Home / 2014 / September

Monthly Archives: September 2014

เทคนิคแต่งเติมดวงตากลมโตให้สดใสสวยปิ๊ง

ผู้หญิงกับการแต่งหน้าเป็นสิ่งที่มาคู่กันอยู่แล้ว และการแต่งเติมดวงตาให้สวยเป๊ะก่อนอื่นใดนั้น ย่อมทำให้ใบหน้าสาวๆ สวยไม่แพ้การแต่งเติมสีสันในตำแหน่งอื่นกันเลยทีเดียว นอกเหนือจากริมฝีปากที่จะต้องมีลิปสติกสีสันสวยๆ ทากันแล้ว วันนี้เรามาดูเทคนิคการแต่งดวงตาให้กลมสวยแบ๊วๆ ด้วยหลากหลายเทคนิคที่เรานำมาฝากกันดีมั้ยคะ ว่าแต่ yinglek.com จะนำเทคนิคไหนมาชวนสาวๆ แต่งกันบ้างล่ะ รีบตามมาดูกันเลยจ้า เลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่เหมาะกับคุณ การแต่งหน้าให้ออกมาสวยปิ๊งนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องของดวงตาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่เราจะต้องให้การใส่ใจ โดยจะต้องคำนึงถึงผิวรอบดวงตาที่สดใส ไร้ความหมองคล้ำเสียก่อน ดังนั้น เราจะต้องแต่งเติมรอบดวงตาให้เนียนกระจ่างใส และคอนซีลเลอร์ก็สามารถปกปิดรอบดวงตาดำคล้ำได้แนบสนิทราวกับเสกสวยได้ในพริบตากันเลยทีเดียว การใช้คอนซีลเลอร์เป็นตัวช่วยนั้นง่ายมากค่ะ เพียงคุณเลือกสีของคอนซีลเลอร์ที่เหมาะสมกับสีผิวของคุณก่อนอันดับแรก โดยเลือกประเภทที่มีสีผิวสว่างกว่าสีผิวจริง 1 เฉดสี เท่านี้ก็ทำให้การปกปิดรอยดำคล้ำของดวงตาเนียนใสขึ้นมาได้แล้ว เขียนอายไลน์เนอร์เส้นเล็ก สาวๆ หลายคนที่ปรารถนาการมีดวงตากลมโตสวยนั้น มักเลือกที่จะเขียนอายไลน์เนอร์เส้นใหญ่กันจริงมั้ยคะ แต่หารู้ไม่ว่ามันอาจไม่ได้ทำให้ดวงตากลมโตสวยเท่าการเขียนอายไลน์เนอร์เส้นเล็กก็เป็นได้ ดังนั้น ลองหันมาเขียนอายไลน์เนอร์เส้นเล็กกันดูบ้างแล้วตวัดปลายหางของเส้นอายไลน์เนอร์ที่เขียนออกไปจากหางตาเบาๆ เพื่อช่วยดึงปลายหางตาให้ขยายออกมา เท่านี้ก็จะได้ลุคดวงตากลมโตได้สวยสดใสอีกแบบหนึ่งแล้ว แต่งดวงตาให้กลมโตด้วยอายแชโดว์ อายแชโดว์เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ทุกคนไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพื่อให้ดวงตากลมสวยอย่างเป็นธรรมชาติ แนะนำให้ใช้อายแชโดว์โทนสีเงิน สีม่วงลาเวนเดอร์ สีชมพูหรือสีฟ้าน้ำทะเล โดยใช้สีเข้มในโทนเดียวกันนั้นมาคัดเบ้าตาค่ะ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อีกหนึ่งลุคอันสวยโดดเด่นสะกดตามาแต่ไกลได้แล้ว คัดเบ้าตาให้โดดเด่นชัดเจน การคัดเบ้าตาเป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการแต่งเสริมเติมดวงตาให้สวยมากขึ้น เทคนิคง่ายๆ เพียงคุณใช้แปรงแตะที่สีเข้มของอายแชโดว์เนื้อแมตต์ จากนั้นนำมาระบายให้เป็นโค้งบริเวณกึ่งกลางเปลือกตาไล่ออกไปยังปลายหางตาค่ะ ระบายต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้สีเข้มและอ่อนไล่ระดับเนียนสวยเข้ากัน ง่ายดายเท่านี้ดวงตากลมโตของคุณก็มีมิติสวยปิ๊งกันแล้ว เขียนขอบตาล่างเพื่อให้ดวงตาแลดูโตขึ้น การเขียนขอบตาล่างอย่างมีเทคนิคก็ช่วยเนรมิตดวงตากลมโตสวยได้รูปชัดเจนให้แก่คุณได้นะคะ เพียงใช้ดินสอเขียนขอบตามาเริ่มต้นเขียนตั้งแต่กลางขอบตาล่าง โดยลากเป็นเส้นเล็กๆ ยาวไล่ออกไปยังปลายหางตาจากนั้นเขียนเส้นซ้ำโดยเน้นย้ำให้บริเวณปลายหางตามีเส้นหนาค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ปลายหางตาคมสวยและขับดวงตาให้ออกมากลมแบ๊วตามที่ต้องการกันได้แล้ว แต่อย่าไปเผลอเขียนให้เป็นเส้นหนาบริเวณกลางขอบตาล่างเด็ดขาดนะเออ ไม่งั้นสาวๆ อาจจะมีดวงตาดำเป็นหมีแพนด้าแทนจนออกมาตลกก็เป็นได้ ควรดัดขนตาก่อนเสมอ ในการแต่งเติมดวงตาให้สวย สาวๆ หลายคนมักเลือกที่จะปัดมาสคาร่าด้วยกันอยู่แล้ว แต่ห้ามพลาดขั้นตอนสำคัญนี้เด็ดขาด นั่นก็คือ การดัดขนตาให้ออกมาสวยงอนงามก่อนทุกครั้งนั่นเองค่ะ เพราะนี่คือ ปราการด่านแรกสู่การช่วยเนรมิตดวงตากลมโตสดใสได้ หากคุณไม่ดัดขนตาก่อนก็ยากอย่างยิ่งที่การปัดมาสคาร่าจะทำให้ขนตาออกมางอนเด้งดั่งใจได้ ควรเลือกใช้มาสคาร่าให้เหมาะสม หลังจากเสร็จสิ้นการดัดขนตาไปแล้วเรียบร้อย สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ การปัดมาสคาร่าค่ะ และเพื่อไม่ให้เนื้อมาสคาร่าไปกองรวมตัวกันเป็นกระจุกหนาบนแพขนตาของคุณ ควรเลือกใช้มาสคาร่าชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความงอนยาวให้แก่ขนตาได้ ชนิดที่เพียงปัดง่ายๆ เบาๆ 3-4 ครั้งได้ตลอดวันก็เอาอยู่แล้ว วิธีการปัดนั้นให้สาวๆ เริ่มปัดจากโคนขนตาโดยปัดแนวซิกแซกขึ้นไปค่ะ แล้วปัดซ้ำกันอีกครั้งคุณก็จะมีขนตางอนยาวและสวยเด้งชนิดที่มองสบตาแล้วเป็นอันต้องเผลอหลงใหลมนต์เสน่ห์แห่งดวงตากลมสวยของคุณกันเลยทีเดียว ที่สำคัญอย่าลืมเลือกประเภทที่กันน้ำได้ด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้น อากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจจะทำให้ดวงตาเยิ้มเป็นสีดำจนเหนียวเหนอะหนะแทนก็เป็นได้ เขียนขอบตาด้านในด้วยสีโทนสว่าง การเขียนขอบตานี่แหละอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้ดวงตากลมโตแบ๊วสวยปิ๊งได้ เพียงคุณหันมาลองใช้ดินสอเขียนขอบตาด้านในด้วยโทนสีสว่างอย่างเช่น สีขาวหรือสีพีชมาเขียนขอบตาด้านในแทนสีเดิมๆ ก็จะช่วยขับดวงตาให้มีประกายสวยน่าดึงดูดมากขึ้นทีเดียว เติมไฮไลท์เพื่อเพิ่มความโดดเด่น คุณรู้ไหมว่าการใช้อายแชโดว์ประกายเนื้อมุกหรือนำไฮไลท์สีโทนสว่างสำหรับใช้แต่งรูปหน้าให้ผุดผ่องขึ้นนั้น ยังสามารถนำมาทาตรงบริเวณกลางเปลือกตา หัวตาและใต้โหนกคิ้วตาได้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ดวงตาสวยและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสาวๆ มีผิวออกทางอมชมพูแนะนำให้เลือกใช้ไฮไลท์หรืออายแชโดว์โทนสีชมพูๆ ...

