Home / Tag Archives: ดูแลผิว

Tag Archives: ดูแลผิว

สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ..จัดการได้ด้วย 9 วิธีง่ายๆ

การดูแลผิวให้สวยและมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การมีผิวขาวกระจ่างใสและไร้สิวเท่านั้นนะคะ แต่สาวๆ จะต้องใส่ใจดูแลผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ผิวหน้าของเราก็จะแลดูกระดำกระด่างเหมือนคนมีปัญหาผิวจนได้ แต่วิธีดูแลผิวให้สม่ำเสมอเรียบเนียนถึงกันต้องทำอย่างไร yinglek.com นำคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 1.หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดบ้านเราร้อนตับไหม้ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่แห่งใด หากผิวสาวของเราตากแดดนานย่อมทำให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยได้อยางแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเข้าไว้ค่ะ 2.ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 – 30 นาที โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้ ครีมกันแดดนั้นๆ ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไป เพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพดีนั่นเอง 3.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย 4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นการกด แกะ บีบสิวหรือเกาผิว การขัดหรือสครับผิวหน้าอย่างรุนแรงก็เป็นตัวการรบกวนผิวและทำร้ายผิวให้เสียเร็วได้เช่นกัน รู้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเหล่านี้กันดีกว่านะคะ 5.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่ง และควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนจุดด่างดำ โดยเฉพาะครีมที่มีสารสกัดจากวิตามิน C ครีมเหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ 6.สครับผิวบ้าง สาเหตุที่ผิวหน้าหมองคล้ำและมีสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่งถึงกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการไม่ได้สครับผิวนั่นเอง ดังนั้น หมั่นสครับผิวกันบ้างจะดีกว่าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าจะได้กระจ่างใสและเรียบเนียนทั่วถึงกัน สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอเพียงแล้ว 7.มาส์กหน้าบำรุง เติมสารอาหารผิวจากธรรมชาติบ้างด้วยการมาส์กหน้าบำรุงค่ะ อาจใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายทั่วไป แนะนำแผ่นมาส์กที่สกัดจากผลไม้ที่ให้วิตามินซี หรืออาจจะทำมาส์กด้วยตัวคุณเองก็ได้ อย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดและไข่ขาว ลองหยิบเอาวัตถุดิบจากในครัวที่มีอยู่มาผสมให้เข้ากัน แล้วมาส์กสัก 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประกันได้เลยค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จากสีผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอถึงกันมากขึ้นแน่นอน 8.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว น้ำเปล่าคือ ตัวช่วยสร้างเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบและมีสุขภาพดีได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งคืนแก่ผิวจากภายใน พร้อมๆ กับการกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้วิตามินเหล่านั้นบำรุงผิวให้เปล่งประกายสดใสอีกที ผิวพรรณที่หมองคล้ำหรือมีปัญหาก็จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนปรับสภาพสู่ผิวกระจ่างใสได้ในที่สุดค่ะ 9.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการดูแลผิวจากภายในได้ดีเช่นกัน และยังทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมสุขภาพผิวจะอ่อนเยาว์และแข็งแรงตามมาได้ด้วย สาวๆ หันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง ...

Read More »

เคล็ดลับดูแลผิวให้ขาวใส คล้ำแค่ไหนก็มีผิวสวยแบบธรรมชาติได้!

เพราะผู้หญิงทุกคนเกิดมาล้วนต่างมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน คนที่เกิดมาพร้อมกับผิวขาวย่อมได้เปรียบกว่าสาวสีผิวอื่น โดยเฉพาะผิวสีน้ำผึ้ง สีแทนหรือผิวดำคล้ำย่อมอาจน้อยใจเป็นธรรมดาและพยายามอย่างมากกับการสรรหาสารพัดวิธี เพื่อมาปรนนิบัติดูแลผิวให้ขาว ปัจจุบันการฉีดผิวขาวกลายเป็นที่นิยมไม่น้อย แต่สาวๆ อาจไม่ทันคาดคิดว่ามันแฝงด้วยอันตรายพร้อมกัน เพราะฉะนั้น จะดีกว่ามั้ยคะหากเราจะหันมาดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใสในแบบธรรมชาติด้วยตัวเราเอง แม้ว่าไม่ได้ขาวโบ๊ะเหมือนสาวฉีดผิว แต่ขาวใสแบบธรรมชาติเท่าที่ผิวเราจะเนียนใสได้ก็สะท้อนได้ถึงสาวผิวสุขภาพดีและมีเสน่ห์ในตัวเองได้แล้วเช่นกัน ว่าแล้วก็อย่ารอช้า.. เรามาดูวิธีทำให้ผิวขาวใสแบบธรรมชาติกันดีกว่านะคะ สครับผิวเป็นประจำ เพราะการสครับผิวเป็นการขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป โดยเกิดจากการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก เซลล์ผิวใหม่ที่ผุดมาแทนที่ก็จะขาวใสมากกว่าเดิม ดังนั้น นี่จึงเป็นเคล็ดลับแรกที่สาวๆ ควรทำอย่างยิ่งเพื่อนำมาสู่การมีผิวกระจ่างใสและสุขภาพดี แนะนำให้ขัดด้วยสครับขัดผิวเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งค่ะ บำรุงผิวด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หันมาใช้สมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติเติมเต็มสารอาหารให้ผิวกันบ้าง แนะนำนมสด โยเกิร์ต น้ำผึ้ง ผงขมิ้น มะนาวและมะขามเปียก เป็นต้น ลองนำส่วนผสมเหล่านี้มามิกส์กันให้ได้เป็นสูตรของคุณเอง ชอบแบบไหนก็ใส่ตามสูตรที่คุณต้องการในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน เช่น ใช้นมสดผสมกับผงขมิ้นและมะขามเปียกมาทาให้ทั่วผิวพรรณ จากนั้นขัดด้วยใยบวบเป็นวงกลม ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งตอนอาบน้ำ รับรองมันจะช่วยขจัดความหมองคล้ำและช่วยผลัดผิวให้ขาวใส ผิวคุณจะผุดผ่องได้ดั่งใจมากทีเดียวค่ะ กินอาหารที่มีประโยชน์ มีอาหารมากมายหลายชนิดที่สามารถเติมสารอาหารผิวจากภายในให้เราได้ แถมยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย แนะนำผักผลไม้ นม ถั่ว ธัญพืชและควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร หากสาวๆ ทำได้ตามนี้ การมีผิวขาวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกก็จะกลายเป็นของคุณได้ทุกวันแน่นอนค่ะ บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนะคะ หลักๆ จะมีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่ง วิตามินบี 3 หรือกรดจาก AHA ส่วนผสมเหล่านี้มีส่วนปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้นได้ค่ะ นอกจากนี้แล้ว ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ โดยเลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปจะดีมาก และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด เพราะมันคือตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ หากสาวๆ ดูแลผิวจากภายนอกพร้อมกันได้ดี ผิวขาวใสจะหายไปไหนเสีย ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณมีเลือดฝาดและสุขภาพดีจากภายในได้อีกเช่นกัน สำหรับใครที่กลัวแก่เร็วหรือกลัวผิวมีริ้วรอยแห่งวัยเร็ว ต้องหันมาออกกำลังกายเป็นประจำนะคะ สังเกตดูได้เลยว่าคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำมักดูอ่อนเยาว์กว่าวัยเสมอ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน สาวๆ คนไหนอยากอ่อนเยาว์ดูเด็กกว่าอายุ อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ ล่ะ เพราะนอกจากผิวสวยแล้ว ยังช่วยให้หุ่นดีอีกด้วยค่ะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนอนพักผ่อนให้เพียงพอคือ ตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสู่การมีผิวสวยอย่างแท้จริงเช่นกัน แต่ต้องนอนตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปค่ะ ไม่ควรนอนดึกเด็ดขาด เพราะเซลล์ผิวจะซ่อมแซมตัวเองตั้งแต่ช่วงเวลา ...

