Home / 2015 / April

Monthly Archives: April 2015

ครีมรักแร้ขาว สูตรคุณยาย.. ดับกลิ่นกาย หายสนิท!

คุณสาวๆ หลายท่านคงวิตกกังวลกับผิวใต้วงแขนที่เริ่มดำ คล้ำ เพิ่มขึ้นตามอายุและการสะสมของสารเคมีตกค้างจากน้ำยาดับกลิ่นกายที่ใช้ หลายท่านเชื่อโฆษณาทางทีวี แต่ซื้อมาใช้แล้วใต้วงแขนไม่ขาว ใส เรียบเนียน เหมือนนางแบบโฆษณาบอก ต่อไปนี้ก็เป็นครีมดับกลิ่นกาย ทำให้รักแร้ขาวใสที่คุณยายบอกต่อไว้เป็นวิทยาทานกับลูกๆ หลานๆ รุ่นหลัง ราคานั้นถูกแสนถูกแต่มากด้วยสรรพคุณมหาศาลเพราะเห็นผลภายใน 1 เดือน และ “ปูนเคี้ยวหมาก” คือสิ่งที่เรา Yinglek.com กำลังจะพูดถึง ซึ่งมากด้วยสรรพคุณทางอาหารและยาต่อคนเรา มีทั้งปูนสีขาว และปูนสีแดง ว่าแล้วเราก็ตามมาทำความรู้จักกับครีมรักแร้ขาวสูตรนี้กันเลยดีกว่า สรรพคุณของปูนเคี้ยวหมาก นอกจากจะนำน้ำปูนใสมาเป็นส่วนผสมของอาหารคาวหวานนานาชนิดแล้ว ปูนเคี้ยวหมากยังมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย คือรักษาฝี รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ลบรอยแผลเป็น รักษาแผลที่ถูกมีดหรือของมีคมบาด รักษาแผลแตกที่หัวนม แก้โรคบิด แก้แผลทากหรือปลิงกัด รักษาน้ำกัดเท้า แก้หูด รักษาโรคผิวหนัง แก้คันในที่ลับ ดับกลิ่นเต่า แก้พิษแมลงกัดต่อย แก้พิษแมงกะพรุนไฟ แก้ยุงกัด แก้ข้ออักเสบ แก้ถูกยาเบื่อ เป็นต้น ปูนเคี้ยวหมาก ได้มาจากการนำเปลือกหอยแครงที่ล้างสะอาดไปเผาไฟให้สุกจนกรอบ แล้วนำมาผสมกับน้ำเปล่าสะอาดคนให้เข้ากันจนเป็นครีมเหลวตามต้องการ ขั้นแรกนี้จะได้ปูนเคี้ยวหมากสีขาว และหากต้องการปูนสีแดงให้ใส่ผงขมิ้นลงไปด้วย แล้วคนให้เข้ากันกลายเป็นปูนเคี้ยวหมากสีแดง พร้อมสำหรับการนำไปใช้ ซึ่งจะสามารถเก็บไว้ได้นาน 1-2 ปีเลยทีเดียว ถ้าเนื้อปูนแห้งให้เติมน้ำลงไปแล้วคนให้เข้ากันก็จะกลับมาเหลวเป็นครีมเช่นเดิม วิธีนำไปใช้ – ใช้แทนน้ำยาดับกลิ่นกายที่เคยใช้ประจำในตอนกลางวัน โดยนำปูนเคี้ยวหมากที่เตรียมไว้ทาให้ทั่วใต้วงแขนที่มีรอยดำคล้ำ ก่อนทาไม่ควรเกาหรือเช็ดถูกบริเวณนั้นแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวบาง เป็นรอยถลอก ทำให้เนื้อปูนทำปฏิกิริยากับผิวหนังจะแสบมาก – ในตอนกลางคืนหลังอาบน้ำให้ใช้น้ำมันหรือครีมบำรุงผิวทาใต้วงแขนเพื่อบำรุงให้ผิวหนังชุ่มชื้นและแข็งแรง เช่น น้ำมันออย น้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น – ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ 10-15 วันแรก ผิวใต้วงแขนจะเริ่มขาวขึ้น รอยดำคล้ำจะเริ่มจางลง เมื่อผ่านไป 1 เดือนจะเห็นผลชัดเจน ผลพลอยได้ของสาวๆ ที่ใช้ปูนเคี้ยวหมากทารักแร้คือ ขนรักแร้จะถูกกำจัดออกไปด้วย เมื่อทาไปนานๆ ขนรักแร้จะลีบ บางและเปราะ ยับยั้งการเจริญเติบโตของขนจนสามารถดึงด้วยมือเปล่า ลองพิสูจน์ดูนะคะว่าคุณยาย คุณทวดคุณยายทั้งหลายจะพูดจริงหรือไม่ ! ที่มาของภาพ www.pinterest.com  

Read More »

สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ..จัดการได้ด้วย 9 วิธีง่ายๆ