Read More »

6 วิธีรักษาสิวหัวดำได้อยู่หมัด

สิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมักจะนำความกังวลใจมาให้สาวๆ ได้ไม่เว้นแต่ละวัน ส่องกระจกทีไรก็ยิ่งหมดความมั่นใจไปเสียทุกที ยิ่งแต่งหน้าปกปิดก็จะยิ่งเห่อลุกลามหนักอีก นอกจากสิวหัวขาวแล้ว เรายังมีสิวหัวดำที่ชอบฝังตัวตามรูขุมขนบ่อยๆ อีกด้วย เห็นทีงานนี้สาวๆ ชาว yinglek.com ทั้งหลายจะอยู่นิ่งเฉยกันไม่ได้แล้วล่ะจริงมั้ยคะ หากคุณยังไม่รู้ว่าจะหาวิธีการใดมากำราบสิวหัวดำให้หมดไป วันนี้เราทำตาม 6 วิธีรักษาสิวหัวดำได้อยู่หมัดไปพร้อมกันดีกว่า แล้วคุณจะพบว่าการรักษาสิวหัวดำนั้นจะไม่ใช่เรื่องทำยากอีกต่อไปแน่นอน มาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง 1.อบไอน้ำผิวหน้า สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวไม่ว่าจะสิวหัวขาว สิวอุดตันหรือสิวหัวดำก็ตาม ล้วนเกิดจากการที่ผิวหน้าของเราสกปรกทั้งสิ้น ดังนั้น นอกจากการล้างหน้าธรรมดาทั่วไปอาจจะทำให้ผิวเราสะอาดไม่เพียงพอ เราจึงต้องอบไอน้ำผิวหน้ากันบ้างค่ะ โดยต้มน้ำให้เดือดแล้วเทใส่ภาชนะสักใบจากนั้นอังผิวหน้าบนภาชนะที่มีน้ำเดือดเพื่อให้ไอระเหยลอยมากระทบผิวหน้า แนะนำให้หาผ้ามาคลุมปิดศีรษะไว้ด้วย ผิวหน้าจะได้รับไอน้ำที่ลอยมากระทบเต็มๆ รูขุมขนก็จะเปิดออก สิ่งสกปรกที่เข้าไปเกาะติดชั้นในสุดก็จะค่อยๆ ถูกขจัดออกมาได้ง่าย จากนั้นล้างหน้าโดยน้ำเย็นตบท้ายเพื่อกระชับรูขุมขนเพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนสำหรับการอบไอน้ำผิวหน้าแล้วค่ะ แนะนำให้หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สิวหัวดำที่มีอยู่จะได้ถูกกำจัดออกไปด้วยนั่นเอง 2.แต้มสิวหัวดำด้วยน้ำมะนาว ให้สาวๆ ใช้น้ำมะนาวสดผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาแต้มสิวหัวดำทิ้งไว้ 10 นาที หรือจะนำมาพอกทั้งหน้าเลยก็ได้ค่ะ สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คุณสมบัติจากน้ำผึ้งจะช่วยดูดซับเอาสิ่งสกปรกให้หลุดออกมา ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียของสิว ในขณะที่น้ำมะนาวจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าสาวๆ ที่มีสิวหัวดำจะค่อยๆ จางหายไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3.รีบล้างหน้าทันทีที่กลับมาถึงบ้าน สาวๆ หลายคนที่แต่งหน้าตอนออกจากบ้านไปทำงานหรือแม้ไม่ได้แต่งก็ตาม แต่ผิวหน้าของเราล้วนแล้วจะต้องเผชิญกับฝุ่นละอองหรือมลภาวะภายนอกจนทำให้สิ่งสกปรกเกาะติดผิวหน้าไม่น้อย ทันทีที่กลับถึงบ้านจงรีบทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดนานเกินไป ไม่เช่นนั้น มันจะฝังอยู่ลึกอยู่ในรูขุมขนจนยากที่จะทำความสะอาดออกได้ง่ายและกลายเป็นการสะสมตัวเองจนเป็นสิวหัวดำตามมา 4.ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยกำจัดสิวได้ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าของสาวๆ ควรเลือกใช้สูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิดเอสิดที่มีคุณสมบัติในการเข้าไปกำจัดสิ่งสกปรกภายในรูขุมขนได้อย่างสะอาดล้ำลึก ผิวหน้าจะยิ่งสะอาดหมดจดมากขึ้น โดยใช้เวลาภายใน 3-4 วันเท่านั้นค่ะ สิวหัวดำก็จะค่อยๆ ลดลงได้ในที่สุด 5.พอกหน้าด้วยไข่ขาว ไข่ขาวมีคุณสมบัติอันเลื่องลือในด้านของการช่วยกำจัดสิวเสี้ยนอย่างได้ผล หากขณะเดียวกัน ไข่ขาวยังสามารถช่วยกระชับรูขุมขนและกระชับผิวหน้าให้เต่งตึงมากขึ้นได้ด้วย และที่สำคัญนะคะ สาวๆ คนไหนที่มีสิวหัวดำขึ้นบนใบหน้า ลองพอกหน้าด้วยไข่ขาวหรือใช้สูตรเดียวกับการลอกสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาวก็ได้ค่ะ เมื่อคุณลอกหน้าออกมาด้วยกระดาษทิชชูหรือกระดาษซับหน้ามันที่แปะไว้ขณะพอกพร้อมกัน สิวหัวดำจะหลุดออกมาเพียบเลยทีเดียว ทำสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองหมดปัญหาทั้งสิวเสี้ยนและสิวหัวดำได้อย่างใจแน่นอน เรียกว่าเป็นสูตรความงามที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวจนน่าพอใจเลยล่ะ 6.ทำความสะอาดปลอกหมอนบ้าง อีกหนึ่งสาเหตุของการมีสิวขึ้นหน้าก็คือ ปลอกหมอนสกปรกนั่นเอง ดังนั้น ต่อให้คุณล้างหน้าให้สะอาดเพียงใด หากปลอกหมอกสกปรก หมองดำไม่ได้ซักทำความสะอาดเลยก็ย่อมเป็นแหล่งของการกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นเดียวกัน จึงควรนำปลอกหมอนมาซักทำความสะอาดกันบ้างสัปดาห์ละครั้งก็ยังดีค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันการเกิดแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวหัวดำได้แล้ว อ้อ! หากสาวๆ หมั่นซักผ้าปูที่นอนด้วยเป็นประจำ ยังช่วยป้องกันและรักษาสิวแผ่นหลังได้ด้วยนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ สำหรับ 6 วิธีรักษาสิวหัวดำให้หมดไปจากผิวหน้า ...

