของสิว ในขณะที่น้ำมะนาวจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าสาวๆ ที่มีสิวหัวดำจะค่อยๆ จางหายไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3.รีบล้างหน้าทันทีที่กลับมาถึงบ้าน สาวๆ หลายคนที่แต่งหน้าตอนออกจากบ้านไปทำงานหรือแม้ไม่ได้แต่งก็ตาม แต่ผิวหน้าของเราล้วนแล้วจะต้องเผชิญกับฝุ่นละอองหรือมลภาวะภายนอกจนทำให้สิ่งสกปรกเกาะติดผิวหน้าไม่น้อย ทันทีที่กลับถึงบ้านจงรีบทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดนานเกินไป ไม่เช่นนั้น มันจะฝังอยู่ลึกอยู่ในรูขุมขนจนยากที่จะทำความสะอาดออกได้ง่ายและกลายเป็นการสะสมตัวเองจนเป็นสิวหัวดำตามมา 4.ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยกำจัดสิวได้ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าของสาวๆ ควรเลือกใช้สูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิดเอสิดที่มีคุณสมบัติในการเข้าไปกำจัดสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างสะอาดล้ำลึก ผิวหน้าจะยิ่งสะอาดหมดจดมากขึ้น โดยใช้เวลาภายใน 3-4 วันเท่านั้นค่ะ สิวหัวดำก็จะค่อยๆ ลดลงได้ในที่สุด 5.พอกหน้าด้วยไข่ขาว ไข่ขาวมีคุณสมบัติอันเลื่องลือในด้านของการช่วยกำจัดสิวเสี้ยนอย่างได้ผล หากขณะเดียวกัน ไข่ขาวยังสามารถช่วยกระชับรูขุมขนและกระชับผิวหน้าให้เต่งตึงมากขึ้นได้ด้วย และที่สำคัญนะคะ สาวๆ คนไหนที่มีสิวหัวดำขึ้นบนใบหน้า ลองพอกหน้าด้วยไข่ขาวหรือใช้สูตรเดียวกับการลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวก็ได้ค่ะ เมื่อคุณลอกหน้าออกมาด้วยกระดาษทิชชูหรือกระดาษซับหน้ามันที่แปะไว้ขณะพอกพร้อมกัน สิวหัวดำจะหลุดออกมาเพียบเลยทีเดียว ทำสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองหมดปัญหาทั้งสิวเสี้ยนและสิวหัวดำได้อย่างใจแน่นอน เรียกว่าเป็นสูตรความงามที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวจนน่าพอใจเลยล่ะ 6.ทำความสะอาดปลอกหมอนบ้าง อีกหนึ่งสาเหตุของการมีสิวขึ้นหน้าก็คือ ปลอกหมอนสกปรกนั่นเอง ดังนั้น ต่อให้คุณล้างหน้าให้สะอาดเพียงใด หากปลอกหมอกสกปรก หมองดำไม่ได้ซักทำความสะอาดเลยก็ย่อมเป็นแหล่งของการกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นเดียวกัน จึงควรนำปลอกหมอนมาซักทำความสะอาดกันบ้างสัปดาห์ละครั้งก็ยังดีค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันการเกิดแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวหัวดำได้แล้ว อ้อ! หากสาวๆ หมั่นซักผ้าปูที่นอนด้วยเป็นประจำ ยังช่วยป้องกันและรักษาสิวแผ่นหลังได้ด้วยนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับ 6 วิธีรักษาสิวหัวดำให้หมดไปจากผิวหน้า ...

Read More »

