Home / 2014 / November

Monthly Archives: November 2014

หนาวนี้สาวรักผิวห้ามพลาด 5 ไอเท็มประจำตัวที่ควรมีติดกระเป๋า

ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อน สาวๆ เราก็มักจะต้องพกพาครีมกันแดด ร่ม หมวกและแว่นตากันแดดไว้สวมปกป้องรังสี UV แน่นอน แต่สำหรับหนาวนี้ล่ะเราควรพกพาอะไรบ้างนะ วันนี้ Yinglek.com มาอัพเดทไอเท็มประจำกาย 5 อย่างที่สาวรักผิวไม่ควรพลาดมากที่สุด อยากรู้ว่าควรพกอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย.. 1.ลิปบาล์ม เพราะริมฝีปากของเราเมื่อปะทะกับลมหนาวสภาพความชุ่มชื้นก็จะค่อยๆ หายไป เหลือไว้เพียงร่องรอยความหยาบ แห้งกร้านและเริ่มปรากฏเป็นริ้วรอยแห้งแตกเป็นขุยในที่สุด ดังนั้น สิ่งที่สาวๆ ควรพกพาติดกระเป๋าไม่ให้ขาดก็คือ ลิปบาล์มนั่นเองค่ะ รู้สึกริมฝีปากแห้งกร้านเมื่อไรก็หยิบขึ้นมาทาได้เลยให้ชุ่มชื้น เมื่อเรียวปากเรานุ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะทาลิปสติกเฉดสีไหนก็ออกมาสวยสะพรึงโดนใจหนุ่มๆ ที่มองแน่นอน 2.น้ำเปล่าขวดเล็ก น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่งค่ะ เพราะมันจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นเพื่อชดเชยน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวที่ค่อยๆ ระเหยแห้งไปในระหว่างวัน อาจจะพกพาขวดเล็กๆ ไว้ก็ได้ค่ะ แล้วหมั่นหยิบมาจิบเป็นระยะเรื่อยๆ รับรองค่ะว่าเมื่อร่างกายของเราไม่ขาดน้ำ สุขภาพผม ผิวหน้า ผิวกาย มือและเล็บจะต้องคงความนุ่มชุ่มชื้นตลอดวันแน่นอน 3.เสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมแขนยาว นับเป็นไอเท็มสุดเด็ดชิ้นหลักสำคัญเลยก็ว่าได้ สำหรับเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมแขนยาวที่เนื้อผ้าไม่ต้องหนามากนัก เพราะหน้าหนาวบ้านเราไม่ได้หนาวจัดมากเหมือนเมืองนอกนั่นเอง ดังนั้น หาเสื้อคลุมแขนยาวเนื้อผ้ากำลังพอดี สีสันสดใสน่ารักไว้ติดตัวก็จะยิ่งช่วยอัพลุคคุณให้สวยและเก๋ แถมยังทำให้ร่างกายอบอุ่นตอนที่อากาศหนาวๆ มาเยือนได้ด้วย 4.ผ้าพันคอ อีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง อาจจะเหมาะสำหรับสาวขี้หนาวโดยเฉพาะ หากคุณนั่งทำงานในห้องแอร์ก็อาจจะสวมทั้งเสื้อคลุมแขนยาว หรือพันผ้าพันคอรูปแบบเก๋ต่างๆ ก็ได้ กลายเป็นเทรนด์การแต่งกายประจำตัวที่สะท้อนแฟชั่นฤดูหนาวได้เป็นอย่างดีค่ะ 5.โลชั่นทาผิว ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่านอกจากลิปบาล์มที่จะต้องพกไว้ทาริมฝีปากแล้ว สาวๆ ควรพกโลชั่นไว้ติดตัวด้วยนะคะ เพราะโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นนี่แหละจะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวแห้งเมื่อไรไม่ว่าจะแขน ขาหรือส่วนไหนก็ตาม ก็บีบโลชั่นทาลงไปได้เลยค่ะ แล้วความชุ่มชื้นก็จะยังคงอยู่กับผิวสวยของคุณตลอดฤดูหนาวชัวร์ อย่าปล่อยให้หน้าหนาวนี้ทำลายสุขภาพผิวคุณให้หมดไปเลยนะคะ หันมาใช้ไอเท็ม 5 ชิ้นสุดเด็ดเหล่านี้กันดีกว่า และต้องพกพาติดตัวไว้เสมอ รับรองคุณจะกลายเป็นสาวสวยมั่นทันสมัย สุขภาพดีทั้งกายและผิวอย่างไม่มีหวั่นลมหนาวตลอดฤดูแน่นอน ที่มาของภาพ – http://blousecardigan.com/ – http://www.kondoodee.com/ – http://www.beautyoops.com/ – http://www.vanneza.com/ – http://health.giggog.com/ – http://campus.sanook.com/ – http://moko-fashion.weloveshopping.com/

Read More »