การดูแลผิวให้สวยและมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การมีผิวขาวกระจ่างใสและไร้สิวเท่านั้นนะคะ แต่สาวๆ จะต้องใส่ใจดูแลผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ผิวหน้าของเราก็จะแลดูกระดำกระด่างเหมือนคนมีปัญหาผิวจนได้ แต่วิธีดูแลผิวให้สม่ำเสมอเรียบเนียนถึงกันต้องทำอย่างไร yinglek.com นำคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 1.หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดบ้านเราร้อนตับไหม้ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่แห่งใด หากผิวสาวของเราตากแดดนานย่อมทำให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยได้อยางแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเข้าไว้ค่ะ 2.ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 – 30 นาที โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้ ครีมกันแดดนั้นๆ ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไป เพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพดีนั่นเอง 3.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย 4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นการกด แกะ บีบสิวหรือเกาผิว การขัดหรือสครับผิวหน้าอย่างรุนแรงก็เป็นตัวการรบกวนผิวและทำร้ายผิวให้เสียเร็วได้เช่นกัน รู้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเหล่านี้กันดีกว่านะคะ 5.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่ง และควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนจุดด่างดำ โดยเฉพาะครีมที่มีสารสกัดจากวิตามิน C ครีมเหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ 6.สครับผิวบ้าง สาเหตุที่ผิวหน้าหมองคล้ำและมีสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่งถึงกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการไม่ได้สครับผิวนั่นเอง ดังนั้น หมั่นสครับผิวกันบ้างจะดีกว่าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าจะได้กระจ่างใสและเรียบเนียนทั่วถึงกัน สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอเพียงแล้ว 7.มาส์กหน้าบำรุง เติมสารอาหารผิวจากธรรมชาติบ้างด้วยการมาส์กหน้าบำรุงค่ะ อาจใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายทั่วไป แนะนำแผ่นมาส์กที่สกัดจากผลไม้ที่ให้วิตามินซี หรืออาจจะทำมาส์กด้วยตัวคุณเองก็ได้ อย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดและไข่ขาว ลองหยิบเอาวัตถุดิบจากในครัวที่มีอยู่มาผสมให้เข้ากัน แล้วมาส์กสัก 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประกันได้เลยค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จากสีผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอถึงกันมากขึ้นแน่นอน 8.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว น้ำเปล่าคือ ตัวช่วยสร้างเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบและมีสุขภาพดีได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งคืนแก่ผิวจากภายใน พร้อมๆ กับการกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้วิตามินเหล่านั้นบำรุงผิวให้เปล่งประกายสดใสอีกที ผิวพรรณที่หมองคล้ำหรือมีปัญหาก็จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนปรับสภาพสู่ผิวกระจ่างใสได้ในที่สุดค่ะ 9.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการดูแลผิวจากภายในได้ดีเช่นกัน และยังทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมสุขภาพผิวจะอ่อนเยาว์และแข็งแรงตามมาได้ด้วย สาวๆ หันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง ...

Read More »

เคล็ดลับดูแลผิวให้ขาวใส คล้ำแค่ไหนก็มีผิวสวยแบบธรรมชาติได้!

เพราะผู้หญิงทุกคนเกิดมาล้วนต่างมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน คนที่เกิดมาพร้อมกับผิวขาวย่อมได้เปรียบกว่าสาวสีผิวอื่น โดยเฉพาะผิวสีน้ำผึ้ง สีแทนหรือผิวดำคล้ำย่อมอาจน้อยใจเป็นธรรมดาและพยายามอย่างมากกับการสรรหาสารพัดวิธี เพื่อมาปรนนิบัติดูแลผิวให้ขาว ปัจจุบันการฉีดผิวขาวกลายเป็นที่นิยมไม่น้อย แต่สาวๆ อาจไม่ทันคาดคิดว่ามันแฝงด้วยอันตรายพร้อมกัน เพราะฉะนั้น จะดีกว่ามั้ยคะหากเราจะหันมาดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใสในแบบธรรมชาติด้วยตัวเราเอง แม้ว่าไม่ได้ขาวโบ๊ะเหมือนสาวฉีดผิว แต่ขาวใสแบบธรรมชาติเท่าที่ผิวเราจะเนียนใสได้ก็สะท้อนได้ถึงสาวผิวสุขภาพดีและมีเสน่ห์ในตัวเองได้แล้วเช่นกัน ว่าแล้วก็อย่ารอช้า.. เรามาดูวิธีทำให้ผิวขาวใสแบบธรรมชาติกันดีกว่านะคะ สครับผิวเป็นประจำ เพราะการสครับผิวเป็นการขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป โดยเกิดจากการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก เซลล์ผิวใหม่ที่ผุดมาแทนที่ก็จะขาวใสมากกว่าเดิม ดังนั้น นี่จึงเป็นเคล็ดลับแรกที่สาวๆ ควรทำอย่างยิ่งเพื่อนำมาสู่การมีผิวกระจ่างใสและสุขภาพดี แนะนำให้ขัดด้วยสครับขัดผิวเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งค่ะ บำรุงผิวด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หันมาใช้สมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติเติมเต็มสารอาหารให้ผิวกันบ้าง แนะนำนมสด โยเกิร์ต น้ำผึ้ง ผงขมิ้น มะนาวและมะขามเปียก เป็นต้น ลองนำส่วนผสมเหล่านี้มามิกส์กันให้ได้เป็นสูตรของคุณเอง ชอบแบบไหนก็ใส่ตามสูตรที่คุณต้องการในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน เช่น ใช้นมสดผสมกับผงขมิ้นและมะขามเปียกมาทาให้ทั่วผิวพรรณ จากนั้นขัดด้วยใยบวบเป็นวงกลม ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งตอนอาบน้ำ รับรองมันจะช่วยขจัดความหมองคล้ำและช่วยผลัดผิวให้ขาวใส ผิวคุณจะผุดผ่องได้ดั่งใจมากทีเดียวค่ะ กินอาหารที่มีประโยชน์ มีอาหารมากมายหลายชนิดที่สามารถเติมสารอาหารผิวจากภายในให้เราได้ แถมยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย แนะนำผักผลไม้ นม ถั่ว ธัญพืชและควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร หากสาวๆ ทำได้ตามนี้ การมีผิวขาวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกก็จะกลายเป็นของคุณได้ทุกวันแน่นอนค่ะ บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนะคะ หลักๆ จะมีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่ง วิตามินบี 3 หรือกรดจาก AHA ส่วนผสมเหล่านี้มีส่วนปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้นได้ค่ะ นอกจากนี้แล้ว ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ โดยเลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปจะดีมาก และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด เพราะมันคือตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ หากสาวๆ ดูแลผิวจากภายนอกพร้อมกันได้ดี ผิวขาวใสจะหายไปไหนเสีย ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณมีเลือดฝาดและสุขภาพดีจากภายในได้อีกเช่นกัน สำหรับใครที่กลัวแก่เร็วหรือกลัวผิวมีริ้วรอยแห่งวัยเร็ว ต้องหันมาออกกำลังกายเป็นประจำนะคะ สังเกตดูได้เลยว่าคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำมักดูอ่อนเยาว์กว่าวัยเสมอ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน สาวๆ คนไหนอยากอ่อนเยาว์ดูเด็กกว่าอายุ อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ ล่ะ เพราะนอกจากผิวสวยแล้ว ยังช่วยให้หุ่นดีอีกด้วยค่ะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนอนพักผ่อนให้เพียงพอคือ ตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสู่การมีผิวสวยอย่างแท้จริงเช่นกัน แต่ต้องนอนตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปค่ะ ไม่ควรนอนดึกเด็ดขาด เพราะเซลล์ผิวจะซ่อมแซมตัวเองตั้งแต่ช่วงเวลา ...