เทคนิคทาโลชั่นเพื่อผิวสวยกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบ

ผู้หญิงเราทุกคนต่างก็อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแสงแดดที่แผดมาพร้อมรังสี UVA และ UVB พร้อมจะทำลายผิวพรรณให้หมองคล้ำ ดำกร้านแถมยังพ่วงมาพร้อมริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายเสมอ ทำให้สาวๆ หลายคนหมดความมั่นใจในการโชว์ผิวสวย เพราะบางทีผิวก็ยังมีตำหนิทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำ ที่สำคัญการออกแดดภายในเวลาแปปเดียวก็ทำให้ผิวเราคล้ำได้ภายในพริบตา เห็นทีการที่ฝันอยากจะมีผิวขาวย่อมอยู่ไกลเกินเอื้อมมากขึ้นแน่นอน แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลกันหรอกนะคะ เพราะเรามีเทคนิคทำให้ผิวสาวของคุณกระจ่างใสได้อย่างใจมาฝากแล้วง่ายๆ เนื่องจากวันนี้ yinglek.com ได้นำเอาเทคนิคการทาโลชั่นบำรุงผิวเพื่อให้ผิวสวยใสอย่างใจคุณต้องการมาแนะนำอย่างละเอียดยิบแล้ว ฉะนั้นอย่ารอช้าดีกว่า เรามาดูกันเลยนะคะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 1.สครับผิว เนื่องจากผู้หญิงเราในปัจจุบันล้วนต่างก็รักสวยรักงามกันมากขึ้น ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องการมีผิวพรรณที่กระจ่างใสเปล่งปลั่งด้วยกันทั้งนั้น และเพื่อการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปอย่างได้ผล เราจะต้องหมั่นสครับผิวกันเป็นประจำ โดยสครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การสครับผิวจะช่วยกระตุ้นให้ผิวที่หมองคล้ำจางไปแล้วเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่ามาแทนที่ เป็นการทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างเกลี้ยงเกลา ช่วยให้เนื้อครีมโลชั่นที่เราทาสามารถซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วย 2.ทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้สาวๆ ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์เพื่อล็อกเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ เหมาะอย่างมากสำหรับสาวที่มีผิวแห้ง วิธีการนี้จะช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและอ่อนเยาว์น่าสัมผัสมากทีเดียว จากนั้นจึงซับผิวให้แห้งพอหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่มต่อไป ยิ่งอีกไม่กี่เดือนลมหนาวใกล้จะมาเยือนแล้ว ขอบอกเลยค่ะว่าสูตรเบบี้ออยล์นี้ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว 3.ทาโลชั่นที่เหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีความเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ เช่น หากคุณเป็นสาวผิวแห้งที่มีสภาพผิวพรรณค่อนข้างหยาบกร้านมาก แนะนำให้เลือกใช้โลชั่นประเภทที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้นบำรุงผิว สำหรับสาวคนไหนต้องการมีผิวขาวใส ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่งและวิตามินบี 3 เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่และช่วยลดเลือนเม็ดสีเมลานินบนผิวให้จางลง สีผิวก็จะถูกปรับสภาพให้ค่อยๆ กระจ่างและขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นได้ 4.ทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV ไม่ว่าสาวๆ จะออกจากบ้านหรืออยู่ในบ้านก็ตาม แสงรังสี UV มักมีอยู่ทั่วไป แม้ตอนกลางวันเรานั่งริมหน้าต่างรังสีจากแสงแดดก็สามารถทะลุผ้าม่าน ส่องผ่านจากหน้าต่างมากระทบผิวเราให้หมองคล้ำได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนทำให้ผิวของเราหมองคล้ำได้ด้วย ดังนั้น เพื่อการปกป้องรังสีได้อย่างมั่นใจ สาวๆ ควรทาครีมกันแดดทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว โดยอาจจะทาก่อนโลชั่นบำรุงผิวปกติหรืออาบน้ำเสร็จแล้วทาโลชั่นกันแดดไปเลยโดยตรงก็ยังได้ การปกป้องแสงแดดจะได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF 15-30 ขึ้นไปจะได้ช่วยป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมั่นใจไร้กังวลยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ สาวๆ ที่อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ คุณไม่ต้องไปขัดผิว กิน ทาหรือฉีดผิวให้เสี่ยงอันตรายและเปลืองเงินโดยใช่เหตุกันเลย เพราะหากต้องการมีผิวขาว แค่คุณหมั่นทาโลชั่นกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน พร้อมกับหลีกเลี่ยงแสงแดดยามที่ต้องออกจากบ้าน โดยกางร่ม สวมหมวก แว่นตาและสวมเสื้อคลุมแขนยาว เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณมีผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติภายในเวลาไม่นานได้แล้ว Tip เพื่อผิวขาวอ่อนเยาว์จากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากการบำรุงผิวให้สวยจากภายนอกแล้ว สาวๆ ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงผิวให้กระจ่างใสจากภายในพร้อมกัน โดยเฉพาะการบำรุงด้วยวิตามิน แร่ธาตุจากผักผลไม้หลายชนิด เพราะนอกจากผักผลไม้จะมีวิตามินหลายชนิดที่จำเป็นต่อผิวสาวแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่จะช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวคุณเต่งตึงและอ่อนเยาว์ได้มากขึ้น ...