Read More »

พอกหน้าน้ำผึ้งรักษาสิวด้วย 3 สูตรจากธรรมชาติ

Yinglek เชื่อว่าสาวๆ หลายคนล้วนต่างก็เผชิญกับปัญหาสิวกวนใจด้วยกันทั้งนั้น และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะมีสูตรพอกหน้ารักษาสิวที่หาได้จากธรรมชาติรอบตัว ในวันนี้เรานำมาฝากกันแล้วค่ะกับสูตรดีๆ จากน้ำผึ้ง ว่าแต่มันมีอะไรดีๆ ให้เราน่าทึ่งบ้างนะ สาวๆ ตามมาดูกันเลย   น้ำผึ้งกับคุณสมบัติเพื่อผิวสวยหลากประการ น้ำผึ้งประกอบไปด้วยสารอาหารบำรุงผิวที่ได้จากคุณค่าธรรมชาติอย่างมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุ เอนไซม์และวิตามินหลายชนิดอย่างแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไนอะซินและยังมีกรดอ่อนๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ผิวพรรณจึงสว่างกระจ่างใสและเนียนนุ่มชุ่มชื้นดั่งใจยามสัมผัสสุดๆ นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ด้วยนะคะ เพราะมันจะเข้าไปสร้างเอนไซม์ที่ทำให้มีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ขึ้นได้แบบอ่อนๆ หลังจากนั้นน้ำผึ้งจะปล่อยน้ำและออกซิเจนออกมา ปฏิกิริยาดังกล่าวจะสามารถช่วยรักษาสิว ทำให้สิวยุบตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดความอักเสบบวมตามมา พร้อมกันนี้ อาหารผิวที่ได้จากน้ำผึ้งยังซึมซาบลงสู่เซลล์ผิวชั้นลึกเพื่อบำรุงผิวไปในตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 3 สูตรพอกหน้ารักษาสิวจากน้ำผึ้ง 1.สูตรน้ำผึ้งและกล้วย สูตรนี้ไม่เพียงช่วยลดสิวได้แต่เพียงเท่านั้น แต่เหมาะสมอย่างมากสำหรับสาวผิวแห้งและผิวหยาบกร้านเป็นพิเศษ เพียงใช้กล้วยน้ำว้าสุกมาผสมละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกหน้า 5-10 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด เท่านี้หน้าของสาวๆ ก็จะเนียนนุ่มชุ่มชื้นทันตาแล้ว 2.สูตรน้ำผึ้งและมะขามเปียก เป็นสูตรพอกหน้าที่มาพร้อมการช่วยผลัดเซลล์ผิว โดยเราจะใช้มะขามเปียกเป็นส่วนผสมนั่นเองค่ะ ให้คุณนำมะขามเปียกมาคั้นกับน้ำอุ่น จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปผสม คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้า 5-10 นาทีเช่นกัน เสร็จแล้วล้างหน้าให้สะอาด ซับผิวให้แห้งหมาดๆ แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงต่อไป ผิวสาวจะกระจ่างใสทันตาเลยทีเดียว สำหรับมะขามเปียกนั้นเป็นกรดอ่อนๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน แถมยังทำให้ใบหน้าขาวใส ไร้ความหมองคล้ำอีกด้วย เพราะฉะนั้น ลองทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง พร้อมกับทาครีมกันแดดและหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดเสมอ รับรองคุณจะได้ผิวที่ขาวกระจ่างใสและไร้สิวกวนใจแน่นอน 3.สูตรน้ำผึ้งและแตงกวา แตงกวาเป็นผักที่เลื่องชื่อในเรื่องของการให้มอยส์เจอไรเซอร์ชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ มีวิตามินอีสูงที่จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อ่อนเยาว์และกระชับเต่งตึงขึ้น ให้คุณนำแตงกวา 1 ลูกล้างน้ำให้สะอาดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นผสมให้เข้ากันกับน้ำผึ้งในปริมาณ 2 ช้อนชาแล้วพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทำเป็นประจำได้เลยทุกวันค่ะ มันจะเปรียบได้กับการบำรุงผิวที่ไม่ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์ในครีมบำรุงผิวของคุณเลยหรือจะทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้าทุกคืนก่อนนอนก็ได้เหมือนกันนะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสูตรพอกหน้าจากน้ำผึ้งที่ yinglek.com หยิบมาฝากสาวๆ กันถึง 3 สูตร เหมาะสมกับสาวผิวทุกประเภทไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสมหรือผิวแพ้ง่าย เลือกใช้กันเลยตามสภาพผิว ที่สำคัญปัญหาสิวจะห่างออกไปไกลทีเดียว เหลือเพียงแต่ผิวหน้าใสๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สาวๆ อย่าลืมนะคะว่าเนื่องจากบางสูตรที่เราพอกหน้าอย่างสูตรมะขามนั้นค่อนข้างเป็นสูตรที่ทำให้ผิวไวต่อแดด และเพราะแสงแดดบ้านเราร้อนแรงทุกองศาได้แทบทุกวัน ดังนั้น ก่อนจะออกจากบ้าน ควรทาครีมกันแดดและหมั่นพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ...

Read More »