Read More »

วิธีล้างอุปกรณ์แต่งหน้าที่ทำได้แสนง่าย

อุปกรณ์แต่งหน้าเป็นตัวช่วยที่จะเนรมิตความงามบนใบหน้าเราได้ เพราะเครื่องสำอางหลากหลายเฉดสีจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีอุปกรณ์ในการช่วยตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นพัฟต์และแปรงต่างๆ แต่เมื่อเวลานานไปสิ่งสกปรกย่อมตกค้างในอุปกรณ์แต่งหน้าหนาขึ้นแน่นอน และหากเราไม่นำมาทำความสะอาดก็อาจก่อให้เกิดสิวขึ้นหน้าได้ ดังนั้น สาวๆ ควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ล้างหน้าอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเกิดสิวและช่วยให้การแต่งหน้าติดเรียบลื่นมากยิ่งขึ้น วันนี้ Yinglek.com ก็มีวิธีล้างอุปกรณ์แต่งหน้าแต่ละชิ้นมาฝากกันแล้ว มีอะไรบ้างและมีขั้นตอนการล้างอย่างไร มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ พัฟฟ์หรือฟองน้ำ 1. นำพัฟฟ์หรือฟองน้ำสำหรับแต่งหน้ามาล้างผ่านน้ำจนชุ่ม จากนั้นบีบน้ำเพื่อให้เศษแป้งหลุดออก 2. แช่พัฟฟ์หรือฟองน้ำลงในน้ำอุ่นที่ผสมด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที 3. ขยี้พัฟฟ์หรือฟองน้ำอย่างเบามือ 4. ล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาดแล้วนำไปตั้งผึ่งลมให้แห้ง แปรงรองพื้น 1. เทเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอกลงในจานสำหรับจุ่มแปรง จากนั้นจึงจุ่มแปรงลงไปพร้อมกับแกว่งแปรงไปมา จนสีของรองพื้นหลุดออกมาจากขนแปรง 2. นำสบู่เหลวมาเทใส่ลงไปแล้วแกว่งแปรงอีกครั้ง 3. ล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด จากนั้นบีบขนแปรงเพื่อไล่น้ำออกอย่างเบามือ 4. ซับด้วยผ้าขนหนูเบาๆ โดยซับตามแนวของขนแปรง ไม่ควรขยี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ขนแปรงเสียรูปทรงได้ 5. นำแปรงไปตั้งผึ่งลมให้แห้งต่อไป แปรงแต่งหน้า 1. นำแปรงแต่งหน้ามาล้างวนในน้ำที่ผสมกับสบู่อ่อนๆ โดยวนแบบทวนเข็มนาฬิกา 2. จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยวิธีวนทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน 3. ซับด้วยผ้าขนหนูเบาๆ แล้วผึ่งให้แห้ง พู่กันแต่งตาและปาก 1. นำพู่กันมาล้างโดยแกว่งในน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนๆ 2. แกว่งในน้ำเปล่าเพื่อล้างคราบสบู่ออกจนหมด 3. ซับแปรงด้วยผ้าขนหนูจากนั้นผึ่งลมให้แห้งค่ะ Tip : หลังจากสาวๆ ใช้แปรงเสร็จแล้ว ให้ปัดปลายของขนแปรงลงบนกระดาษทิชชู ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สีของเครื่องสำอางเลอะติดกันเป็นก้อนนั่นเอง ที่ดัดขนตา 1. หยดอาย เมคอัพ รีมูฟเวอร์ลงบนแผ่นสำลีจากนั้นนำมาเช็ดส่วนที่เป็นโลหะให้ทั่ว 2. เช็ดออกด้วยกระดาษทิชชูอีกครั้งจนสะอาด Tip : ควรเปลี่ยนเนื้อยางทุก 2 – 3 เดือน เพื่อช่วยยืดอายุที่ดัดขนตาให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากขึ้น สาวๆ ทั้งหลายรักที่จะแต่งหน้าเพื่อเสริมความงามอย่างเดียวคงไม่พอหรอก เพราะการมีผิวหน้าสวยเนียนใสปราศจากสิวด้วยนั้นย่อมเป็นสิ่งสำคัญ และการหมั่นล้างทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าก็ช่วยทำให้ผิวหน้าห่างไกลจากสิวด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าลืมแบ่งเวลาสักเดือนละ 2 ครั้งมาล้างอุปกรณ์แต่งหน้ากันบ้างนะคะ ที่มาของภาพ bloggang.com, mahosot.com  

Read More »