Read More »

7 ทางลัดช่วยสาวๆ ประหยัดเวลาในการแต่งตัวตอนเช้าได้อย่างน่าทึ่ง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันเรื่องของการแต่งหน้า ทำผมและการบำรุงผิวเพื่อเสริมความสวยให้ตัวเรานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ไม่มีใครอยากเดินออกจากบ้านด้วยสภาพใบหน้าจืดๆ ผิวพรรณอิดโรยและผมเผ้าฟูกันหรอกจริงมั้ยคะ เพราะการมีความสวยติดตัวย่อมเป็นเสน่ห์ที่จะขับดันให้บุคลิกของเราน่าเชื่อถือ ทำให้คนที่ร่วมงานด้วยเห็นแล้วประทับตาติดใจและอยากเข้ามาพูดคุยกับเราตลอดวัน แต่เนื่องจากช่วงเวลาตอนเช้านั้น สาวๆ เรามีเวลากันแสนสั้นเหลือเกิน ครั้นจะตั้งเวลาปลุกมาเร็วเป็นชั่วโมงก็อาจจะทำให้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ มีตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าอีก ประสิทธิภาพการทำงานของสมองก็ต่ำลง ดังนั้น วันนี้เรามาหาวิธีลัดในการแต่งตัวและการจัดเตรียมอุปกรณ์ไปทำงานให้รวดเร็วขึ้นกันดีไหม ถ้างั้นอย่ารอช้า.. เพราะ Yinglek.com มีมาแนะนำมาฝากกันแล้วดังนี้ค่ะ 1.อาบน้ำก่อนนอนให้ร่างกายสะอาดที่สุด สาวๆ หลายคนรู้ตัวดีว่าในตอนเช้าหลังจากตื่นนอนเรามักจะเสียเวลาไปกับการอาบน้ำ แต่งตัวนานมาก ถ้าเช่นนั้น ลองอาบน้ำก่อนนอน โดยชำระล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมหมดจดไปเลยดีไหม เช่น สระผมให้มีกลิ่นหอมๆ อาจจะทรีทเมนต์ผมบำรุงให้นุ่มลื่นมีน้ำหนักเงางามด้วยก็ได้ และสครับผิวให้สะอาดเกลี้ยงเกลาเพื่อเตรียมพร้อมรับวันใหม่ที่สดใส ผิวเราจะได้นวลเด้งผุดผ่องยามกระทบสายตาคนมองรอบด้าน ยิ่งหากคุณนอนห้องแอร์ด้วยแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำนานก็ได้ เหมือนเราวิ่งผ่านน้ำแป็ปเดียวเท่านั้นแหละ เน้นล้างหน้าแปรงฟันให้สะอาด แต่งหน้าอ่อนๆ แล้วฉีดน้ำหอมแค่นี้ก็เดินออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจกันแล้วค่ะ 2.ทาออยล์หลังอาบน้ำแบบไม่ต้องพึ่งโลชั่น ในช่วงเวลาเร่งรีบตอนเช้า สาวๆ หลายคนมักจะมีปัญหากับการบำรุงผิวด้วยการทาโลชั่นและบางชนิดกว่าเนื้อครีมหรือเนื้อโลชั่นจะซึมซาบสู่ผิวได้ดีก็ใช้เวลานานทีเดียว จากนี้หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วเพื่อประหยัดเวลาในการทาโลชั่นมากขึ้น ถ้าคุณไม่ใช่สาวผิวแห้งนักก็ทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำทันทีแล้วซับผิวให้หมาด เท่านี้ก็แต่งตัวออกจากบ้านกันได้แล้ว ผิวสาวก็จะไม่แห้งกร้านแต่ยังสามารถเก็บล็อกความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้อย่างใจอีกด้วย 3.