Home / การแต่งหน้า / การดูแลผิว

การดูแลผิว

แต่งหน้าไม่เก่งแต่ถ้าผิวสวยก็เป็นต่อแล้วคะ มาดูวิธีการดูแลผิวพรรณ์ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน แต่เรารู้คะ

ดูแลผิวให้สวยพร้อม.. ก่อนออกงานปาร์ตี้

งานปาร์ตี้หรืองานเลี้ยงอย่างเป็นทางการเป็นสิ่งที่ทำให้สาวๆ หลายคนใจเต้นแรง เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้แต่งตัวสวยเต็มที่ แม้ว่าจะเตรียมชุดสวย เตรียมทรงผมและเมคอัพไว้พร้อมแล้วสำหรับงานใหญ่ แต่สิ่งที่จะละเลยไปไม่ได้เป็นอันขาดนั่นก็คือผิวของคุณนั่นเอง เพราะต่อให้ชุดราตรีของคุณจะสวยมากแค่ไหน แต่ถ้าผิวหมองคล้ำแล้ว อย่างไรก็คงทำให้คุณสวยได้อย่างเต็มที่ ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้า รีบมาบำรุงผิวเตรียมพร้อมสำหรับออกงานกันดีกว่าค่ะ ทำความสะอาดผิว เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก คุณคงไม่อยากให้ใบหน้ามีสิวอุดตันหรือสิวอักเสบมากวนใจในวันสำคัญ ดังนั้นต้องทำความสะอาดใบหน้าอย่างหมดจดและอ่อนโยนด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิว ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งเปลี่ยนโมล้างหน้าในช่วงก่อนออกงาน เพราะถ้าหากแพ้ขึ้นมา จะต้องใช้เวลานานกว่าจะรักษาให้หายเป็นปกติค่ะ ใช้โทนเนอร์ภายหลังล้างหน้าเพื่อกระชับรูขุมขนและช่วยในการทำความสะอาดให้ลึกล้ำมากยิ่งขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว หากคุณเป็นคนผิวแห้งมาก นอกจากใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิวแล้ว การมาส์กหน้าจะช่วยเพิ่มสารอาหารให้แก่ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้มากขึ้น หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างเช่นแตงกวาฝานบางๆ แช่เย็นแล้วนำมาวางไว้บนผิวหน้าประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก นอกจากจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแล้วยังช่วยลดการเกิดสิวได้ดีอีกด้วย ขัดหน้า เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าและทำให้ผิวหน้าที่หมองคล้ำดูสดใสขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวจากธรรมชาติขัดผิวอย่างอ่อนโยนเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและน้ำมันส่วนเกิน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบนผิวหน้าทำให้ผิวเปล่งปลั่งมากขึ้นอีกด้วย ทาครีมกันแดด แม้ไม่ใช่ช่วงออกงานสำคัญ แต่ครีมกันแดดก็เป็นสิ่งที่สาวๆขาดไม่ได้อยู่แล้ว สาวๆ ที่กลัวเป็นสิวหรือมีผิวหน้ามันตามธรรมชาติอยู่แล้ว ควรเลือกใช้ครีมกันแดดแบบปราศจากน้ำมัน (Oil free) เพื่อลดการเกิดสิว ดูแลสุขภาพ ผิวพรรณที่ดีมาจากสุขภาพที่ดี สาวๆ ควรรับประทานผักและไม้มากเพื่อให้ความชุ่มชื่นและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิว ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพื่อให้ผิวพรรณสดใสในช่วงเวลาออกงานที่สำคัญ เมื่อเตรียมผิวให้สวยสดใสแล้ว ทีนี้ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือแต่งตัวแบบไหนก็ทำให้สาวๆ มั่นใจและสวยโดดเด่นไม่แพ้สาวๆ คนอื่นในงานแน่นอนค่ะ ที่มาของภาพ http://kaewsaiidea.com/  

Read More »

ครีมรักแร้ขาว สูตรคุณยาย.. ดับกลิ่นกาย หายสนิท!