เทคนิคสุดเด็ด! แต่งตัวสวยรับวันไปทะเลแบบไม่มีเอาท์

ฤดูร้อนมาถึงทีไร นักท่องเที่ยวหลายคนมักมองหาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อแบกเป้เดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจเสมอ และแน่นอนค่ะว่า ‘ทะเล’ ย่อมคือตัวเลือกแรกที่หลายคนปรารถนาจะไปเยือนด้วยกันทั้งนั้น สำหรับสาวๆ ที่โปรดปรานการเที่ยวทะเลเป็นชีวิตจิตใจ หน้าร้อนกับทะเลย่อมทำให้พวกเธอนึกถึงแฟชั่นสวยๆ หรือเสื้อผ้าสีสันสดใสเพื่อใส่ไปทะเลอย่างน่ารัก ซึ่งวันนี้เราก็มีเทคนิคสุดเด็ดที่จะชวนสาวๆ แต่งตัวสวยวันเที่ยวทะเลได้อย่างไม่มีเอาท์มาฝาก มีอะไรบ้างนั้นตามมาดูพร้อมกันเลยค่ะ เสื้อผ้าลายดอก ก่อนอื่นต้องบอกเลยค่ะว่าเทรนด์ที่มาแรงตลอดศกในหน้าร้อนนี้ หากไม่พูดถึงเสื้อผ้าลายดอกคงไม่ได้เป็นแน่ เพราะหากสาวๆ ต้องการอินเทรนด์ทันกระแสอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะย่างกรายไปสถานที่แห่งใดก็ตาม ยิ่งหากเป็นทะเลที่มาพร้อมแสงแดดจ้า น้ำทะเลสีครามตัดกับท้องฟ้าใสๆ ด้วยแล้ว บอกได้เลยค่ะว่าลายดอกที่แปดเปื้อนอยู่บนเสื้อผ้าสวยๆ นั้นจะต้องเป็นเทรนด์ชุดสวยที่สาวๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง แล้วซัมเมอร์อันแสนร้อนระอุริมชายหาดก็จะสะพรั่งไปด้วยลายดอกสุดแจ่มพร้อมจะช่วยผ่อนคลายความร้อนให้สาวๆ และทุกคนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น บอกได้เลยค่ะว่าหากพลาดหยิบชุดลายดอกใส่ไปทะเล.. คุณสาวๆ อาจจะต้องเสียใจแน่นอน เสื้อผ้าสีสันสดใส นอกจากเสื้อลายดอกแล้ว สาวๆ ที่รักการแต่งตัวสวยวันไปทะเล อย่าลืมพกเอาเสื้อผ้าสีสันสดใสไปใส่กันด้วยนะคะ สำหรับโทนสีสดใสนั้นได้แก่ สีเหลืองอ่อน สีเขียวมินท์ สีฟ้า สีขาวและสีชมพู สีสันเหล่านี้สะท้อนความเบิกบานสดใสได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเนื้อผ้าที่ใส่ก็ควรเป็นผ้าเนื้อผ้าโปร่งเบาสบาย โดยควรผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ หรือเป็นผ้าชีฟองก็เหมาะสมมากที่สุด โดยเฉพาะชุดเดรสชีฟองสีอ่อนหรือโทนสีพาสเทล สาวๆ ใส่ชุดนี้เดินย่ำทรายขาวริมหาดตอนเย็นๆ กับคนรัก รับรองค่ะว่าสวยเจิดสุดๆ เลยล่ะ บิกินี่สวยๆ ไปทะเลแล้วไม่พกบิกินี่ไปด้วยเหมือนไปไม่ถึงทะเลว่ามั้ยคะสาวๆ เพราะฉะนั้น หากหมายตาที่จะวางแผนไปทะเลแล้วล่ะก็ อย่าลืมฟิตหุ่นกันตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเตรียมสอยบิกินี่ตัวจิ๋วสวยๆ ในแบบที่คุณชอบมาใส่ด้วยล่ะ เพราะบิกินี่สีสันสดใสหวานๆ อาจจะสีชมพู สีแดงหรือสีสันสดใสลวดลายแจ่มๆ นั้นจะยิ่งช่วยขับผิวให้ผุดผ่องและยิ่งช่วยเผยให้เห็นถึงทรวดทรงองค์เอวอันแสนเซ็กซี่ได้ดีสุดๆ ดังนั้น อย่าลืมใส่บิกินี่สวยๆ กระโดดลงน้ำทะเลให้หนุ่มๆ แถวนั้นมองกันจนตาค้างกันนะคะ เพราะการแต่งตัวไปเที่ยวทะเลนั้น ท่ามกลางสถานที่สวยๆ อย่างน้ำทะเลใส โอบกอดด้วยผืนฟ้าสีคราม หาดทรายสีขาว เมื่อเราเดินย่ำเท้าชายหาด ชมวิวทะเลเบื้องหน้า แน่นอนค่ะว่าหากเราได้แต่งตัวสวยๆ ด้วยแล้ว มันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดี สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความสุขมากขึ้น และนี่ก็คือ ความสุขของผู้หญิงเราโดยแท้เลยล่ะ ดังนั้น สาวๆ ห้ามพลดการแต่งตัวสไตล์นี้กันเด็ดขาดนะคะ นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถพกไอเท็มอื่นๆ ไปด้วยก็ได้ เช่น แว่นตากันแดด หมวก ผ้าคลุมไหล่ลายดอกและกระเป๋าสานสีอ่อนหวาน เป็นต้น เพราะนี่คือพร็อพเสริมที่จะช่วยอัพลุคให้การแต่งตัวไปทะเลสวยสะดุดตามากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ที่มาของภาพ http://www.tlcthai.com, http://www.weloveshopping.com, http://www.sompanshop.com, http://kaewsaiidea.com  

Read More »