ทำผมลอนด้วยการถักเปียก่อนนอน สาวผมยาวหลายคนชอบทำผมม้วนลอนไปทำงานกันมาก แต่ในตอนเช้าที่ต้องรีบเร่งไม่มีใครมีเวลาลุกมานั่งทำผมนานๆ ได้หรอกจริงมั้ยคะ ฉะนั้น ลองถักเปียทิ้งไว้ก่อนนอนดีกว่าไหม ตื่นเช้ามาก็คลายเปียออก เพียงเท่านี้ก็จะได้ผมลอนน่ารักสดใสแบบธรรมชาติแล้วค่ะ 4.ใช้เครื่องสำอางที่ได้หลากคุณประโยชน์ในชิ้นเดียว หลังจากอาบน้ำเสร็จ เราจะต้องมานั่งแต้มครีมบนใบหน้ากว่าจะเสร็จ ไหนจะต้องทาครีมกันแดดและตามด้วยการแต่งหน้าอีก อาจทำให้คุณเสียเวลาไม่น้อยทีเดียว ถ้าเช่นนั้น แนะนำให้เลือกใช้เครื่องสำอางบางชิ้นที่มาพร้อมคุณประโยชน์เพื่อการบำรุงผิวในตัวพร้อมกันด้วยเลยดีไหม เช่น อาจใช้รองพื้นที่มีสารกันและมีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ในตัวเดียวกัน เพราะมันจะช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV และเป็นตัวบำรุงในขั้นตอนเดียว แถมยังทำให้การแต่งหน้ารวดเร็วขึ้นอีกด้วย แค่นี้ก็ทำให้สาวๆ มีผิวสวยเดินออกจากบ้านไปทำงานได้เร็วขึ้นแล้วค่ะ 5.มาสคาร่าอันเดียวก็เอาอยู่ได้ตลอดวันแล้ว ช่วงเวลาที่เราแต่งหน้าตอนเช้า หากคุณไม่มีเวลาหยิบเครื่องสำอางนั่นนี่มาเติมให้ครบทุกขั้นตอนบนใบหน้าก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เคยเห็นไหมคะ หน้าตาสาวๆ บางคนนั้นไม่ได้แต่งหน้าอะไรมากมายจนโดดเด่นไปด้วยสีสันของเปลือกตา พวงแก้มแดงสองข้างก็จืดสนิท แต่หากเธอมีขนตาที่งอนเด้งก็ทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่คนพบเห็นได้แล้ว เพราะแค่เราหยิบมาสคาร่าอันเดียวมาปัดก่อนออกจากบ้านให้ขนตางอนงามตลอดวัน เท่านี้ก็ปรับลุคความสดใสหน้ารักให้ใบหน้ามีเสน่ห์สวยปิ๊งยามสบตากันได้แล้วเช่นกันค่ะ นอกนั้นก็อาจจะทาลิปสติกสีโดดเด่นปรับสีเรียวปากให้สวยอวบอิ่มมีสีสันหน่อยก็นับว่าใช้ได้แล้ว 6.จัดกระเป๋าไว้ตั้งแต่ก่อนนอน เวลาจะไปทำงานทีไร เรามักเสียเวลาไปกับการจัดเตรียมกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเอกสารทำงาน กระเป๋าของใช้ส่วนตัวที่จะต้องมีเครื่องสำอางและของใช้กระจุกกระจิกภายใน หากตอนเช้ามันทำให้คุณวุ่นวายสาละวนจนมือยุ่งเหยิงและทำเวลาไม่ทัน ถ้าเช่นนั้น ก่อนนอนทุกคืนหันมาจัดเตรียมเอกสารสำคัญใส่กระเป๋าทำงานไว้และเตรียมของใส่กระเป๋าส่วนตัวไว้ด้วยให้พร้อม หลังจากแต่งตัวตอนเช้าเสร็จก็หยิบกระเป๋าสะพายออกจากบ้านกันชิลๆ ในเวลารวดเร็วได้เลย 7.ใช้เวลาขณะอยู่บนรถให้คุ้มค่า หากสาวๆ คนไหนที่ไปทำงานโดยนั่งรถยนต์ส่วนตัวไปเอง หากโชคดีที่มีแฟนหรือติดรถเพื่อนไปพร้อมกัน หรือแม้แต่การนั่งแท็กซี่นั้น ช่วงเวลาที่อยู่บนรถก็เป็นช่วงที่คุณจะสามารถเซ็ทความสวยให้ตัวเองได้อีกครั้ง เช่น แต่งหน้าให้ครบขั้นตอนเพิ่มขึ้น เกล้าผมให้เรียบสูงแบบหางม้าหรือทำทรงเรียบๆ ตามด้วยการติดเครื่องประดับตกแต่งสวยๆ ง่ายๆ ทาโลชั่นหรือทาครีมกันแดดปกป้องผิวและหวีผมให้เรียบร้อย เป็นต้น ...