คุณสาวๆ หลายท่านคงวิตกกังวลกับผิวใต้วงแขนที่เริ่มดำ คล้ำ เพิ่มขึ้นตามอายุและการสะสมของสารเคมีตกค้างจากน้ำยาดับกลิ่นกายที่ใช้ หลายท่านเชื่อโฆษณาทางทีวี แต่ซื้อมาใช้แล้วใต้วงแขนไม่ขาว ใส เรียบเนียน เหมือนนางแบบโฆษณาบอก ต่อไปนี้ก็เป็นครีมดับกลิ่นกาย ทำให้รักแร้ขาวใสที่คุณยายบอกต่อไว้เป็นวิทยาทานกับลูกๆ หลานๆ รุ่นหลัง ราคานั้นถูกแสนถูกแต่มากด้วยสรรพคุณมหาศาลเพราะเห็นผลภายใน 1 เดือน และ “ปูนเคี้ยวหมาก” คือสิ่งที่เรา Yinglek.com กำลังจะพูดถึง ซึ่งมากด้วยสรรพคุณทางอาหารและยาต่อคนเรา มีทั้งปูนสีขาว และปูนสีแดง ว่าแล้วเราก็ตามมาทำความรู้จักกับครีมรักแร้ขาวสูตรนี้กันเลยดีกว่า สรรพคุณของปูนเคี้ยวหมาก นอกจากจะนำน้ำปูนใสมาเป็นส่วนผสมของอาหารคาวหวานนานาชนิดแล้ว ปูนเคี้ยวหมากยังมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย คือรักษาฝี รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ลบรอยแผลเป็น รักษาแผลที่ถูกมีดหรือของมีคมบาด รักษาแผลแตกที่หัวนม แก้โรคบิด แก้แผลทากหรือปลิงกัด รักษาน้ำกัดเท้า แก้หูด รักษาโรคผิวหนัง แก้คันในที่ลับ ดับกลิ่นเต่า แก้พิษแมลงกัดต่อย แก้พิษแมงกะพรุนไฟ แก้ยุงกัด แก้ข้ออักเสบ แก้ถูกยาเบื่อ เป็นต้น ปูนเคี้ยวหมาก ได้มาจากการนำเปลือกหอยแครงที่ล้างสะอาดไปเผาไฟให้สุกจนกรอบ แล้วนำมาผสมกับน้ำเปล่าสะอาดคนให้เข้ากันจนเป็นครีมเหลวตามต้องการ ขั้นแรกนี้จะได้ปูนเคี้ยวหมากสีขาว และหากต้องการปูนสีแดงให้ใส่ผงขมิ้นลงไปด้วย แล้วคนให้เข้ากันกลายเป็นปูนเคี้ยวหมากสีแดง พร้อมสำหรับการนำไปใช้ ซึ่งจะสามารถเก็บไว้ได้นาน 1-2 ปีเลยทีเดียว ถ้าเนื้อปูนแห้งให้เติมน้ำลงไปแล้วคนให้เข้ากันก็จะกลับมาเหลวเป็นครีมเช่นเดิม วิธีนำไปใช้ – ใช้แทนน้ำยาดับกลิ่นกายที่เคยใช้ประจำในตอนกลางวัน โดยนำปูนเคี้ยวหมากที่เตรียมไว้ทาให้ทั่วใต้วงแขนที่มีรอยดำคล้ำ ก่อนทาไม่ควรเกาหรือเช็ดถูกบริเวณนั้นแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวบาง เป็นรอยถลอก ทำให้เนื้อปูนทำปฏิกิริยากับผิวหนังจะแสบมาก – ในตอนกลางคืนหลังอาบน้ำให้ใช้น้ำมันหรือครีมบำรุงผิวทาใต้วงแขนเพื่อบำรุงให้ผิวหนังชุ่มชื้นและแข็งแรง เช่น น้ำมันออย น้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น – ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ 10-15 วันแรก ผิวใต้วงแขนจะเริ่มขาวขึ้น รอยดำคล้ำจะเริ่มจางลง เมื่อผ่านไป 1 เดือนจะเห็นผลชัดเจน ผลพลอยได้ของสาวๆ ที่ใช้ปูนเคี้ยวหมากทารักแร้คือ ขนรักแร้จะถูกกำจัดออกไปด้วย เมื่อทาไปนานๆ ขนรักแร้จะลีบ บางและเปราะ ยับยั้งการเจริญเติบโตของขนจนสามารถดึงด้วยมือเปล่า ลองพิสูจน์ดูนะคะว่าคุณยาย คุณทวดคุณยายทั้งหลายจะพูดจริงหรือไม่ ! ที่มาของภาพ www.pinterest.com  

Read More »

สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ..จัดการได้ด้วย 9 วิธีง่ายๆ