Read More »

ฟื้นฟูผิวเสียหลังเล่นน้ำสงกรานต์..เนรมิตผิวใสไม่ใช่เรื่องยาก!

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์กันไปหมาดๆ เชื่อว่าสาวๆ ที่รักผิวทั้งหลายเมื่อกลับมาถึงบ้านจะต้องตกใจไม่น้อยเป็นแน่กับสภาพผิวที่หมองคล้ำดำกร้าน แถมมาพร้อมอาการผิวแสบร้อนจากแดด เมื่อผิวเผชิญสภาพความหมองคล้ำและมีปัญหาผิวเสียขนาดนี้ เราจะอยู่เฉยได้อย่างไรไหวจริงมั้ยละคะ เพราะฉะนั้น รีบหันมาปรนนิบัติผิวเสียให้กลับมาสู่ความสวยกระจ่างใสอีกครั้งกันดีกว่าด้วยเคล็ดลับที่เรานำมาฝากดังนี้ค่ะ งดสครับผิว แม้ว่าการสครับผิวจะช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและช่วยเรียกคืนความกระจ่างใสแก่ผิวเราได้ แต่ยกเว้นหลังจากช่วงเล่นน้ำสงกรานต์มาใหม่ๆ นะคะ เพราะผิวของเรามีภาวะแสบร้อนและมีอาการระคายเคืองจากแดดอยู่แล้ว ผิวช่วงนี้กำลังอ่อนแอถึงขีดสุด ดังนั้น ไม่ควรรบกวนผิวให้ยิ่งมีปัญหาหนักกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงการสครับในระยะ 3 – 7 วันแรกจะดีที่สุด หลังจากนั้นแล้วจึงสามารถสครับผิวได้ตามปกติค่ะ เลือกใช้สูตรสครับผิวจากธรรมชาติ เมื่อครบระยะเวลาสัก 1 – 2 สัปดาห์ไปแล้ว สาวๆ สามารถลงมือสครับผิวกันได้เลยค่ะ โดยเราขอแนะนำสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติที่จะค่อยๆ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างน่าทะนุถนอม แต่ให้ผลลัพธ์ในการฟื้นบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกัน โดยผสมน้ำผึ้ง ผงขมิ้นและน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาขัดวงให้ทั่วผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งค่ะ รับรองสูตรนี้จะช่วยขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป เหลือแต่สภาพผิวที่ผุดผ่องและผิวมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ จนคุณสัมผัสได้ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เร่งการผลัดผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแม้แต่เครื่องสำอางที่มีกรด AHA วิตามินบี 3 และไวท์เทนนิ่ง ส่วนประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเพราะต้องเร่งให้ผิวขาวใส แต่ไม่เหมาะสมกับผิวไหม้แดดใหม่ๆ เป็นแน่ ไม่เช่นนั้นมันจะยิ่งรบกวนผิวให้ยิ่งระคายเคืองหนักได้เช่นเดียวกับการสครับผิวนั่นเอง แนะนำให้คุณหันมาใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบำรุงผิวจนกว่าจะหยุดลอกก่อนดีที่สุด เพราะคุณสมบัติจากสมุนไพรว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนช่วยปลอบประโลมผิวไหม้แดดได้อย่างดีเยี่ยม กินอาหารที่มีประโยชน์ ระหว่างนี้ควรเน้นหันมาใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยบำรุง และฟื้นฟูสภาพผิวเสียจากภายในสู่ภายนอก กระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติ ก็จะทำงานได้เองโดยอัตโนมัติชนิดที่ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ใดรบกวนผิวเลย แนะนำให้คุณกินผักผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและควรดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นประจำทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติโดยเร็ว นอกจากนี้ ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การดื่มน้ำสะอาดชดเชยน้ำที่ขาดหายไปตอนเล่นน้ำสงกรานต์ โดยดื่มวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อเติมเต็มเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบ ผิวก็จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างต่อเนื่องแล้วค่ะ ทาครีมกันแดดทุกวัน อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรพลาดยิ่งนัก หลังผ่านพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว ช่วงนี้เราจะต้องยิ่งใส่ใจเรียกคืนผิวขาวกระจ่างใสดังเดิมกลับมาจริงมั้ยคะ ดังนั้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปนั้นสำคัญมาก คุณควรทาก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และหากต้องตากแดดนานอีกก็ต้องหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหากเป็นไปได้พยายามเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดจะดีกว่า เพื่อให้ผิวปราศจากความหมองคล้ำและไม่มีปัญหาผิวแห้งเสียจากแดดอีกนั่นเอง นอกจากนี้ การดูแลผิวตามคำแนะนำดังกล่าวไม่เพียงแค่จะต้องดูแลหลังเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น แต่หากสาวๆ ...