Read More »

บำรุงผิวก่อนนอน เพื่อผิวเนียนนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่

เพราะผิวพรรณเปรียบดั่งสมบัติที่แสนล้ำค่าสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะผิวหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่ต้องเผชิญกับสายตาดวงอื่นๆ ก่อนส่วนใดในร่างกาย หากว่าผิวหน้าอยู่ในสภาพที่ดี มีความกระจ่างใสและเนียนนุ่ม ก็จะทำให้เป็นคนที่ผิวใสชวนมอง แต่หากว่าแต่ละวันผิวหน้าต้องเผชิญกับปัจจัยมากมายที่ทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะจากท่อไอเสีย รังสียูวี หรือแม้แต่พวกฝุ่นละอองที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยสายตาเปล่า ก็ล้วนทำให้ผิวหน้าเกิดความแห้งกร้านและไม่ชุ่มชื่น ดูกี่ทีๆ ก็ไม่สดใส วันนี้เราจึงนำวีการบำรุงผิวก่อนนอน เพื่อตื่นมาในเช้าวันใหม่ ได้มีผิวหน้าที่เนียนนุ่มสวยกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีบำรุงอะไรกันบ้าง ล้างหน้าให้สะอาด ไม่ว่าสาวๆ จะเป็นผู้หญิงที่แต่งหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก่อนนอนถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องล้างหน้าให้สะอาดเสมอ เพื่อเป็นการทำความสะอาดรูขุมขน ชะล้างเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าออกไปให้หมด อีกทั้งการล้างหน้าให้สะอาด ยังช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะนำมาสู่ปัญหาสิวและผิวที่ระคายเคืองได้ บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หลังจากล้างหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ให้ตามด้วยการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด สำหรับสาวผิวมันก็ควรบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ชนิด water-based ส่วนสาวผิวแห้ง ขอแนะนำให้ใช้สูตรน้ำนม หรือแบบ oil-based แทนค่ะ สครับผิวเป็นประจำก่อนนอน แนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กๆ จุ่มลงไปในน้ำอุ่น บิดหมาดๆ แล้วนำมาวางบนผิวหน้า เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้รูขุมขนเปิดและผิวหนังเกิดความชุ่มชื้นมากขึ้น จากนั้นก็ให้ใช้สครับสูตรอ่อนโยนขัดผิวอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกจากรูขุมขนหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก็จะหลุดลอกออกมา จึงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น ดื่มน้ำสะอาดก่อนเข้านอน สำหรับสาวๆ ที่รักผิวหน้า ควรเตือนตัวเองเสมอก่อนนอน ในการดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 1-2 แก้วทุกคืน เพื่อให้น้ำช่วยขับของเสียในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเติมน้ำให้ระบบภายในต่างๆ สดชื่น ทำงานได้ดี และช่วยให้ผิวสวยสดใสได้ด้วย สำหรับสาวๆ ที่อยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ พร้อมกับผิวหน้าและผิวกายที่สดชื่น เปล่งปลั่ง ดูมีชีวิตชีวา มากกว่าทุกๆ วัน ลองนำวิธีการที่เรานำมาฝากไปใช้ดูนะคะ รับรองว่า ไม่ทำให้ผิดหวังกันอย่างแน่นอน ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/  

Read More »