ต้อนรับลมหนาว! เปิดตัวแฟชั่นมาแรงแบรนด์ยูนิโคล่

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งซัมเมอร์อันร้อนระอุไปแล้วเรียบร้อย กระทั่งฤดูฝนมาเยือนให้ไม่ทันได้ชุ่มฉ่ำใจกันเท่าไรนัก อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้นนะคะสาวๆ ลมหนาวก็จะมาเยือนเราแล้ว บรรดาสาวกที่วิ่งตามแฟชั่นทั้งหลาย หนาวนี้ ได้เวลามาอวดโฉมกับคอลเลคชั่นใหม่ท้าลมหนาวที่กำลังจะมาถึงกับแบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยมชื่อดังอย่าง “ยูนิโคล่” ที่จะมาเปิดประสบการณ์แฟชั่นฤดูหนาว แนวใหม่ให้สาวๆ ผู้รักการแต่งกายได้เตรียมตัวกับเทศกาลช้อปก่อนใคร ซึ่งในคอลเลคชั่นล่าสุดนี้เดินทางมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่เน้นการสวมใส่สบายเป็นหลัก ไม่หนาและเทอะทะมากจนเกินไป แต่ก็ยังช่วยปกป้องผิวกายจากลมหนาวให้รูสึกอบอุ่นไปพร้อมๆ กับการเพิ่มเสน่ห์ให้กับบุคลิคส่วนตัวดูสดใสยิ่งขึ้น คอนเซปต์ประจำฤดูหนาว 2014 สำหรับคอนเซปต์ของยูนิโคล่ในปีนี้ บอกเล่าเรื่องราวของการแต่งกายสไตล์เรียบง่าย เน้นการสวมใส่ที่สะดวกสบายเป็นหลัก คุณภาพของชิ้นงานมีการออกแบบและใส่ใจในทุกรายละเอียด มั่นใจได้ว่าเนื้อผ้าแม้บางเบาก็ยังสามารถกระชับร่างกายให้อบอุ่นได้เพียงพอต่อการออกไปสวยเริ่ดท้าลมหนาว เน้นการแต่งกายในรูปแบบทันสมัย เข้าถึงสาวๆ แฟชั่นผู้หลงใหลความล้ำหน้า ตามมาตรฐานของยูนิโค่ที่ยังคงสามารถรักษาคอนเซปต์ของตัวเองให้ดูน่าสน สามารถมิกซ์แอนแมทต์ชุดได้หลากหลาย เป็นการเพิ่มสีสันให้ชีวิตที่สามารถตอบโจทย์คนเมืองได้เป็นอย่างดี ฮีทเทคเน้นความสบายและยืดหยุ่น เปิดตัวชุดแต่งกายแบบแรก “ฮีทเทค” กับคอนเซปท์ความสบายและผ่อนคลายเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปกป้องร่างกายจากความหนาวได้อย่างเต็มที่ เนื้อผ้ามีความนุ่มให้ผิวสัมผัสที่สวมใส่สบายด้วยวัสดุจากธรรมชาติเกือบ 100 เปอร์เซ็น นอกจากนี้ การออกแบบยังเน้นไปที่ความสามารถในการกักเก็บความร้อนของเสนใย ได้ทั้งประโยชน์จากการสวมใส่และเพิ่มเสน่ห์ให้กับบุคลิกไปในตัวด้วย ฟลีซเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มความอบอุ่น วัสดุเสื้อผ้าแบบพิเศษที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีอันล้ำหน้าของยูนิโค่โดยเฉพาะ เป็นการผสมผสานด้วยแร่ชนิดพิเศษ ทำให้เนื้อผ้าสามารถกักเก็บความร้อนและสามารถเพิ่มอุณภูมิให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อต้องออกไปเผชิญความหนาวเหน็บ อีกทั้งยังมีการออกแบบไอเท็มตกแต่งด้านนอกสำหรับคุณผู้หญิง ช่วยเพิ่มความโดดเด่นของการแต่งกายให้ดูมีสีสันน่าค้นหา มีทั้งชุดที่งสวมใส่ทั้งด้านนอกและด้านในหรือจะเป็นชุดที่ออกแบบมาให้สวมใส่ด้านไหนก็ได้ แคชเมียร์สเวตเตอร์แบบชุดลำลอง ปีนี้เน้นความเรียบง่ายจริงๆ  แม้กระทั่งสเวตเตอร์แคชเมียร์ยังถูกออกแบบให้ดูเป็นชุดง่าย ไม่หวือหวาหรือดูโอเว่อร์มากเกินไป แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของยูนิโค่ ทั้งรูปแบบทรงและวัสดุผ้าชนิดพิเศษ ช่วยเสริมบุคลิกความหรูหราและเพิ่มความภูมิฐานมากกว่าจะดูเทอะทะ อีกทั้งยังมีการออกแบบหลากหลายรูปทรง เหมาะสำหรับทั้งวัยรุ่นหรือวัยทำงานให้ได้ลองเลือกหาเติมแต่งสีสันในวันที่ลมหนาวพัดมากันได้อีกมากมาย พอจะรู้จักกับคอนเซปต์คร่าวๆ ในปีนี้กันไปแล้ว สาวๆ ก็อย่าลืมรีบออกไปเตรียมตัวเลือกซื้อหาชุดโปรดก่อนลมหนาวจะมาเยือน เพื่อจะได้กลายเป็นสาวคนแรกๆ ที่แต่งกายได้มีเสน่ห์ความแฟชั่นรับฤดูหนาวได้ก่อนใคร ที่มาของภาพ http://www.manager.co.th/ และ http://www.poppaganda.net/

Read More »

เคล็ดลับเลือกแต่งกายให้สวยสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ผู้หญิงกับเรื่องความสวยความงามคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การแต่งกายเพื่อเสริมบุคลิกให้ตนเองดูดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างก็คาดหวังว่ามันจะช่วยเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับเราได้จริงไหมล่ะคะ? แต่การหยิบเอาชุดเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างเดียวคงไม่ทำให้ดูดีขึ้นมาได้หากไม่รู้จักพิจารณาให้เข้ากับรูปร่างของตนเอง ยิ่งสวมใส่ชุดที่ไม่เข้ากันยิ่งจะเข้าไปทำให้เสียบุคลิกและความมั่นใจเอาได้ค่ะ ดังนั้น หากใครอยากแต่งกายให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ต้องลองมาดูเคล็ดลับต่อไปนี้ที่จะช่วยให้สาวๆ แต่งกายได้อย่างเฉิดฉายและโดดเด่นยิ่งขึ้นได้ค่ะ สาวแขนใหญ่ต้องใส่เสื้อแขนยาวสามส่วน ปัญหาแขนใหญ่เป็นอีกหนึ่งความกังวล จนทำให้สาวๆ แทบไม่อยากจะสวมใส่เสื้อที่เปิดเว้าส่วนแขน แถมบางรายที่มีแขนใหญ่มาก การใส่เสื้อแขนยาวปิดทับทั้งหมดยังไปช่วยเสริมความใหญ่ของมันให้ดูโดดเด่นจนไม่เข้ากับรูปร่าง ทางที่ดีควรหันมาเลือกสใส่เสื้อแขนสามส่วน ที่จะช่วยสร้างสมดุลให้ต้นแขนดูไม่อวบอ้วนจนเกินงาม และเลือกเสื้อที่มีสีสันสดใส เพื่อช่วยกลบขนาดแขนให้ตุดรวมสายตาไปอยู่ที่สีเสื้อแทน กระโปรงสีโทนอ่อนเพิ่มเสน่ห์ให้เรียวขา เสน่ห์ของเรียวขาคือ การเพิ่มบุคคลิกให้สาวๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีส่วนสูงมากเป็นพิเศษ การเลือกใส่กระโปรงโทนอ่อนจะช่วยเพิ่มจุดศูนย์รวมสายตาไปที่เรียวขาให้ดูเข้ากับรูปร่าง ผู้หญิงที่มีขายาวหรือลีบแบนคล้ายตะเกียบ หากเลือกสวมกระโปรงที่ไม่เข้ารูป อาจจะทำให้เสียบุคลิกง่าย ดังนั้น จึงควรเลือกกระโปรงสีสันไม่ฉูดฉาดเพื่อป้องกันไม่ให้เรียวขาโดดเด่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงกระโปรงสีดำและขาวล้วน เพราะมันจะทำให้เรียวขาดูเล็กลงไปอีกได้ เสื้อสีเข้มลดขนาดหน้าอก สาวๆ ส่วนมากล้วนปราถนาอยากให้ตัวเองมีขนาดหน้าอกใหญ่อวบอิ่ม แต่การมีขนาดหน้าอกใหญ่ๆ ก็เป็นปัญหากับการแต่งกายได้เช่นกัน เนื่องจากขนาดหน้าอกจะไปทำให้รูปร่างดูอ้วน ใส่เสื้อผ้าไม่สวยโดยเฉพาะเสื้อเนื้อบางและสีอ่อน ทำให้มีข้อจำกัดในการแต่งกายมากเป็นพิศษ ทางที่ดีหากต้องการให้ดูสมส่วนควรเลือกเสื้อที่มีสีเข้มหรือสีดำไปเลยจึงจะเหมาะกว่า ใส่คู่กับกางเกงหรือกระปรงสีอ่อน ประดับด้วยเครื่องแต่งกาย เช่น กำไลหรือเข็มขัด อย่าพยายามใส่สร้อยคอขนาดใหญ่ เพราะมันจะยิ่งทำให้บริเวณช่วงหน้าอกดูโดดเด่นจนเกินไป หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้การแต่งกายของสาวๆ ดูสวยมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าความสมบูรณ์แบบเต็มร้อยไม่มีใครสามารถทำได้ ดังนั้นแต่งกายให้มีความสุขตามความพึงพอใจของตนเองเท่านั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้วล่ะค่ะ ที่มาของภาพ – http://www.nattyfree-fashion.com/ – http://www.slmniiceshop.com/ – http://womenepic.com/