Read More »

เลือกทาครีมบำรุงให้เหมาะสมกับผิว.. อีกหนึ่งเคล็ดลับสู่ผิวสวยในแบบคุณ

ผู้หญิงทุกคนต่างก็อยากมีผิวสวยด้วยกันทั้งนั้น แต่การจะมีผิวสวยอย่างเดียวคงไม่ได้เป็นแน่ ผิวของเราจะต้องมีสุขภาพดีตามไปด้วยจริงมั้ยคะสาวๆ และเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี เริ่มต้นจากการล้างหน้าให้สะอาด การเลือกทาครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิวนี่ก็สำคัญเหมือนกัน รองลงมาก็คือ การออกกำลังกาย ดื่มน้ำ กินอาหารที่ให้ประโยชน์และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ องค์ประกอบดังกล่าวล้วนส่งเสริมทั้งสุขภาพร่างกายและเสริมสุขภาพผิวให้สวยแบบฉบับสาวผิวสุขภาพดีได้อย่างแท้จริงเลยล่ะ แต่วันนี้ Yinglek.com ขอหยิบเอาวิธีเลือกทาครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวคุณมาฝาก เพราะนี่ก็คือ ปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้ผิวคุณสวยแบบฉบับสาวผิวสุขภาพดีได้ เรามาดูกันเลยนะคะว่าสภาพผิวแต่ละประเภทควรเลือกทาครีมบำรุงผิวแบบไหน สาวผิวแห้ง สาวที่มีผิวแห้งนับว่าน่ากังวลไม่น้อยเลยค่ะ เพราะผิวจะมีริ้วรอย ผื่นและเกิดการแห้งลอกเป็นขุยได้ง่าย สาเหตุก็เนื่งจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาตามธรรมชาติน้อยนั่นเอง จึงก่อให้เกิดการหล่อเลี้ยงน้ำในผิวไม่เพียงพอ ผิวก็จะแห้งและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นตามมาง่าย สำหรับครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้ควรเลือกที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นทาผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น กระชับเต่งตึงและเป็นสาวที่มีผิวสวยสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยค่ะ สาวผิวมัน สำหรับสาวผิวมันนั้นสาเหตุก็เกิดจากต่อมไขมันบนใบหน้าผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้เกิดความมันส่วนเกินบริเวณทีไซนเป็นพิเศษ เมื่อผิวหน้ามันมากก็จะทำให้มีสิวง่ายและยังทำให้รูขุมขนกว้างอีกด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ควรเลือกใช้ควรเลือกชนิดที่เนื้อครีมบางเบา ทาแล้วซึมซาบสู่ผิวง่ายและยังสามารถควบคุมความมันส่วนเกินได้ แต่ควรใช้คู่กันกับมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผิว รักษาความชุ่มชื้นผิวและช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย สาวผิวผสม ผิวประเภทนี้จะมีน้ำมันผลิตออกมาเคลือบผิวแบบบางๆ ในบริเวณของทีโซนซึ่งก็คือ ในส่วนของหน้าผากและจมูกค่ะ ส่วนดังกล่าวจะพบว่ามีความมันมากกว่าส่วนแก้ม ครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้จะต้องไม่เข้มข้นหรือเบาบางมากเกินไป ขณะเดียวกัน การทามอยส์เจอไรเซอร์ก็ควรเลือกทาเน้นเฉพาะในส่วนแก้มกับบริเวณผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมกัน สาวผิวแพ้ง่าย สาเหตุที่ทำให้คุณเป็นสาวผิวแพ้ง่ายก็เนื่องจากชั้นผิวหนังลดการต้านทานต่อสารระคายเคืองผิวลง ทำให้ผิวมีความบอบบางและระคายเคืองง่าย ครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้จึงควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมจากน้ำหอม ไม่ทำให้ผิวอุดตัน แต่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวคงสภาพปกติดังเดิมได้ และที่สำคัญควรเลือกประเภทที่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญผิวแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในผิวบอบบาง ผิวหนังของคนเรามีความแตกต่างกัน ครีมบำรุงผิวแต่ละประเภทที่ผลิตออกมาก็ย่อมมีความแตกต่างกันด้วย ดังนั้น สาวๆ จะต้องใส่ใจเลือกครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิวคุณเองด้วยนะคะ แล้วประสิทธิภาพในการบำรุงและดูแลผิวก็จะยิ่งเต็มเปี่ยมดั่งใจมากขึ้น ที่มาของภาพ – http://www.girlsallaround.com/ – http://variety.teenee.com/