การดูแลผิวให้สวยและมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การมีผิวขาวกระจ่างใสและไร้สิวเท่านั้นนะคะ แต่สาวๆ จะต้องใส่ใจดูแลผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ผิวหน้าของเราก็จะแลดูกระดำกระด่างเหมือนคนมีปัญหาผิวจนได้ แต่วิธีดูแลผิวให้สม่ำเสมอเรียบเนียนถึงกันต้องทำอย่างไร yinglek.com นำคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 1.หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดบ้านเราร้อนตับไหม้ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่แห่งใด หากผิวสาวของเราตากแดดนานย่อมทำให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งปัญหาจุดด่างดำและริ้วรอยได้อยางแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องหมั่นหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากเข้าไว้ค่ะ 2.ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านประมาณ 20 – 30 นาที โดยเลือกชนิดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้ ครีมกันแดดนั้นๆ ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไป เพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพดีนั่นเอง 3.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและมีสุขภาพดีจากภายใน แถมยังช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย 4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นการกด แกะ บีบสิวหรือเกาผิว การขัดหรือสครับผิวหน้าอย่างรุนแรงก็เป็นตัวการรบกวนผิวและทำร้ายผิวให้เสียเร็วได้เช่นกัน รู้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเหล่านี้กันดีกว่านะคะ 5.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่ง และควรเลือกชนิดที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนจุดด่างดำ โดยเฉพาะครีมที่มีสารสกัดจากวิตามิน C ครีมเหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วถึงกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ 6.สครับผิวบ้าง สาเหตุที่ผิวหน้าหมองคล้ำและมีสีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่งถึงกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการไม่ได้สครับผิวนั่นเอง ดังนั้น หมั่นสครับผิวกันบ้างจะดีกว่าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ผิวหน้าจะได้กระจ่างใสและเรียบเนียนทั่วถึงกัน สครับอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็พอเพียงแล้ว 7.มาส์กหน้าบำรุง เติมสารอาหารผิวจากธรรมชาติบ้างด้วยการมาส์กหน้าบำรุงค่ะ อาจใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายทั่วไป แนะนำแผ่นมาส์กที่สกัดจากผลไม้ที่ให้วิตามินซี หรืออาจจะทำมาส์กด้วยตัวคุณเองก็ได้ อย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต นมสดและไข่ขาว ลองหยิบเอาวัตถุดิบจากในครัวที่มีอยู่มาผสมให้เข้ากัน แล้วมาส์กสัก 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รับประกันได้เลยค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จากสีผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอถึงกันมากขึ้นแน่นอน 8.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว น้ำเปล่าคือ ตัวช่วยสร้างเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบและมีสุขภาพดีได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งคืนแก่ผิวจากภายใน พร้อมๆ กับการกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้วิตามินเหล่านั้นบำรุงผิวให้เปล่งประกายสดใสอีกที ผิวพรรณที่หมองคล้ำหรือมีปัญหาก็จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนปรับสภาพสู่ผิวกระจ่างใสได้ในที่สุดค่ะ 9.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นการดูแลผิวจากภายในได้ดีเช่นกัน และยังทำให้สุขภาพแข็งแรง แถมสุขภาพผิวจะอ่อนเยาว์และแข็งแรงตามมาได้ด้วย สาวๆ หันมาออกกำลังกายอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง ...

Read More »

เคล็ดลับดูแลผิวให้ขาวใส คล้ำแค่ไหนก็มีผิวสวยแบบธรรมชาติได้!