Read More »

สวยเริ่ดหลากสไตล์ด้วยการแต่งกายในโทน “สีแดง”

สีแดงแรงฤทธิ์ สีแห่งความเร้นร้อนและความโรแมนติก เป็นตัวแทนแห่งความรักและความมีชีวิตชีวา บางมุมมันยังถูกมองในรูปแบของความเปรี้ยวปนความเซ็กซี่ เป็นหนึ่งสีสันของการแต่งกายที่มักจะถูกจับแต่งแต้มด้วยโทนสีแดงในเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโทนสีนี้ที่จะช่วยสร้างความโดดเด่นและความมีเสน่ห์ให้สาวๆ ได้มากขึ้น ทว่าการจะหยิบเอาโทนสีแดงมาเติมแต่งร่างกายเพียงอย่างเดียว ก็ดูจะทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เนื่องจากสีที่มีความโดดเด่นและเห็นชัดมาแต่ไกล หากไม่มั่นใจในตัวเองว่ามีความสามารถทางด้านแฟชั่นมากพอก็คงจะไม่กล้าเล่นโทนนี้สักเท่าไหร่ แต่ใครว่าโทนสีแดงจะเป็นสีที่ดูยุ่งยากกับการแต่งกายเสียเมื่อไหร่ เพราะหากรู้เคล็ดลับดีๆ และทริคสักเล็กน้อยก็จะช่วยให้การแต่งกายดูงดงามและสะดุดตา เป็นการเสริมบุคลิกให้กลายเป็นสาวมั่นและโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ ดังนั้นเราลองมาดูเคล็ดลับที่ว่านี้กันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มต้นเลือกโทนสีแดงให้เข้ากับรูปร่าง การหยิบยกเอาโทนสีแดงมาเล่นในแฟชั่นการแต่งกายจะต้องพยายามเลือกสีอื่นๆ มามิกซ์แอนแมทต์ให้เข้ากับสีผิวและสีผมซึ่งเป็นสีพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกาย โดยสาวๆ ที่มีผมสีดำและผิวคล้ำ จะสามารถแต่งกายด้วยโทนสีแดงได้ดีที่สุด แต่จะต้องระวังการแต่งแต้มด้วยโทนแดงส้ม เพราะมันจะไปเพิ่มความเข้มของสีผิวให้ดูมืดมากเกินงาม ส่วนสาวๆ ที่มีผมสีดำและผิวขาว สามารถแต่งกายด้วยชุดสีแดงหลากหลายโทนอย่างเต็มที่ อาจจะเพิ่มเติมโทนสีสว่างๆ เข้าไปอีก เพื่อช่วยขับความขาวของผิวให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น สุดท้ายสาวผมสีอ่อนทั้งหลาย ควรเลือกสีแดงในโทนอมส้มเพื่อขับแต่งให้ดูมีชีวิตชีวาไม่ดูจืดชืดมากเกินไป เน้นการแต่งสีสันออกโทนสีม่วงจนถึงฟ้า หรือบางคนอาจจะผสมสีเทาลงไปบ้างเพื่อให้ความสดของสีแดงดูมากเกินไปก็ได้เช่นเดียวกัน แฟชั่นสีแดง ใส่ที่ไหนจึงจะเหมาะ? ว่าด้วยสีแดงเป็นสีที่มีความโดดเด่น ดังนั้นมันจึงควรถูกใส่ให้เข้ากับกาละเทศะมากที่สุด เมื่อมันถูกจำกัดพื้นที่เราก็ควรรู้ว่าที่ไหนบ้างที่ควรจัดการแต่งกายในโทนสีนี้ ซึ่งส่วนมากสีแดงจะถูกใช้ในงานที่ต้องการสีสัน เช่นงานเลี้ยง งานแต่งงาน งานราตรีและงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่ไม่ค่อยมีพิธีรีตรองอะไรมากมาย หรือหากใครเป็นคนชอบสีแดงเป็กนารส่วนตัว ก็อาจจะลดโทนสีลงมาไม่ให้สดเกินไป เติมแต่งด้วยเครื่องประดับสีอ่อน เพื่อลดความเซ็กซี่ให้แฝงด้วยความอ่อนหวานก็พอจะพอออกงานได้หลากหลายเช่นกันค่ะ ส่วนใครที่ยังไม่มั่นใจในตัวเองกับการเลือกใช้โทนสีแดงเป็นหลัก ก็ลองค่อยๆ ปรับตัวหาไอเดียใหม่ๆ มาเติมแต่ง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม ก็ลองนำมามิกซ์ให้เข้ากันอย่างพอเหมาะพอดี ก็จะช่วยให้โทนสีแดงกลายเป็นสีโดดเด่นและเสริมสร้างบุคลิกให้กลายเป็นสาวสวยคนใหม่ขึ้นมาได้อย่างแน่นอนทีเดียว ที่มาของภาพ http://www.tlcthai.com/ และ http://women.horoworld.com/

Read More »