วิธีเซ็ทผมสั้นให้สวยกิ๊บเก๋ในแบบคุณ

หลายคนอาจจะรู้สึกว่าผมสั้นจะจัดแต่งทรงค่อนข้างลำบากไม่เหมือนสาวๆ ที่ไว้ผมยาว แต่จริงๆ แล้วสาวผมสั้นก็สามารถแต่งทรงผมให้สวยกิ๊บเก๋กันได้ไม่ยากเช่นเดียวกันนะคะ และที่สำคัญอาจจะสวยและน่ารักไม่แพ้สาวผมยาวกันเลยทีเดียว ใครที่ไว้ผมสั้นอยากลองเปลี่ยนแปลงทรงผมกันบ้างลองมาดูวิธีเซทผมสั้นแบบสวยๆ ที่เรานำมาฝากกันดูนะคะ ชอบแบบไหนไปทดลองทำกันรับรองได้เลยว่าถึงเราจะผมสั้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงกันได้หลากหลายรูปแบบ 7 วันไม่ซ้ำกันก็ยังได้ ทำให้มองดูแล้วไม่น่าเบื่อ ใครสนใจมาดูแบบแรกกันเลยดีกว่า 1. ทำลอนผม สำหรับวิธีทำลอนผมด้วยตัวเองแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องง้อช่าง คุณสามารถทำได้ดังนี้เลยค่ะ หลังจากสระผมเช็ดผมให้แห้งหมาดๆ จากนั้นให้ใช้โรลม้วนผม โดยม้วนเฉพาะบริเวณปลายผมให้งุ้มเข้าด้านใน อยากได้ลอนเยอะๆ ก็ให้ม้วนโรคเป็นขั้นๆ ตามแนวผม หรือใครจะใช้เครื่องรีดผมกดทับให้เป็นลอนก็ได้เช่นเดียวกัน แค่นี้ก็เปลี่ยนทรงผมสั้นแบบธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสาวผมลอนกันแบบง่ายๆ กันได้แล้วค่ะ หรือถ้ายังอยากเพิ่มลูกเล่นกันอีกเล็กน้อยก็เพียงแค่หาที่คาดผมหรือกิ๊บติดผมแบบเก๋ๆ มาติดอีกสักหน่อย ทรงผมสั้นของคุณก็เปลี่ยนไปจากเดิมกันได้แล้วค่ะ ที่สำคัญทรงผมเป็นลอนคลื่นยังเหมาะกับสาวๆ ทุกรูปหน้ากันอีกด้วย 2. ทำเกลียวผม วิธีนี้ก็ง่ายมากค่ะ หลังสระผมให้แบ่งผมออกเป็นช่อๆ แล้วใช้นิ้วม้วนเป็นเกลียว จากนั้นอาจจะใช้กิ๊บหรือหนังยางรัดผมรัดที่บริเวณปลายผมแล้วบ่อยไว้จนแห้ง ถ้าไม่ทันใจใครจะใช้ไดร์เบาผมหรือพัดลมเบาเข้าช่วยเพื่อให้ผมแห้งเร็วขึ้นก็ได้นะคะ จากนั้นให้แกะเกลียวออก อาจจะใช้น้ำมันจัดแต่งทรงผมหรือเจลกันอีกเล็กน้อยเพื่อให้ผมอยู่ตัวยิ่งขึ้น แค่นี้คุณก็จะได้ผมเกลียวรูปแบบน่ารักๆ กันแล้ว 3. ทำปลายให้งอน เหมาะสำหรับสาวที่ชอบแต่งตัวสไตล์วินเทจทั้งหลาย เหมาะผมทรงนี้จะเหมือนกับสาวย้อนยุคแต่ก็เก๋ชวนมองได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณเป็นสาวเปรี้ยวผมทรงนี้ก็จะทำให้คุณโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น สำหรับวิธีในการทำเพียงแค่คุณใช้ที่รีดผมรีดให้ปลายผมกระดกงอนขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือใครจะเลือกใช้เป็นโรลม้วนให้กระดกขึ้นก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ แค่นี้ก็กิ๊บเก๋อย่าบอกใครกันแล้วค่ะ 4. เพิ่มวอลลุ่ม วิธีการเพิ่มวอลลุ่มให้ผมหรือความพองก็ไม่ยากเช่นเดียวกันนะคะ เพียงแค่ฉีดสเปรย์สำหรับจัดแต่งทรงผมที่บริเวณปลายผมจากนั้นให้หวีโรลอันใหญ่ๆ ม้วนให้พองใครจะเลือกพองทั้งศีรษะหรือเฉพาะบริเวณด้านหลัง หรือด้านข้างอย่างเดียวก็ได้นะคะ เพราะจะดูสวยกันไปคนละแบบ แต่ทรงนี้จะเหมาะสำหรับสาวรูปหน้าไข่และรูปหน้ายาว สำหรับสาวหน้ากลมห้ามทำทรงนี้อย่างเด็ดขาดนะคะ เพราะจะยิ่งทำให้หน้าของคุณดูกลมยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม 5. ใช้ตัวช่วย การเลือกใช้กิ๊บติดผม หรือที่คาดผมรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงโบว์ผูกผม มาเป็นตัวช่วยให้การแต่งผมให้กับสาวผมสั้นก็สามารถช่วยเปลี่ยนทรงผมสั้นแบบธรรมดาๆ ให้ดูดีขึ้นได้เช่นเดียวกันนะคะ หลายคนอาจจะคิดว่าโบว์หรือที่คาดผมเหมาะสำหรับสาวผมยาวเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสาวผมสั้นก็สามารถใช้ได้ ที่สำคัญยังติดได้สวยไม่แพ้สาวผมยาวกันเลยทีเดียว 6. เสยผมให้ตั้ง เหมาะสำหรับสาวทอมบอย หรือสาวเปรี้ยว วิธีนี้ก็ไม่ยากเช่นเดียวกันนะคะ เพียงแค่ใช้เจลทาบริเวณผมที่เราต้องการให้ตั้ง จากนั้นใช้หวีซี่ห่างๆ ปัดแต่งทรงผมให้เสยตั้งขึ้นอย่างที่เราต้องการ เป็นคล้ายทรงผมหนุ่มเกาหลีที่ค่อนข้างฮิตในบ้านเรากันเลยทีเดียว แต่อาจจะดูยุ่งเหยิงสักหน่อย ถ้าเป็นไปได้ควรทำเวลาไปเดินทางท่องเที่ยวหรือช้อปปิ้งจะดีกว่าทำไปเรียนหรือทำงานกันนะคะ 7. ถักเปียคาดผม ถ้าผมคุณไม่สั้นมากประมาณผมบ๊อบไม่ขนาดซอยสั้น คุณจะสามารถถักเปียที่บริเวณด้านหน้าได้ โดยถักให้เป็นในลักษณะที่คาดผมบริเวณด้านหน้า เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีสไตล์การแต่งตัวแบบหวานๆ ทำทรงนี้รับรองได้เลยว่าจะน่ารักและสวยหวานไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว 8. ใช้ผมปลอม เบื่อผมสั้นอยากผมยาวแบบรวดเร็วทันใจผมปลอมช่วยคุณได้ เพียงแค่นำมาติดไม่ว่าจะเป็นแบบผมยาวหรือหางม้า ก็เปลี่ยนคุณได้ภายในพริบตากันได้แล้วค่ะ ใครเบื่อๆ ลองหาผมปลอมแบบเก๋ๆ มาลองกันดูนะคะ ...

Read More »