Read More »

เลี่ยงด่วน! 7 พฤติกรรมทำลายผิวสาววัยเลข 3 ให้มีริ้วรอยแห่งวัยเร็ว

สาววัยเลข 3 เป็นช่วงเวลาที่อายุกำลังจะนับถอยหลังเพื่อก้าวเข้าสู่เลข 4 และนั่นก็คือ สัญญาณบ่งบอกความแก่อย่างเต็มตัว แต่สำหรับผู้หญิงเรายุคปัจจุบันมีใครอยากแก่กันบ้างล่ะ ซึ่งจริงๆ แล้ว หากเราดูแลผิวอย่างพิถีพิถันมากขึ้นก็ย่อมชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้เช่นเดียวกัน เพียงสาวๆ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมตามนี้! 1.ขี้เกียจล้างเครื่องสำอาง ต่อให้รักการแต่งหน้าแค่ไหน แต่สาวๆ หลายคนก็อิดออดและขี้เกียจล้างเครื่องสำอางออกอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุตัวฉกาจอันดับต้นๆ ที่บั่นทอนความงามของผิวให้ร่วงโรยก่อนวัยอันควรได้เช็ดกัน ดังนั้น หากอยากสวยแค่ไหน จากนี้หลังกลับมาถึงบ้านแล้วต้องรีบล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนนอนด้วยนะคะ เพราะนอกจากผิวหน้าจะสวยใสไร้สิวแล้ว ยังสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วย 2.สครับผิวบ่อยและรุนแรงเกินไป การสครับผิวหน้าย่อมเป็นสิ่งดีเพราะจะช่วยผลัดความหมองคล้ำออกจากผิว เผยความกระจ่างใสได้อย่างเต็มตา ทว่าการสครับผิวที่รุนแรงและบ่อยครั้งเกินไป ย่อมเป็นการรบกวนผิวให้ระคายเคืองได้ ทั้งเกิดการเสียดสีจนเกิดริ้วรอยและยังทำให้ผิวแห้งกร้านมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนี้ซะ หันมาสครับสัปดาห์ละครั้งและสครับอย่างเบามือจะดีกว่า 3.เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับผิวหน้า สกินแคร์บำรุงผิวหน้าในปัจจุบันมีให้เลือกใช้ด้วยกันหลากยี่ห้อและเหมาะสำหรับแต่ละสภาพผิวแตกต่างกัน แนะนำค่ะว่าสาววัยเลข 3 ควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมสำคัญเพื่อต่อต้านและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยพร้อมกันด้วย เพราะหากคุณเลือกใช้สกินแคร์แบบผิดๆ หรือใช้แบบสาวแรกรุ่นก็อาจจะทำให้ผิวไม่ได้รับสารอาหารบำรุงที่เหมาะสมกับวัยได้ และทำให้คุณเกิดริ้วรอยแห่งวัยเร็วขึ้นอีกด้วย 4.ไม่ทาครีมกันแดด นี่ก็คือ อีกหนึ่งขั้นตอนการดูแลผิวหน้าที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง สาวๆ หลายคนรักการทาครีม แต่งหน้าก็จริง แต่ก่อนออกจากบ้านบางครั้งก็ละเลยการทาครีมกันแดด รู้มั้ยคะว่าวัยเลข 3 นี่แหละที่ผิวกำลังมีปัญหาต่างๆ เข้ามาเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สิวและริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยเหี่ยวย่นมักจะเกิดขึ้นง่ายมากหากผิวหน้าคุณตากแดดบ่อย และหากไม่ทาครีมกันแดดล่ะก็ เตรียมมีผิวหน้าแก่เร็วก่อนวัยได้เลย 5.ปล่อยร่างกายให้ขาดน้ำ ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ผิวยิ่งร่วงโรยมากขึ้นสองเท่าบวกกับอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำลายด้วยแล้ว ผิวสาววัยเลข 3 ยิ่งมีริ้วรอยแก่ก่อนวัยง่ายขึ้นเลยล่ะ และหากสาวๆ ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ไม่ชอบดื่มน้ำอย่างเพียงพอด้วยแล้ว ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นในที่สุด ดังนั้น รู้แบบนี้แล้วหันมาดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตรกันดีกว่า ร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำ แถมยังส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นด้วย 6.ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จัด การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าทำอย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ สารพิษจากบุหรี่จะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวให้เสื่อมลงโดยเร็ว เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะหายไป ทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม สีผิวหมองคล้ำ ดำกร้านและเกิดริ้วรอยเร็ว สุดท้ายคุณสาวๆ วัยเลข 3 ก็จะแก่เร็วราวกับสาววัยเลข 4 อย่างไม่น่าเชื่อ 7.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่เพียงแค่การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นที่จะทำลายสุขภาพผิวให้เสียเร็ว เพราะการนอนดึก อดหลับอดนอนก็เช่นกัน เหล่านี้.. ล้วนทำลายผิวให้ย่ำแย่และมีริ้วรอยแห่งวัยง่ายขึ้น เนื่องจากขณะที่เราหลับนั้น เซลล์ผิวจะต้องฟื้นฟูตัวเองให้เต่งตึงและกลับสู่สภาพความแข็งแรงอีกครั้ง แต่หากสาวๆ ไม่ยอมปรับพฤติกรรมโดยหันมาเข้านอนภายในช่วง 4 ...