เคล็ดลับแก้ปัญหาผมแห้งกระด้างด้วยวิธีธรรมชาติ

ผู้หญิงเราไม่ว่าจะผมยาวหรือผมสั้น ก็ล้วนปรารถนาในการมีสุขภาพเส้นผมที่นุ่มสลวยมีน้ำหนักจัดทรงง่ายด้วยกันทั้งนั้น แต่หากวันนี้สภาพเส้นผมของเรามีปัญหาแห้งกระด้างชี้ฟูล่ะจะทำอย่างไร ไม่ต้องเป็นกังวลกันไปหรอกนะคะสาวๆ เพราะเรามีวิธีแก้ปัญหาผมหยาบกระด้างมาแนะนำกันแล้ว เป็นวิธีจากธรรมชาติที่ไม่ต้องง้อสารเคมีอีกด้วย มาดูกันเลยนะคะว่าต้องทำอย่างไร แต่ก่อนอื่นเราต้องมาดูสาเหตุกันด้วยว่าทำไมผมจึงแห้งหยาบกระด้าง แล้วจากนั้นจึงมาดูวิธีการป้องกันและฟื้นบำรุงผมกระด้างกันต่อไปค่ะ สาเหตุที่ทำให้ผมหยาบกระด้างชี้ฟู – สาเหตุประการแรกมาจากการที่เราสระผมบ่อยมากเกินไป เพราะเป็นการทำลายไขมันที่เคลือบผมอยู่ให้หลุดออกไปจนหมด หนังศีรษะก็ยังแห้งเกิดสะเก็ดรังแคตามมาได้อีกด้วย อีกทั้งยังทำให้ผมขาดความชุ่มชื้นได้อย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะ – ใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม ไม่ว่าจะเป็นการม้วนผมลอน การไดร์ผมและการหนีบผมตรง นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการใช้สารเคมีต่างๆ เช่น การดัด ยืดและทำสีผม เพราะเมื่อเส้นผมเจอกับสารเคมีมากๆ ก็ย่อมทำให้เกล็ดผมหลุดร่วงออกจนไม่เหลือความชุ่มชื้นไว้ได้เลยนั่นเอง – บางคนที่มีเส้นผมแห้งกระด้างชี้ฟู อาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์ร่วมด้วย เพราะบางคนมีปัญหาเกี่ยวกับทางต่อมไขมันในการขับไขมันออกมาเคลืองบำรุงผมไม่เพียงพอ ส่งผลให้เส้นผมกระด้างแห้งและชี้ฟูนั่นเอง ไม่ควรสระผมทุกวัน ควรเว้นระยะเวลาในการสระผมบ้างหากว่าผมคุณไม่ได้สกปรกมากเกินไป โดยอาจจะสระวันเว้นวันหรือทุก 2 วันก็ได้ เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้ไขมันที่สำคัญหลุดออกจากการช่วยเคลือบบำรุงเส้นผม ทำให้เส้นผมสามารถยังคงเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ภายในได้อย่างสมดุลเพียงพอ หลังจากสระผมแล้ว อย่าลืมใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมของสารกันแดดบำรุงเส้นผมไปพร้อมกันด้วยนะคะ และไม่เช็ดผมแรงๆ ด้วยการขยี้ผ่านผ้าขนหนูกระด้างเท่านี้ก็จะช่วยถนอมเส้นผมไม่ให้กระด้างและบำรุงให้กลับมาชุ่มชื้นได้ง่ายๆ แล้ว หมั่นทำทรีทเมนท์ผมทุกสัปดาห์ ควรหมั่นหาเวลาใน 1 วันของสัปดาห์มาทำทรีทเมนท์ผมบ้าง โดยใช้ไข่แดงผสมกับน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะมาผสมให้เข้ากันจากนั้นชโลมผมให้ทั่วหนังศีรษะแล้วหมักไว้ 30 นาที ล้างออกให้สะอาดแล้วจึงสระผมตามขั้นตอนปกติต่อไป การที่เราหมั่นทรีทเมนท์แบบนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมเกิดการผลิตเกล็ดผมมาทดแทนในส่วนที่สึกหรอและหลุดออกไป เส้นผมของเราจะได้กลับมาเรียบลื่นนุ่มสลวย มีน้ำหนักจัดทรงง่ายและไม่กระด้างชี้ฟูนั่นเอง หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมด้วยอุปกรณ์ความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการไดร์ผม การหนีบผมตรงและการม้วนผมลอนก็ตาม สิ่งเหล่านี้ยังคงทำลายเส้นผมให้แห้งเสียและแตกปลายได้เสมอ ดังนั้น เพื่อการเก็บกักความชุ่มชื้นเอาไว้ไม่ให้หลุดหายไปจนสภาพผมแห้งกระด้าง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่ให้ความร้อนเหล่านี้ไปก่อน แต่อาจจะหันมาทำผมทรงอื่นๆ แทนที่ไม่ต้องผ่านความร้อน เช่น ถักเปียทรงต่างๆ และการเกล้าผมหลากหลายทรงสวยๆ ตามด้วยการติดเครื่องประดับผมเก๋ๆ เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมถูกทำลายไปมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ผมกลับมามีสุขภาพเร็วได้อย่างในอีกด้วยค่ะแต่หากสาวคนไหนบอกว่าจำเป็นต้องทำผมออกงานจริงๆ ถ้าเช่นนั้น อย่าลืมใช้เซรั่มป้อนกันความร้อนไปพร้อมกันนะคะและจะได้ช่วยบำรุงผมให้ชุ่มชื้นด้วยค่ะ ทานอาหารที่ให้กรดไขมันโอเมก้า-3 อาหารดีๆ จากธรรมชาติอย่างผักผลไม้ล้วนมีคุณประโยชน์ต่อผิวสวยและบำรุงเส้นผมได้ดีทั้งนั้น ขณะเดียวกัน สารอาหารอย่างกรดไขมันโอเมก้า-3 ก็จัดเป็นแหล่งของสารที่สามารถบำรุงผมให้มีสุขภาพดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปลาทะเลต่างๆ พืชตระกูลถั่วทุกชนิดและไข่แดง เป็นต้น นอกจากนี้ อย่าลืมดื่มน้ำให้มากๆ อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อที่น้ำจะได้คืนความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณและเส้นผมให้ยิ่งมีน้ำหนักนุ่มสลวยไปพร้อมกันค่ะ แปรงผมอยู่เสมอ การแปรงผมควรใช้หวีซี่ห่างคุณภาพดีหน่อย มาแปรงตั้งแต่โคนจรดปลายผมเพื่อช่วยไล่สิ่งสกปรกให้หลุดออก กระตุ้นการไหลเวียนเลือดของหนังศีรษะ ทำให้รากผมได้รับสารอาหารมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นและยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้รากผมผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผมได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ทราบกันเช่นนี้แล้ว จากนี้อย่าลืมนำคำแนะนำจากเราไปปฏิบัติตามกันนะคะ หากทำได้ตามนี้ทุกวันรับรองสุขภาพเส้นผมจะต้องกลับมาสวย มีชีวิตชีวาเรียบลื่นมีน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน ที่มาของภาพ – http://www.gigail.com/ ...