คอลเลคชั่นเสื้อกันหนาวสวยๆ ต้อนรับฤดูหนาว

ช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นลงสาวๆ หลายคนก็จะเริ่มสนุกกับการแต่งตัวกันมากขึ้น เพราะในช่วงนี้เราจะสามารถแต่งตัวกันได้อย่างเต็มที่ซึ่งจะแตกต่างจากช่วงอากาศร้อนหรือในช่วงฤดูฝน และสำหรับคอลเลคชั่นเสื้อกันหนาวแบบสวยๆ ในปัจจุบันก็มีให้สามารถเลือกกันได้อย่างมากมายหลายแบบ แต่วันนี้ yinglek.com เรามีคอลเลคชั่นสวยๆ ที่คุณสามารถหยิบมาสวมใส่กันได้เกือบตลอดเพราะเป็นเสื้อกันหนาวที่ไม่เคยตกยุค ที่สำคัญยังสามารถเข้ากันได้ดีกับสาวๆ เกือบทุกรูปร่างกันอีกด้วยค่ะ มีอะไรกันบ้างนั่นใครสนใจตามมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ เสื้อกันหนาวไหมพรม เป็นเสื้อที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเสื้อผ้าเกือบทุกสไตล์ไม่ว่าจะเป็นกางเกงหรือกระโปรง และยังเหมาะกับสาวๆ เกือบทุกบุคลิก ที่สำคัญคุณยังสามารถนำมาสวมใส่กันได้เกือบทุกสถานที่ ไม่ว่าจะใส่ไปเรียน ใส่ไปทำงาน ไปท่องเที่ยวพักผ่อนก็ดูเข้ากันได้ดีกับทุกสถานการณ์ เพียงแค่เลือกให้มีรูปแบบและสีสันเหมาะกับโอกาสต่างๆ เท่านั้นเองค่ะ เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว เป็นเสื้อกันหนาวที่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวสไตล์เท่ๆ หรือสาวมั่น แต่สาวหวานก็สามารถนำมาประยุกต์สวมใส่ได้เช่นกันนะคะ และที่สำคัญเสื้อแจ็คเก็ตยังเหมาะกับอากาศในบ้านเราอย่างในตัวเมืองที่อากาศจะไม่ค่อยหนาวมากจนเกินไป แต่จะมีลมเย็นๆ นอกจากนี้ ถ้าเราเลือกแบบที่มีเนื้อผ้าไม่หนามากคุณยังสามารถนำมาสวมใส่ในช่วงฤดูอื่นอย่างเช่น ในฤดูฝนที่ในบางวันอากาศจะค่อนข้างเย็นกันได้อีกด้วยค่ะ เสื้อกันหนาวผ้ายีนส์ เป็นอีกคอลเลคชั่นหนึ่งของเสื้อกันหนาวที่สามารถนำมาสวมใส่กันได้เกือบทุกโอกาส หรือทุกยุคทุกสมัยกันเลยทีเดียว ใครที่รักเสื้อผ้ายีนส์คุณต้องห้ามพลาดเลือกมาสวมใส่กันไว้สักตัวนะคะ เพราะนอกจากจะใส่กันได้ตลอดแล้วเสื้อผ้ายีนส์ถ้าดูแลรักษาดีๆ ยังคงทนสามารถเก็บไว้สวมใส่กันได้นานหลายปีกันเลยทีเดียวค่ะ นอกจากเสื้อกันหนาวแบบสวยๆ กันแล้วก็อย่าลืมเลือกอุปกรณ์กันหนาวอย่างอื่นกันด้วยนะคะ เพื่อให้เสื้อกันหนาวที่เราสวมใส่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอย่างเช่น ผ้าพันคอ หมวก ถุงมือ หรือถุงเท้า เพราะนอกจากจะช่วยกันลมหนาวได้เป็นอย่างดียังทำให้เสื้อกันหนาวของสาวๆ ดูสวยทันสมัยขึ้นมาได้อีกมากทีเดียวค่ะ หน้าหนาวปีนี้ใครกำลังมองหาเสื้อกันหนาวกันอยู่อย่าลืมเลือกแบบที่เรานำมาแนะนำสวมใส่กันดูนะคะ รับรองได้เลยว่าสวยอินเทรนด์ไม่มีเอ้าท์กันอย่างแน่นอนค่ะ ที่มาของภาพ – www.tlcthai.com – www.dress24shop.com – www.fortefashionshop.net

Read More »

เคล็ดลับเด็ด! สวมใส่เสื้อกันหนาวให้สวยเฟอร์เฟคต์คุณเองก็ทำได้

ลมหนาวเริ่มพัดกันมาแล้ว ในช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เราต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กันได้แล้วนะคะ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและสามารถต่อสู้กับลมหนาวกันได้แบบสบายๆ แต่จะให้ดีก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับบุคลิกกันด้วยนะคะ เพื่อให้คุณสวยเฟอร์เฟคต์ไม่แพ้ใครกันเลยทีเดียว แต่จะเลือกอย่างไรกันดีล่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ 1. เลือกให้เหมาะกับรูปร่าง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวอวบ สาวร่างผอม หรือสาวที่มีรูปร่างดี ถ้าเลือกได้เหมาะกับบุคลิกกันแล้วล่ะก็รับรองได้เลยว่าคุณจะสวมใส่เสื้อกันหนาวได้สวยไม่แพ้กันเลยทีเดียวค่ะ อย่างเช่น – สาวรูปร่างอวบ สีที่เหมาะสำหรับคุณควรเป็นสีในโทนเข้มรวมไปถึงไม่ควรเลือกให้มีไซส์ใหญ่จนเกินไปและควรเป็นเสื้อที่มีการวาดส่วนโค้งส่วนเว้าตามช่วงเอวและสะโพกกันด้วย – สาวรูปร่างผอมบางให้เลือกสีโทนอ่อนๆ กันนะคะ แต่ถ้าคุณผอมบางมากก็ให้เลือกแบบที่มีระบายหรือลูกไม้ที่บริเวณตัวเสื้อกันด้วย ก็จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูสมส่วนยิ่งขึ้น – สาวรูปร่างดี คุณจะได้เปรียบเพราะสามารถเลือกสวมใส่กันได้ทุกแบบกันเลยทีเดียว 2. เลือกให้เหมาะกับสถานที่ อย่างเช่นถ้าต้องใส่ไปทำงานหรือใส่ไปเรียนถ้าจะให้ดีเราควรเลือกสีแบบสุภาพและรูปแบบเรียบร้อยจะช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูดีได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใส่ไปเที่ยวคุณก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการกันได้เลย แต่ถ้าจะให้เข้ากับบรรยากาศก็อย่าลืมเลือกแบบที่มีสีสันสดใสรับรองได้เลยว่าถ่ายรูปออกมาคุณจะดูโดดเด่นกว่าใครในภาพกันได้เลยทีเดียวค่ะ 3. เลือกไอเทมเพิ่มเติม นอกจากเสื้อกันหนาวแล้วถ้าจะให้สวยเฟอร์แฟคกันจริงๆ ก็อย่าลืมเลือกไอเทมเพิ่มเติมกันด้วยนะคะ อย่างเช่น หมวกไหมพรมเก๋ๆ ผ้าพันคอที่มีสีสันสดใส รวมไปถึงถุงมือหรือถุงเท้าก็มีส่วนในการช่วยเสริมให้เสื้อกันหนาวของเราดูสวยเริ่ดและหรูได้ไม่อยากกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ไอเทมต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้ให้เพียงแค่ความสวยเท่านั้น เพราะยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ หน้าหนาวมาเยือนกันแล้วสาวๆ อย่าลืมสวมใส่เสื้อกันหนาวให้สวยเฟอร์แฟคกันนะคะ ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ถูกลองเอาคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้ไปเป็นตัวช่วยในการเลือกเสื้อกันหนาวกันดู รับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถเลือกเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ได้สวยและถูกใจกันอย่างแน่นอนค่ะ ที่มาของภาพ – www.o2ashop.com – www.sesonshopping.com – www.aliexpress.com