มิกซ์การแต่งกายง่ายๆ ให้เป็นสาวหวานเจี๊ยบ

ไม่ว่าจะเป็นสาวบุคลิกแบบไหน ใครๆ ก็ต้องรู้สึกอย่างปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างในบางอารมณ์ สาวเปรี้ยวทั้งหลายก็อาจจะรู้สึกอยากหันมาเป็นสาวหวานเหมือนคนอื่นดูบ้าง แต่ทำยังไง๊ยังไงก็ดูเหมือนว่าจะหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้เสียที แถมเสื้อผ้าที่มีอยู่ก็ดูจะช่วยเสริมไปทางความเปรี้ยวซ่าเสียอย่างเดียว อยากจะกลายเป็นสาวโรแมนติกน่าทะนุถนอมดูบ้างก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน เรามีคำแนะนำดีๆ จากกูรูทางด้านแฟชั่นกับข้อมูลดีต่อไปนี้ที่จะช่วยกระชากความเปรี้ยวให้กลายมาเป็นสาวหวานอย่างง่ายๆ เพียงแค่หยิบเอาเสื้อผ้าที่มีอยู่มามิกซ์ให้กลายเป็นชุดใหม่ มิกซ์แอบเปรี้ยวซ่อนความหวาน จะให้หลุดความเปรี้ยวไปทั้งหมดเลยก็ดูน่าเสียดาย การแต่งกายแบบหวานซ่อนเปรี้ยวจึงเป็นอะไรที่ดูจะเข้าที่และน่าสนใจมากกว่า การหยิบเอาเสื้อผ้ามามิกซ์ใหม่ให้ดูออกไปในโทนหวาน อาจจะเลือกใช้เสื้อผ้าสีเรียบ โดยเฉพาะโทนสีขาวเป็นหลัก แต่ก็แอบแฝงไว้ด้วยส่วนโค้งเว้าเซ็กซี่บ้างเล็กน้อย หรือจะเป็นการใช้โทนสีพาสเทลแต่งแต้มลงไปบ้าง ก็ช่วยลดความเปรี้ยวและเพิ่มความหวานให้สาวๆ มากขึ้น เติมความหวานด้วยชุดกระโปรงยาว เลือกกระโปรงที่มีลายเรียบง่าย หรือไม่มีลายเป็นโทนสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดหรือหากมีลวดลายบ้างก็อาจจะเป็นลายดอกไม้สีอ่อน โดยมากจะเน้นเป็นการใส่กระโปรงยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเรียบร้อยมิดชิดให้ดูเป็นสาวหวานน่าค้นหา แต่หากใครมีกระโปรงทรงสั้นก็ควรหาที่เป็นทรงแบบอัดพลีทหรือกระโปรงระบาย ใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักเพื่อสีสันสดใส แมตท์ด้วยส้นสูงสีหวาน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สาวๆ กลายเป็นสาวหวานได้ในชั่วพริบตา แต่งแต้มความหวานด้วยเครื่องประดับ หากใครไม่มีเสื้อผ้าออกโทนหวานก็อย่าเพิ่งเสียใจไปค่ะ เพราะเรายังสามารถหยิบเอาเครื่องประดับมากมายมามิกซ์เข้ากับเสื้อผ้าลดความเปรี้ยวและเพิ่มความโดดเด่นให้เป็นสาวหวานมากขึ้นได้ เพียงแค่ต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่เซ็กซี่เกินไป ปกปิดมิดชิดและเน้นสีโทนอ่อน บวกกับประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับโทนสีพาสเทลหรือสีชมพูหวานแหวว และต้องระวังอย่าเติมจนหนักมากเกินไป เพราะจะทำให้เสียบุคลิกขึ้นมาได้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สาวๆ สามารถเนรมิตรตัวเองจากสาวเปรี้ยวให้กลายเป็นสาวหวานแบบมีเสน่ห์แฝงเร้นอย่างน่าค้นหาขึ้นมาได้โดยแทบจะไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสียเงินทองไปอย่างน่าเสีย แค่รู้จักสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ก็จะทำให้เรากลายเป็นเจ้าแม่แฟชั่น สวยมีเสน่ห์แบบไม่เหมือนใครจนเป็นที่อิจฉาขึ้นมาอย่างแน่นอนค่ะ ที่มาของภาพ http://accessoriespp.wordpress.com/ และ http://thaibigplaza.com/

Read More »

เทคนิคทาลิปสติกสีแดงให้สวยร้อนแรงสะกดทุกองศา

ลิปสติกสีแดงเป็นสีที่สะท้อนความร้อนแรงและสุดแสนเซ็กซี่ของผู้หญิงเราโดยเฉพาะ สมัยนี้กระแสการแต่งหน้าทาปากนับวันทวีความร้อนระอุมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หายากนะคะที่สาวๆ เราจะแต่งหน้าทาปากกันไม่ค่อยเป็น แต่สำหรับสาวคนไหนที่โปรดปรานการทาลิปสติกสีแดงหรือหากอยากเปลี่ยนแนวมาลองใช้ลิปสติกสีแดงทาปากกันดูบ้าง วันนี้ yinglek.com จะนำเอาเทคนิคทาลิปสติกสีแดงให้สวยร้อนแรงสะกดทุกองศามาฝาก เริ่มตั้งแต่การเทสต์เพื่อซื้อกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ เลือกใช้ให้เข้ากับสีผิว จริงอยู่ที่การทาลิปสติกสีแดงจะนำความร้อนแรงสุดแซ่บมาให้ลุคของสาวๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป หากอย่างไรก็ตาม การเลือกใช้สีลิปสติกแต่ละครั้งก็จำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องคำนึงถึงความลงตัวกับสีผิวไปพร้อมกันด้วย ถ้าหากคุณเป็นสาวที่มีผิวขาวมาก แนะนำให้ใช้สีแดงอันเดอร์โทนสีชมพูหรือฟ้า สำหรับสาวสีผิวคล้ำหรือผิวน้ำผึ้งแนะนำให้ทาลิปสติกสีแดงอมส้มจะเข้ากันมากกว่า ทดลองเทสต์จริงก่อนซื้อลิปสติกสีแดงที่ตรงใจ ในการเลือกซื้อลิปสติกทุกครั้ง เราจะต้องเทสต์เพื่อให้มั่นใจว่าสีลิปสติกที่เราจะซื้อนั้นเหมาะสมลงตัวกับสีผิวของเราจริงๆ ยิ่งหากเป็นลิปสติกสีแดงด้วยแล้วยิ่งจำเป็นอย่างมากค่ะ ในการเทสต์กับริมฝีปากของคุณเสียก่อน สำหรับสีแดงที่มีความสว่างเจิดจ้านั้นมักจะเหมาะสมกับสาวผิวขาวสว่างมาก แต่สำหรับสาวไทยเรานั้นมักจะมีสีผิวค่อนออกไปทางเหลืองหรือสีผิวน้ำผึ้งเสียส่วนใหญ่ จึงไม่แนะนำให้เลือกซื้อลิปสติกสีแดงในโทนสว่างมากนัก เพราะไม่เช่นนั้น หากทาไปแล้วอาจจะทำให้หน้าลอยดูตลกเกินธรรมชาติไปเลยก็เป็นได้ ดังนั้น แนะนำให้สาวๆ เทสต์สีลิปสติกนั้นๆ ก่อน โดยให้พนักงานขายช่วยเทสต์บนริมฝีปากคุณจริงๆ เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณมั่นใจชัดเจนมากขึ้นแล้วว่าสีลิปสติกสีแดงที่จะซื้อมานั้น ทาแล้วสวยเหมาะสมกับคุณจริงๆ เลือกให้เข้ากับสีผม แน่นอนว่าไม่เพียงแค่สีผิวเราเท่านั้น ที่สาวๆ จะต้องใส่ใจเลือกให้เข้ากัน เพราะแม้แต่สีผมที่คุณไปทำมาก็ล้วนต้องพิจารณาเลือกให้เข้ากันด้วย สำหรับสาวคนไหนที่ทำสีผมบลอนด์สว่าง แนะนำให้เลือกใช้ลิปสติกสีแดงสว่างเนื้อแมตต์ เพราะจะช่วยอัพลุคของสาวๆ ให้แลดูเปรี้ยวแซ่บขึ้นมาทันใดเลยค่ะ ขณะเดียวกัน สาวคนไหนที่มีผมสีเข้มหรือสีโทนออกแดงๆ แนะนำให้คุณเลือกใช้สีแดงกล่ำๆ แบบสีเบอร์กันดีหรือจะเป็นสีไวน์ก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญเลยก็คือ สาวที่ทำผมสีแดงมาไม่เหมาะสมกับการเลือกทาลิปสติกสีแดงอมส้มเด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะตีกันยุ่งเหยิงหรือกลายเป็นการผสานสีจนกลมกลืนไปในทิศทางสีเดียวกันจนทำให้ไร้ซึ่งมิติแห่งความแตกต่างได้ค่ะ เลือกทาให้เหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ การแต่งตัวให้เหมาะสมกับโอกาส สถานที่หรือแต่งให้เข้ากับกาลเทศะนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หลักๆ เราอาจจะมองแค่ว่าการแต่งกายเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว แต่การเลือกใช้ลิปสติกสีแดงสดสว่างจ้านั้นก็เป็นข้อควรพึงระวังเช่นกันนะคะ เพราะลิปสติกสีแดงสดอันร้อนแรงนี้ เหมาะสมกับลุคสาวเปรี้ยวแซ่บสุดเซ็กซี่ที่พร้อมจะระเบิดความสวยในคืนค่ำแห่งงานปาร์ตี้ยามดึกเท่านั้น ไม่ควรทามาทำงานหรือไปงานราชการที่จะต้องพบปะผู้หลักผู้ใหญ่ จะได้เป็นการให้เกียรติและเคารพสถานที่ด้วยนั่นเอง หากต้องการทาจริงๆ แนะนำให้ทาลิปสติกสีแดงแบบเข้มๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะสีโทนนี้จะทำให้คุณดูเป็นสาวมั่น ทันสมัย หนักแน่นและมีอำนาจที่น่าเชื่อถือในตัวได้ค่ะ ทาอายแชโดว์สีบางเบา สาวๆ หลายคนอาจจะพอรู้กันมาบ้างแล้วว่าหากเราต้องการทาปากสีแดงสดเข้ม ก็ไม่ควรแต่งตาเข้มไปด้วย เพราะจะทำให้เกิดการแย่งซีนกันได้นั่นเอง แนะนำให้คุณทาอายแชโดว์สีอ่อนๆ ก็พอค่ะ จากนั้นดัดขนตาแล้วปัดมาสคาร่าให้งอนเด้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณมั่นใจในการตบท้ายริมฝีปากสีแดงแบบที่ต้องการได้สมใจแล้ว เลือกเสื้อผ้าการแต่งกายให้เข้ากัน สาวๆ ที่รักการทาลิปสติกสีแดงสดสวย ย่อมต้องรู้จักเลือกเสื้อผ้ามาสวมบนเรือนร่างเพื่อโชว์ความสง่าไปพร้อมกันได้อย่างลงตัวไปด้วย แนะนำให้คุณเลือกใส่ชุดเดรสรัดรูปสีดำหรืออาจจะเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอ้านตา ใส่รองเท้าส้นสูงซึ่งจะขับบุคลิกให้สง่าและปราดเปรียวราวกับสาวมั่นแบบฉบับเซเลบริตี้ยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณได้ลุคสวยมั่นไม่เหมือนใคร และยังกลายเป็นสาวทันสมัยที่ร้อนแรงได้ทุกองศาที่ตามองกันเลยทีเดียว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เพียงมีลิปสติกสีแดงแท่งเดียวก็สามารถปรับลุคคุณให้กลายเป็นสาวสุดร้อนแรง เซ็กซี่ที่พ่วงมาพร้อมเสน่ห์มั่นทันสมัยอย่างเหลือล้นได้แบบไม่มีใครเหมือนได้แล้ว จริงๆ สาวที่กล้าทาลิปสติกสีแดงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นสาวมั่น กล้าตัดสินใจ เอาจริงจังกับชีวิต ฉะนั้น ย่อมสะท้อนให้หนุ่มๆ และคนรอบตัวพลอยสัมผัสได้ด้วยว่าคุณเป็นสาวเก่งและแกร่งในตัวเอง จุดประกายแห่งเสน่ห์อีกอย่างตรงนี้จะทำให้คุณมีดีเหนือกว่าสาวหวานทั่วไปมากขึ้นแน่นอน ที่มาของภาพ ...