แฟชั่นเสื้อผ้าลายดอกสีสันสดใส.. เทรนด์ฮิตรับซัมเมอร์ปี 2015

เมื่อไรที่แสงแดดจ้าสาดส่อง..ย่อมสะท้อนให้เรานึกถึงช่วงเวลาแห่งซัมเมอร์ ที่พัดเอาลมร้อนและแสงอันระอุมากระทบลงบนผิว นอกจากการปกป้องผิวเพื่อถนอมความขาวกระจ่างใสเอาไว้แล้ว ผู้หญิงเราร้อยทั้งร้อยเป็นต้องเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเอาเสื้อลายดอกสวยๆ ออกมาสวมใส่กันอย่างจ้าละหวั่นแน่นอน และนี่ก็คือ เทรนด์แฟชั่นซัมเมอร์ปี 2015 ที่สาวๆ ยุคใหม่ไม่ควรพลาดทั้งสิ้น! เสื้อผ้าลายดอกใส่อย่างไรให้สวยสะดุดตา ชุดเดรส เพราะเสื้อผ้าลายดอกนั้นมีหลากสไตล์ให้เราเลือกสรร แต่คงไม่มีชุดไหนที่สะดุดตาหรือหวือหวาชวนฝันเท่าชุดเดรสลายดอกสวยๆ อีกแล้ว เพราะฉะนั้น สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อซัมเมอร์มาถึงเราควรจะหยิบเอาเสื้อผ้าลายดอกแบบไหนมาสวมใส่ดี ขอแนะนำให้มองหาชุดเดรสลายดอกไม้สวยๆ สีสันอ่อนหวานสดใสมาใส่เลยค่ะ อาจจะเป็นสไตล์แม็กซี่เดรสยาว ที่สวมแล้วปล่อยชายกระโปรงพลิ้วคลุมขา หรืออาจเป็นเดรสสั้นที่มีระดับความยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ..เชื่อได้เลยค่ะว่าชุดเหล่านี้จะสามารถช่วยเนรมิตลุคความสวยสดใส ทำให้สาวๆ น่ารัก..พร้อมอ้าแขนรับลมร้อนได้อย่างไม่มีหวั่นกันเลยทีเดียว เสื้อ สำหรับเสื้อลายดอกนั้นนับว่ามีให้เราเลือกใส่ละลานตาอย่างมาก เพราะเสื้อสมัยนี้มีดีไซน์หลากสไตล์เช่นกัน ทำให้เราเลือกสรรได้อย่างจุใจ สำหรับเสื้อลายดอกนั้น สาวๆ สามารถซื้อมาสวมมิกซ์กับกางเกงขาสั้นได้อย่างน่ารักสดใสหรือจะแอบเซ็กซี่บาดใจก็ได้เช่นกัน เพราะกางเกงขาสั้นไม่ว่าจะสีพื้นทั่วไปอย่างสีขาว หรืออาจจะเป็นยีนส์สั้นสุดเซอร์ก็ตาม มันพร้อมจะอัพลุคของคุณให้มีสไตล์แสนซนและผสานปะปนกับความเซ็กซี่ได้ดีทีเดียว ดังนั้นแล้ว อย่าลืมมองหาเสื้อลายดอกสุดเก๋มามิกซ์แอนด์แมทช์กับกางเกงขาสั้นตัวโปรดกันบ้างนะคะ กางเกงหรือกระโปรงลายดอก นอกจากเสื้อลายดอกและชุดเดรสแล้ว ยังมีกางเกงและกระโปรงลายดอกไม้สีสันน่ารักสดใสอีกมาก ที่คุณสามารถซื้อมาสวมมิกซ์ให้เข้ากับเสื้อสีพื้นธรรมดาราบเรียบ อาจจะเป็นกางเกงหรือกระโปรงลายดอกสีแจ่มๆ สดใส ใส่ตัดกันกับเสื้อกล้ามหรือเสื้อแขนกุดสีขาว ยิ่งหากใส่แขนกุดสีขาวกับกระโปรงลายดอกด้วยแล้ว บอกได้เลยค่ะว่าสาวๆ จะได้ลุคที่น่ารักและหวานแหววขึ้นทีเดียว เสื้อผ้าลายดอกเป็นเทรนด์ต้อนรับซัมเมอร์แห่งปี 2015 ที่มาแรงสุดๆ สำหรับสาวคนไหนที่ไม่อยากหลงเทรนด์ล่ะก็ อย่าลืมหาชุดลายดอกสวยๆ มาใส่ตามคำแนะนำจากเรากันบ้างนะคะ ขอบคุณภาพจาก http://kaewsaiidea.com, http://ww2.richaey.com, http://www.chopjaijung.com,http://www.somoremore.com, http://women.sanook.com, http://www.bloggang.com  

Read More »

เร่งผมให้ยาวเร็วแบบธรรมชาติด้วย 5 สูตรหมักผมที่ไม่ควรพลาด!

การไว้ผมยาว..เป็นความปรารถนาหนึ่งของผู้หญิงหลายคน ยิ่งสำหรับสาวผมสั้นที่มีเหตุจำเป็นต้องหั่นผมโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้วล่ะก็ ยิ่งหากจะไว้ผมให้ยาวเร็วด้วยกันทั้งนั้น และวันนี้เราก็มี 5 สูตรหมักผมเร่งผมให้ยาวเร็วในแบบธรรมชาติมาฝากกันแล้ว สาวคนไหนที่วิ่งตามเทรนด์ผมสั้นอยู่ หากคุณกำลังมองหาสูตรเร่งผมยาวที่ทำได้ง่ายๆ ล่ะก็ ต้องรีบทำตามสูตรเหล่านี้กันได้เลย สูตรที่ 1 น้ำดอกอัญชัน เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณกันเลยก็ว่าได้ค่ะ เพียงนำดอกอัญชันสดมาคั้นกับน้ำต้มสุกอุ่นจากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ 20 นาที ควรทำเป็นประจำทุกวัน รับรองสุขภาพผมจะดีขึ้น เพราะอัญชันจะช่วยบำรุงรากผม เร่งผมให้ยาวเร็วดกดำหนา ผมของคุณจะนุ่มสลวย เงางามและมีน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติมากทีเดียว สูตรที่ 2 มะกรูด นำผลมะกรูดมาผ่าซีกแล้วคั้นเอาแต่น้ำจากนั้นนำมาหมักผมหรือจะผสมกับแชมพูสระผมก็ได้ สามารถทำได้เป็นประจำทุกครั้งที่สระผมค่ะ คุณสมบัติจากมะกรูดจะช่วยขจัดรังแค แก้ปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะและช่วยกระตุ้นรากผม ทำให้ผมยาวขึ้นเร็วอีกทั้งยังมีสภาพดกดำเงางามด้วย สูตรที่ 3 ผงชาเขียว นำผงชาเขียวมาชงกับน้ำอุ่นๆ จากนั้นนำมาหมักผมหรือนำผงมาผสมกับทรีทเมนท์ที่คุณใช้หมักผมเป็นประจำก็ได้เช่นกัน โดยผสมในปริมาณ 2 ช้อนชา แล้วหมักครั้งละประมาณ 15 – 20 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ชาเขียวจะช่วยบำรุงรากผมให้ยาวเร็วได้ดีเช่นเดียวกันค่ะ สูตรที่ 4 น้ำมันมะกอกและไข่แดง นำน้ำมันมะกอก 1 – 2 ช้อนโต๊ะผสมกับไข่แดง 2 ฟอง จากนั้นคนให้เข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วจึงสระผมตามปกติ คุณค่าสารอาหารจากน้ำมันมะกอกและไข่แดงจะผสานพลังจากธรรมชาติ บำรุงผมให้สวยเงางามและช่วยเร่งผมให้ยาวขึ้นเร็วได้ สูตรที่ 5 เบียร์และว่านหางจระเข้ ให้นำเนื้อว่านหางจระเข้ในส่วนใบ 2 – 3 ใบและเบียร์ 1 กระป๋องมาปั่นรวมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาหมักผมทิ้งไว้ก่อนสระประมาณ 1 ชั่วโมง ยีสต์จากเบียร์และวิตามินจากว่านหางจระเข้จะช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียให้กลับมาเงางามนุ่มสลวย ช่วยขจัดสารพิษตกค้างและยังกระตุ้นให้ผมยาวเร็วได้ค่ะ เห็นหรือยังคะว่าสาวผมสั้นทั้งหลายที่อยากเลี้ยงผมให้ยาวเร็ว จากนี้มีเฮ..กันแล้วแน่นอน เพราะฉะนั้น อย่าลืมหยิบเอาสูตรหมักผมให้ยาวเร็วในแบบที่คุณชอบไปใช้หมักกันเป็นประจำล่ะ ที่มาของภาพ http://www.beautyandhealthanswers.com, http://www.indianbeauty.tips