Read More »

วิธีทาลิปสติกให้สวยเรียบเนียนในหน้าหนาว

หน้าหนาว.. ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่สาวๆ จะหันมาใส่ใจดูแลผิวพรรณส่วนอื่นแต่เพียงเท่านั้นนะคะ เพราะจุดเล็กๆ อย่างริมฝีปากก็ต้องให้การใส่ใจอย่างมากสุดๆ ไม่แพ้กัน เนื่องจากหน้าหนาวความหนาวเย็นของอากาศนี่แหละยิ่งจะทำลายความชุ่มชื้นใต้ผิวริมฝีปากให้ยิ่งแห้งกร้านและแตกลอกเป็นขุยมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาทาลิปสติกออกมาแล้วไม่สวยอย่างใจ วันนี้ Yinglek.com จึงไม่ขอรอช้า นำเอาวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ริมฝีปากของคุณสวยนุ่มชุ่มชื้นอยู่นานตลอดวันมากขึ้น ทั้งยังทำให้การทาลิปสติกออกมาติดทนนานและมีสีลิปที่เรียบเนียนสวยอย่างใจอีกด้วย ทำอย่างไรนั้น.. ต้องมาดูกันค่ะ สครับผิวริมฝีปากอยู่เสมอ ก่อนอื่นเราจะต้องใส่ใจเรื่องการหมั่นสครับผิวริมฝีปากกันเสมอค่ะ เพราะผิวริมฝีปากก็มีเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วรอลอกล่อนและแห้งแตกอย่างมากสุดๆ เป็นสองเท่า แต่มันไม่สามารถหลุดออกไปเองได้ง่ายหรอกนะคะ นอกจากเราจะสครับมันออกไปอีกที วิธีการก็ง่ายดายมากเพียงนำน้ำตาลทรายผสมกับปิโตรเลียมเจลหรือวาสลีนนั่นเองและผสมกับน้ำผึ้งอีกสักเล็กน้อย นำส่วนผสมมาสครับผิวริมฝีปากให้ทั่วค่ะ จากนั้นเช็ดออกเบาๆ ด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น แล้วทาลิปบาล์มเติมความชุ่มชื้นลงไปอีกที สามารถสครับผิวแบบนี้ได้บ่อยๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่รู้สึกว่าผิวริมฝีปากแห้งลอกเป็นขุย หรือก่อนนอนตอนที่เราแปรงฟันอาจจะแปรงเบาๆ ที่ริมฝีปากไปด้วยก็ได้ วิธีนี้ก็จะสามารถช่วยขจัดขุยที่ลอกให้หลุดออกง่ายดายยิ่งขึ้น ผิวริมฝีปากเราเวลาทาลิปก็จะเรียบเนียนสดใส ไร้รอยแห้งกร้านแล้วค่ะ ทาลิปสติกที่มีส่วนผสมจากวิตามินอี หน้าหนาวแบบนี้หากเป็นไปได้ อาจจะหลีกเลี่ยงลิปสติกเนื้อแมตต์ก็ได้ โดยเฉพาะสาวผิวแห้ง เพราะริมฝีปากจะยิ่งแห้งกร้านมากขึ้น แนะนำให้ใช้ลิปสติกที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวริมฝีปากของคุณเนียนนุ่มและอวบอิ่มเปล่งประกายแบบสาวสุขภาพดีมากขึ้น เติมความฉ่ำวาวและความชุ่มชื้นด้วยลิปกลอส หลังจากทาลิปสติกเสร็จเรียบร้อยแล้ว สาวๆ สามารถทาด้วยลิปกลอสใสๆ เพื่อช่วยเพิ่มความฉ่ำวาวอีกทีก็ได้นะคะ ส่วนใหญ่ลิปกลอสหากเลือกแบบมีคุณภาพหน่อยก็จะมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เรียวปากคุณได้เช่นกัน แล้วรับรองค่ะว่าริมฝีปากของคุณก็จะสวยอิ่มเอิบเปล่งปลั่งดุจสาวสุขภาพดี แบบไม่มีแห้งแตกลอกล่อนเป็นขุยแน่นอน หากสาวๆ ทำตามเราตามนี้ การทาลิปสติกทุกครั้งก็จะออกมาสวยนุ่มชุ่มชื้น หมดกังวลเรื่องผิวริมฝีปากแห้งลอกเป็นขุยแล้วค่ะ ที่มาของภาพ – http://www.suptarbeauty.com/ – http://vk.com

Read More »