Read More »

5 เคล็ดลับสครับผิวขาวใสยิ่งกว่าที่เคย

ผู้หญิงทุกคนต่างก็ปรารถนาที่จะมีผิวขาวเนียนใสทั้งนั้น ผิวที่สวยน่ามองเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้คุณเกิดความมั่นใจมากขึ้น และยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูดีรวมถึงมีบุคลิกที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีทำให้ผิวขาวนั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็นการเข้าสถาบันเสริมความงาม ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือกระทั่งวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยไร้สารเคมีก็ใช้ได้เช่นกัน  บทความของเรา วันนี้ Yinglek.com พร้อมแล้วที่จะหยิบเคล็ดลับดีๆ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณมีผิวขาวเนียนยิ่งกว่าที่เคยอย่างประหยัด ยั่งยืน และไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีอันตรายมาฝากค่ะ 1.ผิวขาวด้วยการการขัดผิว (Exfoliating) การขัดผิวเป็นการช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปง่ายขึ้น เพราะเจ้าเซลล์ผิวนี้หากตกค้างอยู่บนใบหน้าจะทำให้ผิวหน้าของเราหมองคล้ำไม่สดใส และอาจลอกเป็นขุยอย่างเห็นได้ชัดทำให้เสียบุคลิก การขัดผิวหน้าอย่างเบามือและอ่อนโยนจะทำให้เซลล์ผิวหลุดลอกออก เป็นการเผยผิวใหม่ที่สวยใสยิ่งกว่าเดิมและยังช่วยให้ผิวรับครีมบำรุงได้ลึกล้ำมากขึ้นอีกด้วย 2.ใช้ตัวช่วยขัดผิว อุปกรณ์เพื่อความสวยความงามหลายอย่างถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผิวสาว ไม่ว่าจะเป็นฟองน้ำนุ่มๆ ใยบวบ สครับจากธรรมชาติ เกลือสปา หรือแม้แต่ผ้าขนหนูก็ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการขัดผิวได้ด้วยเช่นกัน การใช้ตัวช่วยเหล่านี้ขัดถูอย่างนุ่มนวลจะทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวเปล่งปลั่งดูเนียนใสขึ้นและยังช่วยลดเซลลูไลต์อีกด้วย 3.สครับผิวอย่างเบามือ การสครับหรือขัดผิวแรงเกินไปนอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้ง อาจส่งผลให้ผิวมีริ้วรอยก่อนวัยได้ จึงควรขัดถูเบาๆ เน้นนวดเป็นวงกลมจากปลายเท้าสู่ด้านบนของลำตัวเพื่อเน้นการหมุนเวียนโลหิตจะดีที่สุด 4.เทคนิคการใช้ใยบวบ ใยบวบธรรมชาติที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานจะมีความแข็ง หากขัดผิวแรงๆ อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ ก่อนใช้จึงควรแช่น้ำจนนิ่มเสียก่อนแล้วค่อยนำมาขัดไปบนผิวกายเบาๆ จนทั่ว เมื่อใช้เสร็จก็ล้างให้สะอาดและผึ่งลมให้แห้งทุกครั้ง เพียงเท่านี้ผู้ช่วยชั้นดีอย่างใยบวบก็จะทำให้ผิวคุณขาวใสขึ้นแล้วค่ะ 5.ทำสครับจากธรรมชาติสูตรผิวขาวเนียนใส วัตถุดิบชั้นดีหาได้จากข้าวของในครัวเรือนหรือตามตลาดสด ไม่ว่าจะเป็นมะขามเปียก สับปะรด มะนาว ขมิ้นและดินสอพอง สมุนไพรเหล่านี้เป็นตัวช่วยให้หญืงสาวยุคโบราณมีผิวเนียนสวยมานักต่อนักแล้ว นอกจากจะประหยัดและไม่มีสารเคมี ยังได้ผลดีและสามารถทำต่อเนื่องได้เรื่อยๆ อีกด้วย ลองใช้สูตรพื้นฐานอย่างมะขามเปียกผสมขมิ้นและนมสด ขัดผิวหลังอาบน้ำประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองว่าคุณจะเห็นความต่างอย่างคาดไม่ถึง เห็นไหมคะว่าการมีผิวที่สวยขาวและเนียนใสอย่างใจนั้นไม่ต้องลงทุนเยอะอีกทั้งยังทำได้ไม่ยาก นำเคล็ดลับดีๆ 5 ข้อนี้ไปปฏิบัติเป็นประจำรับรองว่าคุณจะมีผิวสวยเนียนน่ามองกว่าใครแน่นอน ที่มาของภาพ – http://m.trusper.com/ – http://sanatate.bzi.ro/

Read More »