Read More »

ฟื้นฟูผิวเสียหลังเล่นน้ำสงกรานต์..เนรมิตผิวใสไม่ใช่เรื่องยาก!

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์กันไปหมาดๆ เชื่อว่าสาวๆ ที่รักผิวทั้งหลายเมื่อกลับมาถึงบ้านจะต้องตกใจไม่น้อยเป็นแน่กับสภาพผิวที่หมองคล้ำดำกร้าน แถมมาพร้อมอาการผิวแสบร้อนจากแดด เมื่อผิวเผชิญสภาพความหมองคล้ำและมีปัญหาผิวเสียขนาดนี้ เราจะอยู่เฉยได้อย่างไรไหวจริงมั้ยละคะ เพราะฉะนั้น รีบหันมาปรนนิบัติผิวเสียให้กลับมาสู่ความสวยกระจ่างใสอีกครั้งกันดีกว่าด้วยเคล็ดลับที่เรานำมาฝากดังนี้ค่ะ งดสครับผิว แม้ว่าการสครับผิวจะช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและช่วยเรียกคืนความกระจ่างใสแก่ผิวเราได้ แต่ยกเว้นหลังจากช่วงเล่นน้ำสงกรานต์มาใหม่ๆ นะคะ เพราะผิวของเรามีภาวะแสบร้อนและมีอาการระคายเคืองจากแดดอยู่แล้ว ผิวช่วงนี้กำลังอ่อนแอถึงขีดสุด ดังนั้น ไม่ควรรบกวนผิวให้ยิ่งมีปัญหาหนักกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงการสครับในระยะ 3 – 7 วันแรกจะดีที่สุด หลังจากนั้นแล้วจึงสามารถสครับผิวได้ตามปกติค่ะ เลือกใช้สูตรสครับผิวจากธรรมชาติ เมื่อครบระยะเวลาสัก 1 – 2 สัปดาห์ไปแล้ว สาวๆ สามารถลงมือสครับผิวกันได้เลยค่ะ โดยเราขอแนะนำสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติที่จะค่อยๆ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างน่าทะนุถนอม แต่ให้ผลลัพธ์ในการฟื้นบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกัน โดยผสมน้ำผึ้ง ผงขมิ้นและน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาขัดวงให้ทั่วผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งค่ะ รับรองสูตรนี้จะช่วยขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป เหลือแต่สภาพผิวที่ผุดผ่องและผิวมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ จนคุณสัมผัสได้ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เร่งการผลัดผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแม้แต่เครื่องสำอางที่มีกรด AHA วิตามินบี 3 และไวท์เทนนิ่ง ส่วนประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเพราะต้องเร่งให้ผิวขาวใส แต่ไม่เหมาะสมกับผิวไหม้แดดใหม่ๆ เป็นแน่ ไม่เช่นนั้นมันจะยิ่งรบกวนผิวให้ยิ่งระคายเคืองหนักได้เช่นเดียวกับการสครับผิวนั่นเอง แนะนำให้คุณหันมาใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบำรุงผิวจนกว่าจะหยุดลอกก่อนดีที่สุด เพราะคุณสมบัติจากสมุนไพรว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนช่วยปลอบประโลมผิวไหม้แดดได้อย่างดีเยี่ยม กินอาหารที่มีประโยชน์ ระหว่างนี้ควรเน้นหันมาใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยบำรุง และฟื้นฟูสภาพผิวเสียจากภายในสู่ภายนอก กระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติ ก็จะทำงานได้เองโดยอัตโนมัติชนิดที่ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ใดรบกวนผิวเลย แนะนำให้คุณกินผักผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและควรดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นประจำทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติโดยเร็ว นอกจากนี้ ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การดื่มน้ำสะอาดชดเชยน้ำที่ขาดหายไปตอนเล่นน้ำสงกรานต์ โดยดื่มวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อเติมเต็มเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบ ผิวก็จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างต่อเนื่องแล้วค่ะ ทาครีมกันแดดทุกวัน อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรพลาดยิ่งนัก หลังผ่านพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว ช่วงนี้เราจะต้องยิ่งใส่ใจเรียกคืนผิวขาวกระจ่างใสดังเดิมกลับมาจริงมั้ยคะ ดังนั้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปนั้นสำคัญมาก คุณควรทาก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และหากต้องตากแดดนานอีกก็ต้องหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหากเป็นไปได้พยายามเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดจะดีกว่า เพื่อให้ผิวปราศจากความหมองคล้ำและไม่มีปัญหาผิวแห้งเสียจากแดดอีกนั่นเอง นอกจากนี้ การดูแลผิวตามคำแนะนำดังกล่าวไม่เพียงแค่จะต้องดูแลหลังเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น แต่หากสาวๆ ...