Read More »

5 เคล็ดลับที่หลายคนยังไม่รู้กับวิธีเซตผมแบบไม่ต้องพึ่งร้านเสริมสวย

เบื่อบ้างไหมคะกับการต้องเสียเวลาไปกับการเซตผมอันวุ่นวาย แถมบางครั้งยังไม่ได้ทรงอย่างที่ตั้งใจจนทำให้ต้องออกไปทำงานสาย ประสบการณ์เหล่านี้เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนจะต้องเคยประสบและรู้สึกหงุดหงิดกันมาอยู่บ้าง โดยเฉพาะสาวผมยาวทั้งหลายคงจะรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่อ เส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิงแถมยังไม่สามารถทำให้มันเป็นทรงอย่างที่ต้องการได้ดั่งใจ สุดท้ายทางออกที่คิดว่าดีที่สุดซึ่งพอจะนึกออกได้ก็คงหนีไม่พ้นเข้าร้านเสริมสวยแล้วควักเงินในกระเป๋าจ่ายไปให้มันจบๆ แต่หากสาวๆ ได้ลองมารู้จักกับ 5 เคล็ดลับต่อไปนี้ของการเซตผม จะพบว่ามันเป็นไอเดียที่ง่ายแสนง่ายแถมยังสามารถทำได้ด้วยตัวเองในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้น เราลองมาทำความรู้จักและฝึกทำไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ 1.ใช้กิ๊บหนีบผมช่วยยกหางม้าให้สูงขึ้น การรวบผมเป็นอะไรที่ง่ายแสนง่ายและไม่ต้องเสียเวลา แต่การมัดผมให้สวยและดูดีจะช่วยเสริมบุคลิกให้สาวๆ กลายเป็นคนมีเสน่ห์ขึ้นมาได้ เชื่อไหมล่ะคะว่าเพียงแค่ใช้กิ๊บหนีบผมแค่ 2 ตัว นำไปกลัดบริเวณยางมัดผมทั้งสองด้าน ปลายกิ๊บจะช่วยยกโคนผมให้สูงขึ้น ทำให้สาวๆ ดูกระชับกระเฉงและทะมัดทะแมงยิ่งขึ้น 2.ปัญหาผมน้อยแก้ไขได้ด้วยอายแชโดว์ ใครที่มีปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะ ตอนนี้เรามีคำแนะนำง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาแบบชั่วคราวและรวดเร็วทันใจให้สาวๆ สามารถออกไปอวดโฉมเสน่ห์ของตัวเองได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่มีผมบางและลีบแบนจะทำให้เห็นสีขาวของหนีงศีรษะได้แบบชัดเจน วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ นำพู่กับแตะกับอายแชโดว์สีเดียวกับเส้นผมแล้วระบายลงไปบริเวณที่ต้องการปกปิด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผมดูดกดำขึ้นมาได้ 3.กระดาษทิชชู่ซับมันสำหรับคนไม่มีเวลาสระผม น่าเห็นใจสาวๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ก็คงจะไม่ว่ากันเพราะการจะสระผมแต่ละครั้งมันทำให้เสียเวลาจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงเร่งรีบ หลังสระแล้วก็ต้องมานั่งเซต เป่าแห้ง ทาครีมบำรุง ม้วนผม อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ทำให้สาวๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญญหาผมมัน จะออกไปเจอหน้าใครก็รู้สึกไม่มั่นใจ การแก้ไขง่ายๆ เพียงแค่นำเอากระดาษทิชชู่ที่หาได้ง่ายๆ ซับลงไปบนเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลาย กระดาษจะดูดเอาความมันบนเส้นผมออกไป จากนั้นอาจจะตามด้วยการโรยแป้งบางๆ ลงไปอีกหน่อย เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสามารถสวยเริ่ดต่อไปได้อีกวันค่ะ 4.ล็อกผมลอนให้อยู่หมัดด้วยสเปรย์ หลังตื่นนอนสภาพผมที่เคยเป็นลอนก็จะค่อยๆ คลายตัวจากการนอนทับมาตลอดทั้งคืน หากต้องการให้มันกลับมาเป็นลอนและเซตตัวได้อย่างรวดเร็ว สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการรวบผมทั้งหมดมาไว้ด้านบน ไม่จำเป็นต้องรวบให้เรียบบร้อยเพียงแค่กำๆ ขึ้นมาให้หมดแล้วตามด้วยสเปรย์เซตผมฉีดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งเอาไว้สักครู่แล้วปล่อยกลับไปตามปกติ เพียงเท่านี้เส้นผมลอนสวยก็จะกลับมาให้สาวๆ ไก้เฉิดฉายอีกครั้ง   5.น้ำเกลือช่วยให้การเซ็ตผมง่ายขึ้น สเปรย์น้ำเกลือคือ ตัวช่วยสำหรับสาวๆ ในช่วงเวลาอันเร่งรีบ มันสามารถจัดแต่งทรงผมให้ไม่พองฟูจนเกินไป แถมยังช่วยเซตให้ดูเป็นทรงมากขึ้น โดยเฉพาะสาวๆ ผมยาวและหยักศก เพียงแค่นำสเปรย์ฉีดลงไปบางๆ ตามปลายผมที่ต้องการ ใช้มือขยุ้มๆ ให้เป็นลอนใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย ก็จะช่วยให้เส้นผมดูพลิ้วเป็นทรงสวยมากขึ้น เพียงเท่านี้ การเซตผมของสาวๆ จะกลายเป็นเรื่องง่าย จนลืนร้านเสริมความงามกันไปได้เลยค่ะ ที่มาของภาพ – http://www.charme.in.th/