4 เทคนิคแต่งหน้าอำพรางโหนกแก้มให้สวยกลมกลืมอย่างเป็นธรรมชาติ

เทคนิคแต่งหน้าต่างๆ มีให้เลือกใช้หลากหลายด้วยกัน และคนที่แต่งหน้าเป็นก็ย่อมมีไอเดียในการปรับลุคใบหน้าในส่วนที่เกินและขาดให้กลับมาบาลานซ์กันได้เสมอ งานนี้จะเห็นได้ว่าคนที่เมคอัพเก่งๆ สามารถแต่งหน้าให้ออกมาสวยราวเปลี่ยนเป็นคนละคนกันเลยทีเดียว นอกจากการแต่งหน้าอำพรางจุดด้อยและเผยจุดเด่นกันแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการแต่งหน้าช่วยอำพรางส่วนที่เกินให้แลดูลดลงไปได้ด้วย สำหรับส่วนเกินบนใบหน้าสาวๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือ โหนกแก้มที่มาเกินไปนั่นเอง สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าควรแต่งหน้ายังไงดีที่จะช่วยกลบเกลื่อนโหนกแก้มได้ลดลงสมดุลได้อย่างสวยเป็นธรรมชาติ Yinglek.com ก็มีเทคนิคสุดเทพมาช่วยเนรมิตใบหน้าคุณให้สวยมีเสน่ห์กลมกลืนกันได้อย่างลงตัวแล้วดังนี้ค่ะ เทคนิคการลงรองพื้น การลงรองพื้นนั้นจะต้องเน้นการไฮไลท์เพื่ออำพรางส่วนของโหนกแก้มที่เด่นชัดนั้นให้ลดน้อยลง เพียงใช้คอนซีลเลอร์สีอ่อนกว่าสีผิวจริงของคุณมาแต้มลงไปบริเวณหน้าผากและสันจมูกค่ะ จุดนี้จะทำให้ใบหน้าส่วนกลางแลดูสว่างชัดเจนมากขึ้น จากนั้นเฉดดิ้งด้วยคอนซีลเลอร์ที่มีสีเข้มมากกว่าสีผิวบริเวณของแนวขมับและใต้แนวของโหนกแก้ม เพื่อขับใบหน้าให้ได้รูปยิ่งขึ้น เสร็จแล้วจึงตบเบาๆ ด้วยแป้งเพื่อสร้างความเรียบเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เทคนิคการแต่งเติมคิ้วและตา สำหรับการแต่งหน้าในสาวๆ ที่มีปัญหาโหนกแก้มเยอะนั้น ให้แต่งทรงคิ้วโค้งที่เฉียงขึ้นและหักปลายลงมาเล็กน้อย เทคนิคนี้เองที่จะช่วยให้เหลี่ยมมุมของโหนกแก้มที่มีเยอะดูซอล์ฟลงได้ ในขณะที่การแต่งเติมดวงตาแนะนำให้แต่งแบบโดดเด่นเข้าไว้ค่ะ เพราะเมื่อดวงตาโดดเด่นก็จะสามารถดึงความน่าสนใจจากโหนกแก้มไปได้มากขึ้นนั่นเอง ขอแนะนำให้สาวๆ เลือกใช้อายแชโดว์สีเข้มกว่าสีบลัชออน จากนั้นก็กรีดอายไลน์เนอร์ให้สวยคมกริบตามด้วยการดัดขนตาและปัดมาสคาร่าต่อไป เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะได้ลุคของดวงตาและคิ้วที่สวยมีมิติน่าหลงใหล และช่วยดึงซีนจากพวงแก้มไปได้มากแล้วค่ะ เทคนิคการปัดแก้ม หลีกเลี่ยงการใช้บลัชออนประเภทที่มีชิมเมอร์หรือประกายกากเพชรเด็ดขาดนะคะ เพราะมันจะยิ่งช่วยสร้างความโดดเด่นให้โหนกแก้มของคุณโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยเลือกใช้บลัชออนสีอ่อนกว่าสีปากและสีเปลือกตาค่ะ แนะนำสีชมพูอ่อน สีส้มอ่อนและสีน้ำตาลอ่อน เป็นต้น เวลาปัดนั้นก็ให้เน้นปัดเป็นลักษณะวงกลมที่อยู่ในบริเวณช่วงข้างจมูกจากนั้นปัดเฉียงขึ้นเบาๆ ไปยังโหนกแก้ม เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วค่ะสำหรับขั้นตอนการปัดบลัชออนเพื่อลดโหนกแก้มให้น้อยลงมา เทคนิคการทาริมฝีปาก นอกจากคิ้วและดวงตาสวยๆ ที่คุณแต่งเติมเพื่อดึงดูดความน่าสนใจไปจากโหนกแก้มแล้วนั้น การแต่งเติมริมฝีปากด้วยดฉดีสดสวย เพื่อเพิ่มมิติโดดเด่นอย่างสีแดงหรือชมพูเข้มๆ ก็จะช่วยเรียกความสนใจออกจากโหนกแก้มได้เป็นอย่างดีเช่นกัน และอย่าลืมตบท้ายด้วยลิปกลอสเสียหน่อยนะคะ จะได้ยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เรียวปากน่าสนใจมากกว่าส่วนของพวงแก้มมากเป็นสองเท่านั่นเอง วิธีการแต่งหน้าเพื่ออำพรางโหนกแก้มดังกล่าว นอกจากทำให้ส่วนต่างๆ อย่างดวงตาและปากสวยมีเสน่ห์มากขึ้นแล้ว ลุคนี้ยังทำให้คุณได้ลุคเปรี้ยวแซ่บสวยสะพรึงทันทีที่มองอีกด้วย และยังทำให้แลดูเป็นสาวสุขภาพดีอีกด้วยนะคะ โดยเฉพาะการทาสีลิปสติกที่แต่งเติมด้วยประกายแวววาวจากลิปกลอส ง่ายดายแค่นี้.. ก็ไม่ต้องกังวลจนถึงขั้นไปทำศัลยกรรมแก้ไขส่วนเกินของใบหน้ากันแล้วล่ะสาวๆ ที่มาของภาพ – http://xn--b3c4ab0bzcaz.blogspot.com/ – http://www.oristelekom.web.tr/

Read More »

เปลี่ยนแก้มตอบให้สวยอิ่มเอิบ ทำง่าย..ด้วยเทคนิคการแต่งหน้า

หากสาวๆ ไม่มีพวงแก้มอิ่มเอิบเปล่งปลั่งล่ะก็ อาจจะทำให้เสน่ห์บนใบหน้าของคุณหมดไปอย่างประหลาดตา แต่รู้ไหมคะว่าการแต่งหน้านั้นสามารถช่วยปลุกความสมบูรณ์แบบของพวงแก้มที่ตอบให้กลับมาสวยเปล่งปลั่งแลดูมีน้ำมีนวลขึ้นได้ โดยทำตามเทคนิคการแต่งหน้าจาก yinglek.com แล้วคุณก็จะมีพวงแก้มอมชมพูสวยระเรื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน หากพร้อมแล้วเรามาดูกันเลยว่าเทคนิคการแต่งนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง เทคนิคการปัดพวงแก้มด้วยบลัชออน การแต่งพวงแก้มนั้นเป็นจุดหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะมันสามารถสร้างพวงแก้มให้ยิ่งอิ่มเอิบและตอบลงได้ทันตา ทั้งนี้ล้วนขึ้นอยู่ที่เทคนิคการแต่งของเราทั้งสิ้น แนะนำให้คุณใช้บลัชออนสีชมพู ชมพูอมส้มหรือแดงเชอร์รี่มาปัดลงไปบนแก้มให้เป็นลักษณะวงกลม เน้นส่วนของแก้มที่นูนออกมามากสุด และหากเลือกใช้บลัชออกประเภทที่มีประกายชิมเมอร์ได้ด้วยจะดีมาก เพราะหากมันกระทบกับแสงแล้ว ผิวพวงแก้มจะยิ่งเปล่งประกายสวยวิ๊ง แลดูมีพวงแก้วที่อิ่มเอิบขึ้นมาทันทีเลยทีเดียว และการแต่งด้วยเทคนิคแบบนี้จะทำให้คุณสาวๆ ที่แก้มตอบมีพวงแก้มที่สวยได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน และหลีกเลี่ยงการปัดบริเวณกรอบข้างของใบหน้านะคะ ไม่เช่นนั้น มันจะยิ่งทำให้พวงแก้มของคุณยิ่งตอบมากขึ้นนั่นเอง เทคนิคการทาอายแชโดว์เปลือกตา สำหรับการทาอายแชโดว์บนเปลือกตานั้น แนะนำให้ใช้สีของอายแชโดว์แบบอ่อนๆ ที่ผสมชิมเมอร์ก็พอค่ะ และไม่ต้องกรีดอายไลน์เนอร์แบบเข้มเกินไป การตกแต่งดวงตาโทนอ่อนโยนหวานๆ จะทำให้พวงแก้มของคุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้ ไม่เช่นนั้น หากคุณแต่งเติมดวงตาเข้มๆ ล่ะก็ดวงตาของคุณอาจจะแย่งซีนของพวงแก้มแทนไปหมดนั่นเอง การเลือกทาลิปสติกเพื่อขับใบหน้าให้ยิ่งอิ่มเอิบ เลือกทาลิปสติกสีอ่อนค่ะ อาจจะเป็นสีชมพูอ่อนหวานๆ จากนั้นทาทับด้วยลิปกลอสสีใสๆ ก็ได้ จะยิ่งช่วยขับใบหน้าของคุณให้เปล่งประกาย สะท้อนความเปล่งปลั่งแลดูอิ่มเอิบมากยิ่งขึ้นได้ ควรหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกเฉดสีเข้มอย่างสีน้ำตาลหรือสีแดงเลือดนกเข้มๆ ค่ะ เพราะมันจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูตอบและโทรมมากขึ้นได้ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับวิธีแต่งหน้าเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบให้ใบหน้าของคุณแลดูมีเสน่ห์ของพวงแก้มที่สวยอิ่มเอิบและเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น ทำได้ตามนี้.. ใบหน้าสวยๆ ที่แลดูมีน้ำมีนวลและไม่โทรมก็กลายเป็นของคุณภายในพริบตาแล้วค่ะ ที่มาของภาพ  http://www.igetugot.com/