Read More »

ความผิดพลาดที่มาพร้อมการแต่งหน้า ..รู้แล้วรีบแก้มือด่วน!

เป็นเรื่องปกติไปซะแล้วสำหรับสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า ยิ่งหากเป็นมือใหม่และยิ่งต้องแต่งหน้าในช่วงเวลาเร่งรีบด้วยล่ะก็นะ ความผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นกับการแต่งหน้านั้นย่อมมีให้พบได้เรื่อยๆ แน่นอน เพราะฉะนั้น เรามาดูกันนะคะว่าความบกพร่องผิดพลาดจุดใดบ้างที่มักพบตอนแต่งหน้า และเราควรแก้ปัญหาหรือเตรียมรับมืออย่างไร วันนี้ Yinglek.com มีคำแนะนำมาให้สาวๆ ได้เตรียมรับมือไว้พร้อมกันแล้วค่ะ 1.ลิปสติกติดฟัน หากทาลิปสติกแล้วพบปัญหาติดฟัน ย่อมทำให้หมดความมั่นใจในการพูดคุยและฉีกยิ้มแน่นอน แนะนำให้นำทิชชูมาพันนิ้วชี้แล้วห่อปากค่ะ จากนั้นสอดนิ้วใส่ลงไปในช่องปากแล้วดึงนิ้วออกมา ทิชชูจะทำหน้าที่ดูดซับคราบลิปสติกส่วนเกินที่เยิ้มๆ นั่นออกมา แค่นี้ก็หมดปัญหาลิปสติกติดฟันอีกต่อไป 2.รองพื้นหนา การทารองพื้นในปริมาณที่มากเกินไปมักจะทำให้ยิ่งเกิดชั้นรองพื้นที่หนาและมีริ้วรอยแตกย่นได้ แต่คุณสาวๆ สามารถแก้ไขได้โดยการใช้ฟองน้ำที่ชื้นๆ มาเช็ดออกไป โดยพิถีพิถันบริเวณที่มีรอยย่นมากเป็นพิเศษ เสร็จแล้วให้เกลี่ยรองพื้นในส่วนที่เหลือด้วยฟองน้ำแห้งค่ะ นอกจากนี้ หากทาแป้งทับลงไปแล้วก็ให้นำน้ำมาฉีดลงบนผิวสักเล็กน้อยก่อนจะลงมือทำตามขั้นตอนเดียวกันดังกล่าว 3.พรมน้ำหอมมากเกินไป การฉีดน้ำหอมบนเรือนร่างบางจุด เราอาจจะไม่ได้เจตนาฉีดมากเกินไปหรอกจริงมั้ยคะ แต่ไม่ว่าจะเกิดเหตุใดให้พลั้งฉีดมากเกินไปจนกลิ่นฟุ้งแรง คุณสามารถใช้โลชั่นแบบไม่มีกลิ่นหอมมาทาลงบนจุดที่มีน้ำหอมในส่วนนั้นมากๆ หน่อย เพื่อช่วยลดเลือนกลิ่นให้จางลงจากนั้นเช็ดออกด้วยทิชชู สำหรับการฉีดน้ำหอมในครั้งหน้าควรฉีดก่อนสวมใส่เสื้อผ้าค่ะ โดยฉีดขึ้นในอากาศแล้วเดินผ่านละอองน้ำหอม น้ำหอมก็จะกระจายลงมาอาบชโลมลงบนลำตัวของเรา แถมยังอาบผิวกายทุกส่วนได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย ทว่าไม่ทำให้มีกลิ่นฉุนแรง แต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ บางเบาทุกส่วน แบบนี้จะทำให้คุณกลายเป็นสาวที่มีเสน่ห์ของกลิ่นกายที่หอมน่าหลงใหลมากกว่าการฉีดเฉพาะจุดเสียอีก 4.กรีดอายไลเนอร์ไม่เรียบสวย เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนล้วนเคยเจอด้วยกันแน่นอนสำหรับปัญหาการกรีดเส้นอายไลเนอร์ไม่เรียบตรงคมกริบ หลายครั้งที่มือสั่นและวาดเส้นออกนอกลู่นอกทางเกินไป ทำให้เกิดรอยหยักไม่ตรงเนี้ยบ วิธีแก้ไขหากเกิดข้อผิดพลาด คุณสามารถใช้คอตตอลบัตจุ่มอายเมกอัพรีมูฟเวอร์แล้วลบเส้นอย่างเบามือค่ะ และอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ หากคุณต้องการเขียนอายไลเนอร์แบบลิควิดล่ะก็ แนะนำให้ใช้ดินสอมาเขียนขอบตาก่อนจากนั้นจึงเขียนทับลงไปด้วยอายไลเนอร์แบบลิควิด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เส้นขอบตาของคุณคมกริบสวยดั่งใจเหมือนมืออาชีพมากขึ้นแล้วค่ะ และถ้าหากใครเป็นมือใหม่จริงๆ คุณสามารถใช้อายแชโดว์สีเดียวกันระบายทับลงบนเส้นอายไลเนอร์ที่มีปัญหาเพื่อช่วยกลบเกลื่อนอีกทีก็ได้ 5.ปัดมาสคาร่าแล้วเลอะเปลือกตา หากคุณปัดมาสคาร่าแล้วพบว่าเนื้อมาสคาร่านั้นเลอะเทอะเปลือกตา ไม่ควรใช้ปลายนิ้วหรือทิชชูเช็ดออกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เนื้อมาสคาร่ายิ่งกระจายเลอะไปยังส่วนต่างๆ มากขึ้น ให้แก้ไขโดยไม่ทำให้อายแชโดว์จางลงก็คือ นำก้อนสำลีชุบกับมอยส์เจอไรเซอร์เพียงเล็กน้อย แล้วนำมาเช็ดรอยมาสคาร่าที่เลอะนั้นอกไป เพียงเท่านี้ก็สามารถแต่งเติมด้วยอายแชโดว์ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องเริ่มต้นแต่งใหม่ทั้งหมดแล้วค่ะ ขณะเดียวกัน หากขอบตาล่างยังมีรอยเลอะของมาสคาร่าอยู่ก็ให้ใช้พู่กันอันเล็กมาแต้มรองพื้นนิดๆ จากนั้นป้ายทับลงบนรอยที่เปื้อนก็จะช่วยอำพรางส่วนที่เลอะเทอะให้จางลงอย่างเนียนสนิทได้แล้ว 6.ปัดบลัชออนเด่นชัดมากเกินไป หากสาวๆ มีปัญหาในการใช้บลัชออนชนิดฝุ่นแนะนำให้คุณใช้ก้อนสำลีปัดส่วนเกินนั้นออกไปก่อนค่ะ จากนั้นจึงใช้แปรงใหญ่ๆ จุ่มแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสงมาปัดทับลงไปอีกที แต่หากเป็นบลัชออนชนิดเนื้อครีมก็สามารถแก้ให้อ่อนลงได้ง่ายๆ เช่นกัน เพียงใช้ฟองน้ำชื้นๆ เช็ดออก สำหรับการปัดบลัชออนในคราวหน้า แนะนำให้ยืนข้างหน้าต่างตอนบลัชค่ะ เพราะแสงจากธรรมชาตินั้นจะช่วยสาดส่องทำให้คุณมองเห็นผิวหน้าและเนื้อบลัชที่ปัดแต้มลงไปได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเริ่มจากให้ค่อยๆ ปัดลงไปทีละน้อย จากนั้นจึงค่อยๆ ปัดเพิ่มและหากสีเริ่มชัดตามที่ต้องการแล้วก็หยุดปัดทันที เพียงเท่านี้ก็จะได้สีบลัชออนบนพวงแก้มสวยระเรื่อตามที่ต้องการแล้วล่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากทราบถึงการแต่งหน้าแต่งตัวที่มาพร้อมความผิดพลาดบกพร่องกันแล้ว จากนี้ก็อย่าลืมนำไปปรับปรุงแก้ไขกันล่ะ จะได้กลายเป็นสาวที่แต่งตัวเก่งแบบมืออาชีพมากขึ้น ที่มาของภาพ http://kaewsaiidea.com, http://www.mascaraplus.com, http://www.praew.com