เพราะผู้หญิงทุกคนเกิดมาล้วนต่างมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน คนที่เกิดมาพร้อมกับผิวขาวย่อมได้เปรียบกว่าสาวสีผิวอื่น โดยเฉพาะผิวสีน้ำผึ้ง สีแทนหรือผิวดำคล้ำย่อมอาจน้อยใจเป็นธรรมดาและพยายามอย่างมากกับการสรรหาสารพัดวิธี เพื่อมาปรนนิบัติดูแลผิวให้ขาว ปัจจุบันการฉีดผิวขาวกลายเป็นที่นิยมไม่น้อย แต่สาวๆ อาจไม่ทันคาดคิดว่ามันแฝงด้วยอันตรายพร้อมกัน เพราะฉะนั้น จะดีกว่ามั้ยคะหากเราจะหันมาดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใสในแบบธรรมชาติด้วยตัวเราเอง แม้ว่าไม่ได้ขาวโบ๊ะเหมือนสาวฉีดผิว แต่ขาวใสแบบธรรมชาติเท่าที่ผิวเราจะเนียนใสได้ก็สะท้อนได้ถึงสาวผิวสุขภาพดีและมีเสน่ห์ในตัวเองได้แล้วเช่นกัน ว่าแล้วก็อย่ารอช้า.. เรามาดูวิธีทำให้ผิวขาวใสแบบธรรมชาติกันดีกว่านะคะ สครับผิวเป็นประจำ เพราะการสครับผิวเป็นการขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป โดยเกิดจากการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก เซลล์ผิวใหม่ที่ผุดมาแทนที่ก็จะขาวใสมากกว่าเดิม ดังนั้น นี่จึงเป็นเคล็ดลับแรกที่สาวๆ ควรทำอย่างยิ่งเพื่อนำมาสู่การมีผิวกระจ่างใสและสุขภาพดี แนะนำให้ขัดด้วยสครับขัดผิวเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งค่ะ บำรุงผิวด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หันมาใช้สมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติเติมเต็มสารอาหารให้ผิวกันบ้าง แนะนำนมสด โยเกิร์ต น้ำผึ้ง ผงขมิ้น มะนาวและมะขามเปียก เป็นต้น ลองนำส่วนผสมเหล่านี้มามิกส์กันให้ได้เป็นสูตรของคุณเอง ชอบแบบไหนก็ใส่ตามสูตรที่คุณต้องการในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน เช่น ใช้นมสดผสมกับผงขมิ้นและมะขามเปียกมาทาให้ทั่วผิวพรรณ จากนั้นขัดด้วยใยบวบเป็นวงกลม ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งตอนอาบน้ำ รับรองมันจะช่วยขจัดความหมองคล้ำและช่วยผลัดผิวให้ขาวใส ผิวคุณจะผุดผ่องได้ดั่งใจมากทีเดียวค่ะ กินอาหารที่มีประโยชน์ มีอาหารมากมายหลายชนิดที่สามารถเติมสารอาหารผิวจากภายในให้เราได้ แถมยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย แนะนำผักผลไม้ นม ถั่ว ธัญพืชและควรดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร หากสาวๆ ทำได้ตามนี้ การมีผิวขาวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกก็จะกลายเป็นของคุณได้ทุกวันแน่นอนค่ะ บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนะคะ หลักๆ จะมีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่ง วิตามินบี 3 หรือกรดจาก AHA ส่วนผสมเหล่านี้มีส่วนปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้นได้ค่ะ นอกจากนี้แล้ว ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ โดยเลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปจะดีมาก และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด เพราะมันคือตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ หากสาวๆ ดูแลผิวจากภายนอกพร้อมกันได้ดี ผิวขาวใสจะหายไปไหนเสีย ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณมีเลือดฝาดและสุขภาพดีจากภายในได้อีกเช่นกัน สำหรับใครที่กลัวแก่เร็วหรือกลัวผิวมีริ้วรอยแห่งวัยเร็ว ต้องหันมาออกกำลังกายเป็นประจำนะคะ สังเกตดูได้เลยว่าคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำมักดูอ่อนเยาว์กว่าวัยเสมอ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน สาวๆ คนไหนอยากอ่อนเยาว์ดูเด็กกว่าอายุ อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ ล่ะ เพราะนอกจากผิวสวยแล้ว ยังช่วยให้หุ่นดีอีกด้วยค่ะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนอนพักผ่อนให้เพียงพอคือ ตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสู่การมีผิวสวยอย่างแท้จริงเช่นกัน แต่ต้องนอนตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปค่ะ ไม่ควรนอนดึกเด็ดขาด เพราะเซลล์ผิวจะซ่อมแซมตัวเองตั้งแต่ช่วงเวลา ...

Read More »

ฟื้นฟูผิวเสียหลังเล่นน้ำสงกรานต์..เนรมิตผิวใสไม่ใช่เรื่องยาก!