9 วิธีปลุกผิวหลังคืนงานปาร์ตี้ให้กลับมาสวยปิ๊งดั่งใจอีกครั้ง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแม้แต่งานปาร์ตี้คืนคริตส์มาสสาวๆ หลายคนก็มักจะต้องเตรียมแต่งหน้าสวยๆ ใส่ชุดแซ่บๆ ออกไปเที่ยวงานเหล่านี้แน่นอน จนกระทั่งต้องกลับมาบ้านและเข้านอนดึกดื่น แน่นอนว่างานปาร์ตี้จะต้องทำให้สาวๆ เสี่ยงต่อการทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ไม่ว่าจะการดื่มแอลกอฮอล์ การนอนดึกและเผลอๆ อาจจะเข้านอนทันทีโดยไม่ล้างหน้าให้สะอาดอีก วันนี้ Yinglek.com จึงไม่รอช้ากับการแนะนำวิธีดูแลผิวให้สาวๆ หลังจากงานปาร์ตี้ให้กลับมาคงสภาพผิวที่สวยใสปิ๊งดั่งใจคุณอีกครั้ง ต้องทำอย่างไรบ้างนะ เรามาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ 1.ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนนอน หลังจากมาถึงบ้านแล้ว ต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ตาม ห้ามโยนตัวลงนอนเด็ดขาดนะคะ เพราะใบหน้าของเรายังคงมีเครื่องสำอางคั่งค้างอยู่อาจจะทำให้ผิวเกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ง่าย แนะนำให้ล้างหน้าให้สะอาดก่อนค่ะ เริ่มจากเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด แล้วล้างด้วยผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิวคุณ จากนั้นจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ตบท้ายอีกครั้งก็ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพผิวหน้าสะอาดหมดจดแล้วแท้จริง เพียงเท่านี้ใบหน้าก็จะสะอาดใส ไร้ปัญหาสิวมากวนใจได้แล้ว 2.ทาครีมบำรุงผิว เพราะการทาครีมบำรุงผิวจะทำให้สาวๆ เรียกคืนสุขภาพผิวสวยนุ่มชุ่มชื้นกลับมาอีกครั้งได้นั่นเอง ดังนั้น แนะนำว่าหลังจากอาบน้ำล้างหน้าสะอาดดีแล้ว ขณะที่ผิวยังชื้นๆ อยู่นั้นให้รีบทาครีมบำรุงผิวทั้งผิวหน้าและผิวกายจนทั่วเรือนร่างทันที เพื่อเติมมอยส์เจอไรเซอร์กับผิว สภาพผิวก็จะไม่แห้งเหี่ยวในตอนเช้าอย่างที่ควรเป็นค่ะ 3.บำรุงริมฝีปากก่อนนอนเสมอ เรื่องของริมฝีปากซึ่งนับเป็นอีกจุดหนึ่งของสภาพผิวที่บอบบางและเสี่ยงต่อการแห้งแตกเป็นขุยลอกล่อนง่ายเช่นนี้ ก่อนนอนควรทาลิปบาล์มหรือทาวาสลีนบำรุงริมฝีปากก่อนนะคะ แล้วนวดๆ อย่างเบามือเพื่อให้สารอาหารจากลิปซึมซาบลงไปบำรุงผิวริมฝีปากอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตื่นขึ้นมาตอนเช้าผิวปากของเราจะได้เนียนนุ่มนั่นเอง 4.ประคบดวงตาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หากตื่นนอนตอนเช้าพบกับสภาพดวงตาที่อิดโรย ไม่ว่าจะมีปัญหาดวงตาบวมช้ำก็ตาม แนะนำให้หั่นแตงกวาหรือมั่นฝรั่งสดมาประคบดวงตา 20 นาทีค่ะแล้วล้างออกให้สะอาด หรืออาจใช้ถุงชาแช่เย็นมาประคบแทนก็ได้ เพราะสารแทนนินจากถุงชาจะช่วยลดอาการอักเสบบวมของผิวหนังได้ดี 5.ดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า อีกประการหนึ่งกับการดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายหรือก็คือ การล้างพิษตอนเช้าด้วยวิธีง่ายๆ แถมยังกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ดีอีกด้วยก็คือ การดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่าตอนเช้าค่ะ ลองดื่มสักแก้วดูนะคะโดยใช้มะนาว 1 ผลผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วแล้วดื่มก่อนกินอาหาร รับรองค่ะว่ามันจะช่วยขับล้างสารพิษและทำให้ผิวสวยใสอีกครั้ง ที่สำคัญน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ ยังช่วยปลุกคืนพลังความสดใสให้ร่างกายได้ดีตลอดวันอีกด้วย 6.ดื่มน้ำในระหว่างวันอย่างเพียงพอ เพราะเมื่อคืนเรานอนดึก อีกทั้งยังดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วยนั่นยิ่งส่งผลให้สุขภาพผิวเสียและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย ดังนั้น ควรกำจัดสารพิษจากเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยการดื่มน้ำเปล่าดีกว่าค่ะ ยิ่งดื่มให้ได้มากๆ สัก 8-10 แก้วระหว่างวัน รับรองมันจะช่วยขับล้างอาการบวมน้ำภายในร่างกายได้ด้วย สุขภาพผิวสาวก็จะกลับมาสวยสดใสเปล่งปลั่งจนสัมผัสได้อีกครั้ง 7.กินผักผลไม้ให้มากๆ การกินอาหารจะช่วยซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวเสียให้กลับมาสวยเปล่งปลั่งได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงควรกินผักผลไม้ให้มากๆ โดยเฉพาะผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยวในระหว่างวัน เนื่องจากวิตามินซีจากผลไม้จะทำหน้าที่เสริมสร้างคอลลาเจนและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยต่อกรไม่ให้ผิวแก่ชราก่อนวัยเร็ว 8.ปลุงพลังด้วยการออกกำลังกาย เพราะหลังจากผ่านงานปาร์ตี้ไป แน่นอนว่าร่างกายของเราอาจจะเหนื่อยล้าอิดโรยอยู่ภายใน แนะนำให้คุณไปออกกำลังกายตอนเย็นเบาๆ ก็ได้ค่ะ เพื่อให้ร่างกายได้ขับเหงื่อออกจากรูขุมขนบ้าง ไม่ว่าจะปั่นจักรยานหรือวิ่งจ้อกกิ้ง หรือเต้นจังหวะมันส์ๆ ตามที่คุณชื่นชอบก็ได้ ออกสัก 20-30 นาทีต่อเนื่อง นอกจากรีดไขมันจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกได้แล้ว ยังเป็นการปลุกพลังให้ร่างกายกลับมาสดใสและทำให้ค่ำคืนนี้คุณนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นได้ด้วย 9.เข้านอนเร็วในคืนต่อมา คืนวันต่อมาสาวๆ ไม่ควรนอนดึกเด็ดขาดค่ะ ...