Read More »

มาดูกัน! แฟชั่นสีสันของเสื้อผ้าบ่งบอกอะไรถึงความเป็นตัวคุณ

เคยสังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะว่า เป็นคนที่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าในโทนสีไหนเป็นหลัก เพราะนั่นอาจจะกลายเป็นตัวบ่งบอกบุคลิกและนิสัยใจคอของคุณได้ สีสันของเสื้อผ้าจะช่วยเติมแต่งความเป็นตัวตนของเราให้ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นสาวหวาน สาวเปรี้ยวหรือสาวเรียบร้อย ก็สามารถเลืกสาวเปรี้ยวหรือสาวเรียบร้อย ก็สามารถเลืม่ว่าสีไหนเป็นหลัก เพราะนั่นอาจจะกลายเป็นตัวบ่งบอกบุคลิกและนิสัยใจคอขออกสีสันให้เข้ากับบุคลิกของตนเองได้ เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่าโทนสีไหนจะบอกความเป็นตัวคุณได้ชัดเจนอย่างที่เป็นจริงหรือเปล่า? เสื้อผ้าโทนสีแดงสำหรับสาวอบอุ่น โรแมนติก สีแดงเป็นตัวแทนแห่งความรัก สาวๆ ที่ชอบใส่เสื้อผ้าโทนสีนี้เป็นหลักมักจะเป็นคนที่มีความโรแมนติก เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา แต่บางครั้งก็แอบแฝงอยู่ด้วยความเปรี้ยวซ่าเล็กๆ น้อยๆ พอแต่งแต้มให้ชีวิตดูไม่ซ้ำซาก อีกทั้งโทนแดงยังช่วยทำให้สาวๆ ดูเป็นคนอบอุ่น โรแมนติก กลายเป็นเสน่ห์ที่ใครก็อยากค้นหา แถมยังเป้นสีแห่งอำนาจ พวกเธอใช้ความรักสยบความดื้อรั้นของเพศตรงข้ามได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เสื้อผ้าโทนสีเขียว สำหรับสาวผู้มีความมั่นใจและกล้าหาญ เสื้อผ้าโทนสีเขียวอาจจะเหมาะกับสาวทำงานเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสีนี้จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเป็นผู้หญิงที่น่าเชื่อถือ มีความมั่นใจในตัวเองสูง ดังนั้นหากใครมีหน้าที่การงานในตำแหน่งใหญ่โตและต้องการให้ผู้อื่นเคารพย่ำเกรง การใส่เสื้อผ้าโทนเขียวจะทำให้ดูน่าเกรงขาม แต่ก็ยังแฝงเอาไว้ด้วยความอ่อนโยนบางแบบธรรมชาติ หากให้ดีควรรวบผมเปิดหน้าด้วย จะยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เสื้อผ้าโทนสีขาว สาวผู้อ่อนหวานและเรียบง่าย สีขาวคือโทนสีที่บ่งบอกถึงความสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีบุคลิกเรียบร้อย ใจเย็น เป็นคนพูดน้อยและถ่อมตน เสื้อโทนขาวจะทำให้ดูเป็นคนอ่อนหวาน มีเสน่ห์น่าดึงดูดดแบบลับๆ แต่ข้อเสียคือ หากใช้เป็นโทนขาวเรียบทั้งหมดอาจจะทำให้ดูเรียบเฉยและไร้ชีวิตชีวามากเกินไป ทางที่ดีควรแต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องประดับหรือแต่งหน้าบางๆ ก็จะช่วยให้สาวหวานดูมีสีสันน่าหลงใหลมากขึ้นได้ เสื้อผ้าโทนสีส้มสำหรับสาวเปรี้ยวซ่า เสื้อผ้าโทนสีนี้มักจะเหมาะกับสาวๆ ที่มีบุคลิกมั่นใจในตัวเองเอนเอียงไปทางสาวเปรี้ยวที่ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ พวกเธออาจจะดูไม่ค่อยมีความโรแมนติก รักการแต่งการแบบเซ็กซี่โชว์เรือนร่างอยู่พอสมควร สีส้มจะช่วยขับลุคให้ดูโดดเด่น กลายเป็นสาวเปรี้ยวที่มีเสน่ห์ แฝงอยู่ด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา แถมยังทำให้เป็นดูสาวอารมณ์ดี นอกจากนี้หากนำเอาสีส้มมามิกซ์กับโทนดำหรือขาวด้วยแล้ว ก็จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเป็นเจ้าแม่แฟชั่นที่เปรี้ยวได้สุดๆ แบบไม่เหมือนใครอีกด้วยค่ะ สาวๆ คนไหนชอบการแต่งกายแบบไหน หรืออยากให้ตัวเองมีบุคลิกโดดเด่นไปในทางไหนก็ลองเลือกหาโทนสีที่เข้ากันมาใช้ผสมผสานกันให้ดูเป้นสาวหลากอารมณ์แบบไม่ซ้ำแบบใครในทุกๆ วันกันได้เลยค่ะ ที่มาของภาพ – http://www.bloggang.com/ – http://www.tlcthai.com/  

Read More »