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์กันไปหมาดๆ เชื่อว่าสาวๆ ที่รักผิวทั้งหลายเมื่อกลับมาถึงบ้านจะต้องตกใจไม่น้อยเป็นแน่กับสภาพผิวที่หมองคล้ำดำกร้าน แถมมาพร้อมอาการผิวแสบร้อนจากแดด เมื่อผิวเผชิญสภาพความหมองคล้ำและมีปัญหาผิวเสียขนาดนี้ เราจะอยู่เฉยได้อย่างไรไหวจริงมั้ยละคะ เพราะฉะนั้น รีบหันมาปรนนิบัติผิวเสียให้กลับมาสู่ความสวยกระจ่างใสอีกครั้งกันดีกว่าด้วยเคล็ดลับที่เรานำมาฝากดังนี้ค่ะ งดสครับผิว แม้ว่าการสครับผิวจะช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและช่วยเรียกคืนความกระจ่างใสแก่ผิวเราได้ แต่ยกเว้นหลังจากช่วงเล่นน้ำสงกรานต์มาใหม่ๆ นะคะ เพราะผิวของเรามีภาวะแสบร้อนและมีอาการระคายเคืองจากแดดอยู่แล้ว ผิวช่วงนี้กำลังอ่อนแอถึงขีดสุด ดังนั้น ไม่ควรรบกวนผิวให้ยิ่งมีปัญหาหนักกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงการสครับในระยะ 3 – 7 วันแรกจะดีที่สุด หลังจากนั้นแล้วจึงสามารถสครับผิวได้ตามปกติค่ะ เลือกใช้สูตรสครับผิวจากธรรมชาติ เมื่อครบระยะเวลาสัก 1 – 2 สัปดาห์ไปแล้ว สาวๆ สามารถลงมือสครับผิวกันได้เลยค่ะ โดยเราขอแนะนำสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติที่จะค่อยๆ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างน่าทะนุถนอม แต่ให้ผลลัพธ์ในการฟื้นบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกัน โดยผสมน้ำผึ้ง ผงขมิ้นและน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาขัดวงให้ทั่วผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งค่ะ รับรองสูตรนี้จะช่วยขจัดความหมองคล้ำดำกร้านให้หลุดออกไป เหลือแต่สภาพผิวที่ผุดผ่องและผิวมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ จนคุณสัมผัสได้ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เร่งการผลัดผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแม้แต่เครื่องสำอางที่มีกรด AHA วิตามินบี 3 และไวท์เทนนิ่ง ส่วนประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเพราะต้องเร่งให้ผิวขาวใส แต่ไม่เหมาะสมกับผิวไหม้แดดใหม่ๆ เป็นแน่ ไม่เช่นนั้นมันจะยิ่งรบกวนผิวให้ยิ่งระคายเคืองหนักได้เช่นเดียวกับการสครับผิวนั่นเอง แนะนำให้คุณหันมาใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบำรุงผิวจนกว่าจะหยุดลอกก่อนดีที่สุด เพราะคุณสมบัติจากสมุนไพรว่านหางจระเข้นั้นมีส่วนช่วยปลอบประโลมผิวไหม้แดดได้อย่างดีเยี่ยม กินอาหารที่มีประโยชน์ ระหว่างนี้ควรเน้นหันมาใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยบำรุง และฟื้นฟูสภาพผิวเสียจากภายในสู่ภายนอก กระบวนการผลัดเซลล์ผิวในแบบธรรมชาติ ก็จะทำงานได้เองโดยอัตโนมัติชนิดที่ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ใดรบกวนผิวเลย แนะนำให้คุณกินผักผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและควรดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นประจำทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติโดยเร็ว นอกจากนี้ ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การดื่มน้ำสะอาดชดเชยน้ำที่ขาดหายไปตอนเล่นน้ำสงกรานต์ โดยดื่มวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อเติมเต็มเซลล์ผิวให้อิ่มเอิบ ผิวก็จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสอย่างสมบูรณ์แบบจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างต่อเนื่องแล้วค่ะ ทาครีมกันแดดทุกวัน อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรพลาดยิ่งนัก หลังผ่านพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว ช่วงนี้เราจะต้องยิ่งใส่ใจเรียกคืนผิวขาวกระจ่างใสดังเดิมกลับมาจริงมั้ยคะ ดังนั้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปนั้นสำคัญมาก คุณควรทาก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และหากต้องตากแดดนานอีกก็ต้องหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหากเป็นไปได้พยายามเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดจะดีกว่า เพื่อให้ผิวปราศจากความหมองคล้ำและไม่มีปัญหาผิวแห้งเสียจากแดดอีกนั่นเอง นอกจากนี้ การดูแลผิวตามคำแนะนำดังกล่าวไม่เพียงแค่จะต้องดูแลหลังเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น แต่หากสาวๆ ...

Read More »

6 อาการแพ้เครื่องสำอางที่ควรระวัง!