Read More »

8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาล

หน้าหนาว.. เป็นช่วงที่ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาพร้อมความเย็นของสภาพอากาศจึงทำให้ผิวสาวเราแห้งกร้านได้ง่าย ในวันนี้เราก็มี 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลมาฝากสาวๆ ทุกคนกัน เพราะผิวพรรณของผู้หญิงเราเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ ไม่เช่นนั้น ความแห้งกร้านอาจทำลายผิวให้โรยราและมีริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้ เรามาดูไปพร้อมกันเลยนะคะว่า 8 วิธีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง 1.ปรับอุณหภูมิน้ำที่อาบไม่ให้ร้อนเกินไป ควรเลือกอาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาจะดีที่สุด แต่เพราะหน้าหนาวอาจจะทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นและเสี่ยงป่วยได้ง่ายก็อาจจะหันมาปรับอุณหภูมิของน้ำไม่ให้ร้อนเกินไปก็ได้ค่ะ โดยอาบเพียง 15 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นแล้วก็ชโลมผิวด้วยเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะพร้าวสักหน่อย แค่นี้ก็จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิวชั้นลึกสุดได้เป็นอย่างดีแล้วค่ะ 2.หลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อย เพราะการสครับผิวจะทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วหลุดออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่าก็จะขึ้นมาทดแทน เพราะฉะนั้น ให้สาวๆ สครับผิวกันบ้างสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ สำหรับหน้าหนาวนี้ เพราะหากสครับบ่อยมากเกินไปผสานกับความหนาวเย็นของอากาศแล้ว อาจจะยิ่งกลายเป็นการทำร้ายผิวให้แห้งตึงยิ่งขึ้นได้และยังทำให้เกิดอาการแสบคันยุบยิบง่ายอีกด้วย 3.ทาโลชั่นและครีมบำรุงทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วให้รีบทาครีมบำรุงผิวและโลชั่นที่มีส่วนผสมจากวิตามินอีสูงทันที หรือชนิดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นนั่นเองค่ะ เพื่อให้ผิวได้รีบเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้นานๆ ต่อไป 4.มาส์กหน้าจากวัตถุดิบธรรมชาติบ้าง หันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างแตงกวา กล้วย มะละกอ แตงโม มะเขือเทศและน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้าบำรุงผิวกันบ้างก็ดีค่ะ ในวันหยุดว่างๆ ลองมาส์กจากผักผลไม้เหล่านี้ มันจะช่วยเติมเต็มสารอาหารจากธรรมชาติลงไปบำรุงเซลล์ผิวชั้นในสุดโดยตรง คุณจะพบกับผิวหน้าที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสสุดๆ เลยทีเดียว 5.ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากทาด้วยโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวแล้ว คิดว่ายังไม่เพียงพอแน่นอนหรอกนะคะ เพราะหากคุณปรารถนาการมีผิวขาวกระจ่างใส ไร้ความหมองคล้ำทำลายก็ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าปกป้องเพียงพอ อาจจะเลือกใช้ค่า SPF 15-30 ค่ะ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของคุณสาวๆ ได้เลย แม้แต่อยู่ในบ้านก็ต้องหมั่นทาเป็นประจำนะคะ ไม่เช่นนั้นแล้ว สภาพผิวก็ย่อมโรยราและหมองคล้ำง่าย นำมาสู่การมีผิวแห้งกร้านมากขึ้นได้ด้วยค่ะ 6.พกพาโลชั่นติดตัวไว้ทาอยู่เสมอ ใช่ว่าเราจะต้องทาโลชั่นแค่หลังอาบน้ำแต่เพียงเท่านั้นซะเมื่อไรล่ะคะ เพราะตลอดวันผิวเราย่อมเผชิญกับความแห้งกร้านและแตกลอกเป็นขุยให้คันยิบๆ ได้เสมอ ยิ่งหากคุณนั่งทำงานในห้องแอร์ด้วยแล้ว แนะนำให้ยิ่งพกพาโลชั่นติดกระเป๋าไปด้วยเลยค่ะ เมื่อพบว่าผิวเริ่มแห้งแล้วไม่ว่าจะเป็นมือหรือส่วนต่างๆ ที่แห้งง่ายอย่างแขนและขาก็สามารถหยิบโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นมาทาได้เลยบ่อยๆ ตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นผิวเอาไว้ได้อีกระดับอย่างนานเท่านานมากขึ้นแล้วค่ะ 7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำจะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอิบให้แก่เซลล์ผิวเป็นการเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิวตั้งแต่ภายใน ทำให้ผิวชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์เปล่งปลั่งมากขึ้นได้ นอกจากนี้ อย่าลืมหันมากินผักผลไม้เพื่อบำรุงวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระพร้อมกันมากๆ เข้าไว้ค่ะ สารดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยและป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมโทรมอีกด้วย 8.นอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมง การนอนพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงนี่แหละเป็นดั่งการดูแลผิวในแบบง่ายมาก โดยควรนอนตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม ไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่มเป็นต้นไปนะคะ ยิ่งเราเข้านอนเร็วมากเท่าไร ผิวก็จะยิ่งอ่อนเยาว์มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ เซลล์ผิวภายในยังซ่อมแซมตัวเองไม่ให้สึกหรออีกด้วย ง่ายดายเท่านี้หวังว่าสาวๆ ชาว yinglek.com จะนำทั้ง 8 วิธีดูแลผิวหน้าหนาวให้คงความชุ่มชื้นตลอดฤดูกาลไปใช้กันทุกวันนะคะ ...