Read More »

สุดยอดมาส์กหน้าให้เด้ง ด้วยวัตถุดิบจากก้นครัว

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนหวังอยากมีหน้าเด้ง สวยใส แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้วิธีไหนดี จะเข้าคอร์สทำหน้าเด้งก็กลัวจะเกิดผลเสียในระยะยาว เลยต้องหันมาพึ่งวัตถุดิบจากธรรมชาติสะแล้ว แต่เอ่ะ อย่างนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรเลือกใช้วัตถุดิบชนิดไหนมาทำหน้าเด้งล่ะทีนี้ ตามเรามาได้เลยค่ะ เพราะวันนี้เราได้นำสุดยอดวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่คืนความเด้งให้แก่ใบหน้าของทุกคนไว้ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าวัตถุดิบที่ว่ามีอะไรบ้าง ไข่แดง ในไข่แดงจะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เรตินอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านแบคทีเรียที่อยู่บนผิว อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีอีกด้วย หากสาวๆ นำมาพอกบำรุงผิวหน้านอกจากจะสามารถช่วยดูดซับสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนของผิวได้อย่างสะอาดล้ำลึกแล้ว ยังสามารถบำรุงผิวชั้นลึกดีเยี่ยมและช่วยในด้านการกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้ด้วยค่ะ น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการสครับผิว เพราะการนำน้ำตาลทรายมาผสมเข้ากับน้ำมันมะกอกในสัดส่วนที่เท่ากัน แล้วนำมานวดบนผิวหน้าจนน้ำตาลละลาย หลังจากนั้นปล่อยทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวหน้ามีความนุ่มและเด้งจนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเลย อะโวคาโด หากสาวๆ กินอะโวคาโดเข้าไปจะทำให้ผิวสวยยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าอะโวคาโดนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ แต่ยังไม่พอแค่นั้นนะคะ เพราะการนำอะโวคาโดมาบดให้ละเอียด แล้วนำมามาส์กหน้า จะเป็นการผลักสารบำรุงสู่ผิวได้เป็นอย่างดีเลยเชียว แอปเปิลซอส เนื่องจากแอปเปิลเป็นผลที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง ดังนั้นการนำแอปเปิลมาบดให้ละเอียดจนกลายเป็นแอปเปิลซอส แล้วนำมามาส์กหน้า จะทำให้ผิวหน้ามีความเด้งมากยิ่งขึ้น มะละกอสุก ในมะละกอสุกจะมีเอนไซม์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า ปาเปอิน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการนำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด แล้วนำมามาส์กหน้าจะทำให้ผิวหน้าทั้งผ่องและนุ่มเด้งอย่างไม่น่าเชื่อเลยละคะ วัตถุดิบแต่ละอย่างที่ได้บอกไปแล้วนั้น ล้วนหาซื้อได้ง่ายมากๆ แถมยังเต็มไปด้วยคุณสมบัติในการปรนนิบัติบำรุงดูแลผิวได้เป็นอย่างดี รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ คงต้องเลือกหาซื้อมาบำรุงผิวหน้าให้เด้งกันสะหน่อยแล้ว ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/