Read More »

8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาล

หน้าหนาว.. เป็นช่วงที่ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาพร้อมความเย็นของสภาพอากาศจึงทำให้ผิวสาวเราแห้งกร้านได้ง่าย ในวันนี้เราก็มี 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลมาฝากสาวๆ ทุกคนกัน เพราะผิวพรรณของผู้หญิงเราเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ ไม่เช่นนั้น ความแห้งกร้านอาจทำลายผิวให้โรยราและมีริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้ เรามาดูไปพร้อมกันเลยนะคะว่า 8 วิธีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง 1.ปรับอุณหภูมิน้ำที่อาบไม่ให้ร้อนเกินไป ควรเลือกอาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาจะดีที่สุด แต่เพราะหน้าหนาวอาจจะทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นและเสี่ยงป่วยได้ง่ายก็อาจจะหันมาปรับอุณหภูมิของน้ำไม่ให้ร้อนเกินไปก็ได้ค่ะ โดยอาบเพียง 15 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นแล้วก็ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะพร้าวสักหน่อย แค่นี้ก็จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิวชั้นลึกสุดได้เป็นอย่างดีแล้วค่ะ 2.หลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อย เพราะการสครับผิวจะทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วหลุดออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่าก็จะขึ้นมาทดแทน เพราะฉะนั้น ให้สาวๆ สครับผิวกันบ้างสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ สำหรับหน้าหนาวนี้ เพราะหากสครับบ่อยมากเกินไปผสานกับความหนาวเย็นของอากาศแล้ว อาจจะยิ่งกลายเป็นการทำร้ายผิวให้แห้งตึงยิ่งขึ้นได้และยังทำให้เกิดอาการแสบคันยุบยิบง่ายอีกด้วย 3.ทาโลชั่นและครีมบำรุงทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วให้รีบทาครีมบำรุงผิวและโลชั่นที่มีส่วนผสมจากวิตามินอีสูงทันที หรือชนิดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นนั่นเองค่ะ เพื่อให้ผิวได้รีบเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้นานๆ ต่อไป 4.มาส์กหน้าจากวัตถุดิบธรรมชาติบ้าง หันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างแตงกวา กล้วย มะละกอ แตงโม มะเขือเทศและน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้าบำรุงผิวกันบ้างก็ดีค่ะ ในวันหยุดว่างๆ ลองมาส์กจากผักผลไม้เหล่านี้ มันจะช่วยเติมเต็มสารอาหารจากธรรมชาติลงไปบำรุงเซลล์ผิวชั้นในสุดโดยตรง คุณจะพบกับผิวหน้าที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสสุดๆ เลยทีเดียว 5.ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากทาด้วยโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวแล้ว คิดว่ายังไม่เพียงพอแน่นอนหรอกนะคะ เพราะหากคุณปรารถนาการมีผิวขาวกระจ่างใส ไร้ความหมองคล้ำทำลายก็ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าปกป้องเพียงพอ อาจจะเลือกใช้ค่า SPF 15-30 ค่ะ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของคุณสาวๆ ได้เลย แม้แต่อยู่ในบ้านก็ต้องหมั่นทาเป็นประจำนะคะ ไม่เช่นนั้นแล้ว สภาพผิวก็ย่อมโรยราและหมองคล้ำง่าย นำมาสู่การมีผิวแห้งกร้านมากขึ้นได้ด้วยค่ะ 6.พกพาโลชั่นติดตัวไว้ทาอยู่เสมอ ใช่ว่าเราจะต้องทาโลชั่นแค่หลังอาบน้ำแต่เพียงเท่านั้นซะเมื่อไรล่ะคะ เพราะตลอดวันผิวเราย่อมเผชิญกับความแห้งกร้านและแตกลอกเป็นขุยให้คันยิบๆ ได้เสมอ ยิ่งหากคุณนั่งทำงานในห้องแอร์ด้วยแล้ว แนะนำให้ยิ่งพกพาโลชั่นติดกระเป๋าไปด้วยเลยค่ะ เมื่อพบว่าผิวเริ่มแห้งแล้วไม่ว่าจะเป็นมือหรือส่วนต่างๆ ที่แห้งง่ายอย่างแขนและขาก็สามารถหยิบโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นมาทาได้เลยบ่อยๆ ตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นผิวเอาไว้ได้อีกระดับอย่างนานเท่านานมากขึ้นแล้วค่ะ 7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำจะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอิบให้แก่เซลล์ผิวเป็นการเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิวตั้งแต่ภายใน ทำให้ผิวชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์เปล่งปลั่งมากขึ้นได้ นอกจากนี้ อย่าลืมหันมากินผักผลไม้เพื่อบำรุงวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระพร้อมกันมากๆ เข้าไว้ค่ะ สารดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยและป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมโทรมอีกด้วย 8.นอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมง การนอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงนี่แหละเป็นดั่งการดูแลผิวในแบบง่ายมาก โดยควรนอนตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม ไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่มเป็นต้นไปนะคะ ยิ่งเราเข้านอนเร็วมากเท่าไร ผิวก็จะยิ่งอ่อนเยาว์มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ เซลล์ผิวภายในยังซ่อมแซมตัวเองไม่ให้สึกหรออีกด้วย ง่ายดายเท่านี้หวังว่าสาวๆ ชาว yinglek.com จะนำทั้ง 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลไปใช้กันทุกวันนะคะ ...