Read More »

7 เทคนิคแต่งหน้าสาววัยเลข 4 ที่จะเปลี่ยนคุณให้ดูดีไม่แพ้สาววัยต้น

ผู้หญิงเราเมื่ออายุมากขึ้น ยิ่งต้องใส่ใจดูแลตัวเองและผิวพรรณตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยเฉพาะกับผิวหน้าซึ่งเป็นส่วนบอบบางและมีริ้วรอยง่ายมากที่สุด ยิ่งควรจะต้องให้การบำรุงดูแลพร้อมกับใส่ใจการแต่งหน้าให้เหมาะสมกับวัย สำหรับสาววัยแรกรุ่น 20 ต้นๆ อาจจะไม่ค่อยอะไรมาก แต่หากคุณเป็นสาววัยเลข 4 ล่ะก็ มองข้ามจุดนี้กันไม่ได้แล้วนะคะ เห็นที.. สาววัยเลข 4 ทั้งหลายคงต้องมาดูซะแล้วล่ะว่าการแต่งหน้าให้เหมาะสมกับวัยคุณนั้นต้องเลือกแต่งอย่างไร เพื่อให้ออกมาสวยสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด 1.เลือกใช้รองพื้นที่โทนสีอุ่น เนื่องจากช่วงวัยที่อายุมากขึ้น สภาพความเปล่งปลั่งของผิวแบบสาวๆ นั้นย่อมลดน้อยลงไปตามคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพเรื่อยๆ อีกทั้งอนุมูลอิสระยังทำลายผิวให้หมองคล้ำและมีริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้น แนะนำให้คุณเลือกใช้รองพื้นเฉดสีเหลืองซึ่งเป็นโทนสีอ่อนแบบอุ่นๆ จะดีกว่า เพราะทาไปแล้วมันช่วยจะปกปิดตำหนิและริ้วรอยได้อย่างเรียบเนียนสนิท และควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ด้วยจะดีมากเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าไปพร้อมกันนั่นเอง 2.เขียนคิ้วให้ได้รูปสวย แม้ว่าที่ผ่านมาอาจมีบ้างที่คุณมักชอบถอนขนคิ้วมากกว่าที่จะกันออก และการถอนก็ย่อมทำให้ขนบางเส้นขึ้นช้าจนสภาพคิ้วแลดูหร็อมแหร็มไม่สวย ถ้าเช่นนั้น ให้คุณเลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วมาวาดโครงคิ้วให้ได้รูปก่อนจากนั้นเติมลงด้วยที่เขียนคิ้วแบบเนื้อฝุ่นลงไปตามโครงที่วาด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปคิ้วที่สวยคมกริบและมีเสน่ห์กลมกลืมอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้วค่ะ 3.เลือกปัดบลัชออนให้สวย สมัยสาวๆ พวงแก้มของคุณอาจจะสวยเปล่งประกายอมชมพูแบบมีเลือดฝาดในตัวอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความโรยราของผิวซึ่งมาพร้อมความหมองคล้ำย่อมทำลายพวงแก้มอันงดงามวันวานให้หมดไป แนะนำให้หันมาเลือกใช้บลัชออนที่เหมาะสมกันดีกว่า โดยเลือกใช้สีโทนอุ่นอย่างเช่น สีชมพูตุ่นๆ หรือสีพีชนั่นเอง แล้วนำมาปัดจุดบนสุดของโหนกแก้มแทนที่จะปัดแบบแอปเปิ้ลชีคสไตล์เดิม เพียงเท่านี้ สาวๆ ก็จะมีใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์น่าสะกดตามองอย่างหลงใหลสมกับสาววัยเลข 4 กันแล้วค่ะ 4.เพิ่มความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอส ริมฝีปากของสาววัยเลข 4 อาจจะมีสภาพแห้งดำหยาบกร้านตามช่วงอายุที่มากขึ้น นั่นถือเป็นเรื่องธรรมดา แนะนำให้หมั่นสครับผิวริมฝีปากบ้างและทาลิปบาล์มบำรุงอยู่เสมอ พร้อมกันนี้ หลังจากที่ทาลิปสติกสีที่ต้องการลงไปแล้วอย่าลืมตบท้ายด้วยลิปกลอสใสเพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวให้ริมฝีปากแลดูชุ่มชื้นยิ่งขึ้น 5.ปัดมาสคาร่าเพียงบางเบา ขนตาคือ เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างที่สาวๆ ทุกวัยไม่ควรมองข้าม แม้คุณจะเป็นสาววัยเลข 4 ก็ไม่ได้มีข้อต้องห้ามว่าไม่ควรปัดมาสคาร่า แต่แนะนำให้ปัดแค่บางเบาพอค่ะ ปัดบางๆ ไม่หนาจนเกินไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณมีลุคดวงตากลมโตที่สวยสดใสเป็นธรรมชาติได้แล้ว 6.ทาด้วยอายไพร์เมอร์ทุกครั้ง เปลือกตาของคุณสาวๆ วัยเลข 4 มักจะเกิดริ้วรอยขึ้นได้ง่าย ดังนั้น เพื่อเพิ่มมิติที่สดใสเรียบเนียนให้แก่ดวงตา ก่อนที่จะอายแชโดว์แนะนำให้คุณทาอายไพร์เมอร์ที่เปลือกตาเสียก่อน จากนั้นจึงทาอายแชโดว์สีที่ต้องการเพียงเท่านี้ก็จะทำให้อายแชโดว์ติดทนยาวนานมากขึ้นแล้วค่ะ 7.ปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่น เพิ่มความเนียนเรียบและความสดใสให้ผิวหน้ามากยิ่งขึ้นด้วยการปัดปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่นเนื้อโปร่งแสง โดยปัดเน้นบริเวณจมูก หน้าผากและคาง เลี่ยงการปัดตรงแก้มและบริเวณใต้ตา เพราะจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อแป้งเข้าไปสะสมบริเวณดังกล่าวจะเกิดเป็นริ้วรอยขาวๆ อย่างเด่นชัดนั่นเองค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับเคล็ดลับการแต่งหน้าให้สวยสมวัยของสาววัยเลข 4 แม้ว่าคุณจะมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ใช่ว่าความแก่จะทำลายความงามในตัวคุณได้ เพราะเพียงแค่รู้จักเลือกใช้เครื่องสำอางและแต่งหน้าอย่างมีเทคนิคด้วยคำแนะนำดังกล่าว คุณก็จะมีเสน่ห์ความสวยไม่แพ้สาววัยต้นๆ กันแล้วค่ะ ที่มาของภาพ – http://iam.hunsa.com/ – http://www.morning-routine-shop.com/ – http://women.kapook.com/ – http://www.kondoodee.com/

Read More »

เคล็ดลับความงามจากมันฝรั่งที่ผู้หญิงทำตามแล้วสวยปิ๊ง!