Read More »

บำรุงผิวหน้าให้นุ่มน่าสัมผัส ด้วย 4 วิธีบำรุงที่แสนง่าย

ถ้าพูดถึงการบำรุงผิวหน้า สาวๆ หลายคนคงจะนึกถึงการทำทรีทเม้นต์ที่ร้านเสริมความงามทั่วไป แต่จะมีสักกี่คนนะที่จะมองว่า การบำรุงผิวโดยไม่ต้องใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยและสามารถเอาวัตถุดิบรอบตัวมาบำรุงหน้านั้นมีอยู่จริง สงสัยกันใช่ไหมละคะว่า วัตถุดิบรอบตัวที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง แล้วจะนำมาบำรุงหน้ากันอย่างไร ไปดูกันดีกว่าค่ะว่า การบำรุงด้วยวิธีเหล่านี้ จะทำได้ง่ายแค่ไหนกันเชียว 1. มาส์กหน้าด้วยมะละกอ เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มน่าสัมผัสได้ดี ดังนั้นการนำมะละกอมาบด แล้วนำมามาส์กหน้าเป็นประจำ โดยแต่ละครั้งที่มาส์ก ให้ทิ้งไว้เพียงแค่ประมาณ 15-20 นาทีแล้วตามด้วยล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น แค่นี้ก็ทำให้สาวๆ มีใบหน้าที่นุ่มน่าสัมผัสกันแล้ว แถมยังไม่ทำให้เกิดผลเสียแต่อย่างใด เพราะวิธีนี้ไร้ซึ่งสารเคมีแต่อย่างใดด้วยค่ะ 2. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้าด้วยแตงกวา สำหรับสูตรนี้ทำได้ง่ายมากค่ะ เพียงนำแตงกวาที่ฝานบางๆ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นจนเย็นจัด แล้วนำมาแปะให้ทั่วใบหน้า โดยทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แค่นี้ก็ทำให้ผิวหน้าดูสดใสและสดชื่นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแตงกวาเป็นผักที่อุดมไปด้วยน้ำ มีมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติสูง จึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวของเราได้เป็นอย่างดี 3. เพิ่มความนุ่มนวลและเปล่งปลั่งให้ผิวด้วยน้ำเปล่า การดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้วถือเป็นการกักเก็บความชุ่มชื้นและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งอันเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ แต่การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด โดยปราศจากการล้างด้วยสบู่นั้น ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำอย่างยิ่ง เพราะการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดวันละ 2-3 ครั้งสามารถชะล้างให้รูขุมขนสะอาดและช่วยให้ผิวนุ่ม จนใบหน้าของเราสะอาดใสและเปล่งปลั่งมากขึ้น 4. มาส์หน้าด้วยกล้วย อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจก็คือการนำเอากล้วยมาบดให้ละเอียด แล้วนำมามาส์กหน้า โดยทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นห่างไกลจากริ้วรอยได้ดี เพราะกล้วยนั้นมีส่วนช่วยต่อต้านปัญหาสิวและถือเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติเลยทีเดียว ง่ายๆ กับ 4 วิธีที่นำมาแชร์ให้สาวๆ ในวันนี้ ได้มีผิวหน้าที่นุ่มน่าสัมผัสด้วยวิธีทำที่แสนง่าย แถมยังสามารถหาวัตถุดิบได้จากห้องครัวในบ้านได้อีกด้วย ลองเอาไปทำดู แล้วอย่าลืมบอกต่อเพื่อนๆ ให้มีผิวหน้าที่น่าสัมผัสไปด้วยกันนะคะ ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/

Read More »