Read More »

บำรุงผิวก่อนนอน เพื่อผิวเนียนนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่

เพราะผิวพรรณเปรียบดั่งสมบัติที่แสนล้ำค่าสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะผิวหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่ต้องเผชิญกับสายตาดวงอื่นๆ ก่อนส่วนใดในร่างกาย หากว่าผิวหน้าอยู่ในสภาพที่ดี มีความกระจ่างใสและเนียนนุ่ม ก็จะทำให้เป็นคนที่ผิวใสชวนมอง แต่หากว่าแต่ละวันผิวหน้าต้องเผชิญกับปัจจัยมากมายที่ทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะจากท่อไอเสีย รังสียูวี หรือแม้แต่พวกฝุ่นละอองที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยสายตาเปล่า ก็ล้วนทำให้ผิวหน้าเกิดความแห้งกร้านและไม่ชุ่มชื่น ดูกี่ทีๆ ก็ไม่สดใส วันนี้เราจึงนำวีการบำรุงผิวก่อนนอน เพื่อตื่นมาในเช้าวันใหม่ ได้มีผิวหน้าที่เนียนนุ่มสวยกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีบำรุงอะไรกันบ้าง ล้างหน้าให้สะอาด ไม่ว่าสาวๆ จะเป็นผู้หญิงที่แต่งหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก่อนนอนถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องล้างหน้าให้สะอาดเสมอ เพื่อเป็นการทำความสะอาดรูขุมขน ชะล้างเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าออกไปให้หมด อีกทั้งการล้างหน้าให้สะอาด ยังช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะนำมาสู่ปัญหาสิวและผิวที่ระคายเคืองได้ บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ หลังจากล้างหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ให้ตามด้วยการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด สำหรับสาวผิวมันก็ควรบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ชนิด water-based ส่วนสาวผิวแห้ง ขอแนะนำให้ใช้สูตรน้ำนม หรือแบบ oil-based แทนค่ะ สครับผิวเป็นประจำก่อนนอน แนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มผืนเล็กๆ จุ่มลงไปในน้ำอุ่น บิดหมาดๆ แล้วนำมาวางบนผิวหน้า เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้รูขุมขนเปิดและผิวหนังเกิดความชุ่มชื้นมากขึ้น จากนั้นก็ให้ใช้สครับสูตรอ่อนโยนขัดผิวอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกจากรูขุมขนหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก็จะหลุดลอกออกมา จึงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น ดื่มน้ำสะอาดก่อนเข้านอน สำหรับสาวๆ ที่รักผิวหน้า ควรเตือนตัวเองเสมอก่อนนอน ในการดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 1-2 แก้วทุกคืน เพื่อให้น้ำช่วยขับของเสียในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเติมน้ำให้ระบบภายในต่างๆ สดชื่น ทำงานได้ดี และช่วยให้ผิวสวยสดใสได้ด้วย สำหรับสาวๆ ที่อยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ พร้อมกับผิวหน้าและผิวกายที่สดชื่น เปล่งปลั่ง ดูมีชีวิตชีวา มากกว่าทุกๆ วัน ลองนำวิธีการที่เรานำมาฝากไปใช้ดูนะคะ รับรองว่า ไม่ทำให้ผิดหวังกันอย่างแน่นอน ที่มาของภาพ http://women.sanook.com/  

Read More »

ป้องกันแสงแดดทำร้ายผิวด้วยอาหารกันเถอะ

เพราะแสงแดดและอากาศที่แสนร้อนอบอ้าวขึ้นทุกวัน มีผลกระทบต่อผิวหนังของคนเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวแห้งกร้าน หรือผิวแดง ผิวไหม้ ที่ตามมาหลังจากเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลายาวนาน จนอาจทำให้เกิดเป็นปัญหาใหญ่ได้นั่นก็คือ มะเร็งผิวหนังนั่นเอง ดังนั้น สาวๆ ที่ต้องเผชิญกับแสดงแดดเป็นประจำทุกวัน ควรหันมาดูแลตัวเองจากแสงแดดให้มากๆ วันนี้เราจึงนำวิธีการป้องกันผิวจากแสงแดดด้วยการกินมาฝากกันค่ะ แต่จะเป็นการกินอะไรนั้น ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย ฟักข้าว ฟักข้าวเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไลโคปีน เมื่อเทียบกับมะเขือเทศจะสูงกว่าประมาณ 12 เท่า และยังมีสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าในแครอทถึง 10 เท่า มีวิตามินซีมากกว่าในส้มถึง 40 เท่า และมีซีแซนทีนมากกว่าในข้าวโพดถึง 40 เท่า อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า3 โอเมก้า6 โอเมก้า 9 รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยชะลอวัย ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ป้องกันปัญหาผิวแห้งกร้าน และที่สำคัญยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย ชาเขียว ในชาเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า โพลีฟีนอล ซึ่งช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากรังสียูวีได้ โดยร่างกายของคนเราสามารถรับสารเหล่านี้ได้จากการดื่มและจากการทาครีมที่มีส่วนผสมของชาเขียว ที่สำคัญยังมีงานวิจัยพบว่า ชาเขียว ยังสามารถป้องกันมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี มะเขือเทศ เนื่องจากในมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส รวมไปถึงสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน และกรดอะมิโน เป็นต้น และที่สำคัญ มะเขือเทศยังมีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใสและไม่แห้งกร้านอีกด้วย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ดังนั้นการรับประทานซอสมะเขือเทศวันละ 48-55 กรัม หรือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ หรือจะเลือกรับประทานน้ำมะเขือเทศวันละ 250 ซี.ซี. ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 10 สัปดาห์ขึ้นไป จะช่วยเพิ่มปริมาณสารแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง และช่วยให้อาการแดงของผิวหนังหลังจากโดนแสงแดดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการไม่รับประทานซอสหรือน้ำมะเขือเทศถึง 33 % เลยทีเดียว สาวๆ คนไหนที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ อย่าลืมหา มะเขือเทศ ฟักข้าว และชาเขียว มารับประทานกันด้วยนะคะ เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ จะทำให้สาวๆ ...

Read More »