ผู้หญิงคนไหนที่กำลังมีปัญหาความงามตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพผมที่แห้งหยาบกร้าน ไม่นุ่มสลวย ผิวพรรณก็ไม่เปล่งปลั่งสดใส ริ้วรอยรอบดวงตาก็มาเยือนได้ทุกวันอีก ปัญหาเหล่านี้ล้วนทำให้สาวๆ เราเป็นกังวลกันได้เสมอ เพราะฉะนั้น เรามามองหาตัวช่วยดีๆ จากธรรมชาติรอบตัวกันบ้างดีไหม โดยสูตรลับความงามที่เรานำมาเผยกันในวันนี้ก็คือ เคล็ดลับความงามจากมันฝรั่งนั่นเอง มันฝรั่งเป็นพืชประเภทที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงมาก และมีประโยชน์กับร่างกายอย่างน่าทึ่ง นอกจากผลดีต่อสุขภาพสาวๆ แล้วยังมีดีต่อการนำมาปรนนิบัติความงามให้สวยปิ๊งไปตามๆ กันอีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่ารอช้าตาม yinglek.com มาดูกันดีกว่าว่าสูตรความงามจากมันฝรั่งนั้นมีอะไรบ้าง ลดเลือนรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาที่อ่อนล้าซึ่งเกิดจากการนอนดึกเป็นประจำ ย่อมมาพร้อมริ้วรอยและความหมองคล้ำแบบตาหมีแพนด้า แต่วิธีการแก้ง่ายมากเพียงใช้สำลีแผ่นมาชุบน้ำมันฝรั่งให้ชุ่มแล้วนำมาวางบนเปลือกตาทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด แนะนำให้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำมันฝรั่งจะช่วยเยียวยาความหมองคล้ำและคืนสภาพผิวรอบดวงตาที่อิดโรยให้กลับมาชุ่มชื้น สดใสได้ค่ะ ลดเลือนรอยสิว หลังจากสิวหายไปแล้ว มันมักจะทิ้งรอยสิวดำๆ เอาไว้เสมอ ให้สาวๆ นำมันฝรั่งมาบดให้ละเอียดแล้วพอกหน้าหรือใช้น้ำมันฝรั่งมาทาผิวหน้าแล้วปล่อยไว้ 15 นาทีก็ได้ จากนั้นล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำก็จะช่วยลดเลือนรอยสิวและช่วยเผยผิวหน้าที่กระจ่างใสมากขึ้น ลดเลือนและต่อต้านริ้วรอย ริ้วรอยเป็นตัวการทำลายผิวสาวที่อ่อนเยาว์ให้แก่ลงโดยเร็ว สาวคนไหนไม่อยากแก่ให้นำน้ำมันฝรั่งมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติแล้วพอกหน้า หรือผสมกับน้ำมันมะกอกหรือโคลนสำหรับพอกหน้าก็ได้เช่นเดียวกัน จากนั้นนวดคลึงผิวไปด้วยทำเป็นประจำเหมือนสูตรพอกหน้าทั่วไป ก็จะช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้แล้วค่ะ ลดเลือนรอยหมองคล้ำใต้วงแขน ผิวใต้วงแขนที่หมองคล้ำหรือมีรอยดำๆ ให้คุณใช้น้ำมันฝรั่งนี่แหละมาผสมกับน้ำมะนาวและน้ำผึ้งสักอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วนำสำลีแผ่นมาชุบแล้วทาใต้วงแขนเอาไว้ 1 ชั่วโมงแล้วล้างน้ำให้สะอาดค่ะ ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยแก้ปัญหาผิวใต้วงแขนดำคล้ำให้ขาวเนียนใสขึ้นได้แน่นอน เยียวยาผิวไหม้จากแดด ผิวพรรณสาวๆ ที่ตากแดดมาจนแสบร้อนสามารถเยียวยาด้วยน้ำมันฝรั่งได้เช่นเดียวกันนะคะ โดยนำน้ำมันฝรั่งมาแช่เย็นให้จัดจากนั้นนำมาทาลงบนผิวที่แสบร้อนจากแดดมา ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทาด้วยโลชั่นที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นบำรุงเยอะๆ เท่านี้ก็จะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสุขภาพดีได้อย่างใจอีกครั้งแล้วค่ะ แก้ปัญหาผมแห้งเสีย สำหรับสาวคนไหนที่เผชิญกับปัญหาผมแห้งเสียอยู่ล่ะก็ น้ำมันฝรั่งสามารถช่วยฟื้นบำรุงสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมานุ่มสลวยและมีน้ำหนักเงางามอีกครั้งได้ค่ะ เพียงนำน้ำมันฝรั่งมาผสมกับว่านหางจระเข้จากนั้นนำมาหมักผมไว้ 30 นาทีจึงล้างออกให้สะอาดและสระผมตามปกติ ในน้ำมันฝรั่งนั้นจะเปี่ยมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ บี ซี โปรตีน ฟอสฟอรัสและสารอาหารต่างๆ อีกหลายชนิด โดยสารดังกล่าวจะเข้าไปซ่อมแซมและบำรุงผมให้นุ่มสวยอีกครั้งได้อย่างแน่นอน แก้ปัญหาผมหงอก เมื่ออายุมากขึ้น ไม่เพียงแค่เซลล์ผิวเท่านั้นที่จะโรยรา แต่เส้นผมจากที่ดำเงางามก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นผมขาวหรือผมหงอกได้ง่ายดายเช่นกัน วิธีแก้นั้นง่ายมากค่ะ เพียงนำเปลือกของมันฝรั่งมาต้มให้สุกจากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาไว้สำหรับล้างผม ซึ่งไว้ล้างเป็นน้ำสุดท้ายขณะที่เราสระผมเสร็จแล้วนั่นเอง ทำทุกครั้งหลังสระ สุขภาพผมจะดีขึ้นและช่วยลดปัญหาผมหงอกลงได้มากขึ้นแน่นอน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะหาสูตรลับความงามจากไหนมาปรนนิบัติดูแลตัวเอง อย่าลืมสูตรจากมันฝรั่งล่ะแล้วคุณจะพบว่าเป็นสูตรที่ง่ายแสนง่ายแต่ได้คุณประโยชน์หลายประการดีทีเดียว ที่มาของภาพ – http://www.smallhouse.co.th/ – ...

Read More »