Read More »

How to ง่ายๆ แต่งหน้าเผยผิวใส ไม่โบ๊ะกันเถอะ

การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้สาวๆ ของเราอย่างหนึ่ง แต่ก็คงมีบางอารมณ์ที่ผู้หญิงเราอยากจะเมคอัพแบบใสๆ เผยผิวเนียนแบบไม่ต้องจัดเต็มเป๊ะเว่อร์บ้างใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นใครที่อยากลองแต่งหน้าเบาๆ สำหรับวันหยุดหรือวันที่ต้องการลุคธรรมชาติสไตล์ No Make Up บ้างล่ะก็ วันนี้เรามี How To การแต่งหน้าเพื่อเผยผิวใส ไม่ต้องโบ๊ะมาฝากค่ะ Make Up No Make Up โชว์ผิวเปล่งประกายอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวโทรมด้วย 7 ขั้นตอน ง่ายๆ หลังจากล้างหน้าให้สะอาดและซับให้แห้งแล้ว ต้องทำการลงครีมบำรุงรวมถึงครีมกันแดดด้วยทุกครั้ง จากนั้นปล่อยให้ครีมซึมสู่ผิวให้เรียบร้อยก่อนขั้นตอนต่อไป สำหรับรองพื้นให้เลือกชนิดน้ำเพื่อความบางเบาไม่หนักผิว ส่วนสาวๆ คนไหนที่ผิวดีอยู่แล้วอาจเลือกเกลี่ยเฉพาะจุดโดยไม่ต้องทาทั้งหน้า ปล่อยให้รองพื้นเซ็ตตัว ใช้คอนซีลเลอร์สีเขียวหรือเหลืองปิดรอยคล้ำใต้ตาและรอยสิวที่เห็นได้ชัด เพื่อความกระจ่างใสขึ้นมาอีกระดับ เมื่อแต้มคอนซีลเลอร์แล้วเกลี่ยจนเนียนแล้วจึงลงแป้งฝุ่นทับอีกครั้งเพื่อความกระจ่างใสและช่วยให้ทั้งรองพื้นและคอนซีลเลอร์เซ็ตตัว เลือกใช้บลัชออนชนิดครีมสีอ่อน ปัดให้แก้มดูสุขภาพดี ดวงตาไม่ต้องแต่งมาก แต่หากใครไม่อยากปล่อยให้โล่งก็เลือกใช้อายแชโดว์สีเอิร์ธโทน สีเบจ หรือสีน้ำตาลอ่อนก็เพียงพอแล้ว ใช้ดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาลเข้มเนื้อนุ่มลากเส้นให้ชิดขอบตามากที่สุดเพื่อให้ดวงตาดูโดดเด่น ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกด้วยสีนู้ดในโทนที่เข้ากับผิวของแต่ละคน หรือหากกลัวทาลิปสีนู้ดแล้วจะดูป่วย ก็เลือกสีโทนกลางที่สามารถเข้ากันได้กับสีผิวสาวๆ ทุกคน นั่นคือสีชมพูอมส้มก็จะทำให้เรียวปากสวยอิ่มเอิบดูเป็นสาวสุขภาพดี เข้ากับผิวโกลว์ๆ ใสๆ ที่สุดเลยค่ะ ด้วยขั้นตอน Make Up 7 ขั้นง่ายๆ ที่เรานำมาฝากเป็นฮาวทูในวันนี้ สาวๆ ก็จะได้ลุคสวยใสโชว์ผิวแบบเป็นธรรมชาติแล้วล่ะค่ะ ที่มาของภาพ http://www.playbuzz.com/  

Read More »