เครื่องสำอางนั้นเป็นไอเท็มที่เราต้องใช้กันเป็นประจำทุกวัน เรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว แต่ถ้าหากเครื่องสำอางนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับผิวของเรามันก็อาจจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังแพ้เครื่องสำอางอยู่หรือเปล่า มาดูกันค่ะว่าอาการแพ้เครื่องสำอางนั้นมีอะไรบ้าง 1.ผิวหนังเป็นผื่นคัน อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นทันทีหากคุณแพ้ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางตัวนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำหอมมากกว่าที่อาจจะต้องสัมผัสกับผิวหนังที่บอบบางเป็นพิเศษ โดยคุณจะมีอาการบวม คัน คล้ายๆ กับเป็นลมพิษ บางคนอาจจะมีอาการแสบคันหรือเกิดเป็นตุ่มแดงๆ ขึ้นได้ค่ะ เพราะฉะนั้นหากใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดผื่นคันเหล่านี้ขึ้นก็ควรหยุดใช้ทันทีเลยนะคะ 2.ผิวหนังอักเสบ เราจะรู้สึกคันยิบ ๆ หลังจากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นผื่นแดงและมีตุ่มอักเสบผุดขึ้นมาด้วยถ้าหากอาการหนัก ซึ่งหากอาการรุนแรงมาก ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์เลยล่ะ 3.ผิวหนังมีรอยดำคล้ำ หากคุณใช้เครื่องสำอางไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าผิวของคุณนั้นดำลงเรื่อยๆ นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังใช้ทำให้ผิวคุณเกิดอาการแพ้แสงแดด ทำให้เห็นเป็นรอยดำอย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ 4.เป็นกระ เกิดจากการที่คุณใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารปรอท ซึ่งมันจะทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นแต่ไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วผิวของคุณก็จะกลายเป็นผิวกระดำกระด่างน่าเกลียดสุดๆ เลยล่ะ ไม่อยากให้ผิวขึ้นกระจนดูน่าเกลียดก็อย่าลืมทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ทุกครั้งนะ 5.การเปลี่ยนแปลงของเล็บมือ ลองสำรวจดูบริเวณเล็บมือของคุณหน่อยว่ามีการผิดปกติบ้างหรือเปล่า เช่น เล็บลอก เล็บผุกร่อน เปลี่ยนสี ขอบเล็บอักเสบ เพราะมันอาจจะเกิดจากการใช้เครื่องสำอางของคุณก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้า ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บและบางครั้งก็อาจจะเกิดจากร้านเสริมสวยที่รักษาความสะอาดไม่เพียงพอได้ค่ะ 6.เยื่อบุตาอักเสบ                                                                                เยื่อบุตาอักเสบนั้นเกิดจากการสะสมของสารพิษในระยะยาว ซึ่งถ้าเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็มักจะไม่มีอันตรายเหล่านี้ แต่ในบางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ผลิตที่อาจจะใส่สารที่เป็นอันตรายเช่น ปรอท ตะกั่ว ที่สามารถก่อให้เกิดพิษได้นั่นเอง หากผิวของคุณเกิดการแพ้เครื่องสำอางแบบนี้ ควรหยุดใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นโดยด่วนและรีบไปพบแพทย์ทันทีหากอาการแย่ลง หรือถ้าให้ดีควรตรวจสอบเครื่องสำอางก่อนใช้จะดีที่สุดค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับผิวที่แพ้เครื่องสำอางภายหลังได้นั่นเอง ที่มาของภาพ https://www.healthtap.com และ http://women.sanook.com/  

Read More »

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณใกล้แก่แล้วนะ

เมื่อพูดถึงความแก่ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะแก่ใช่ไหมล่ะคะ แต่จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าตอนนี้คุณเริ่มแก่แล้วหรือยัง วันนี้เรามีสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณเริ่มแก่แล้วมาฝากกันค่ะ ใครที่มีสัญญาณเตือนเหล่านี้ต้องรีบดูแลตัวเองด่วนเลยนะคะ ไม่งั้นจะแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ คอเริ่มเหี่ยวย่น แน่นอนว่าคนที่เริ่มแก่จะต้องมีผิวเหี่ยวย่น ซึ่งแรกๆ นั้นจะสังเกตได้จากผิวบริเวณคอเลยค่ะ แต่วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้แก่เร็วก็ไม่ยากเลยนะ แค่ทาโลชั่นบำรุงผิวที่คอบ่อยๆ ตามด้วยดื่มน้ำเยอะๆ คอของคุณก็จะกลับมาตึงสวยไร้ร่องรอยความแก่แล้วล่ะ ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ นอกจากผิวบริเวณคอแล้ว ผิวบริเวณอื่นๆ ก็จะเริ่มหย่อนคล้อยและขาดความกระชับเหมือนกันนะคะ และยังอาจจะเริ่มมีริ้วรอยอีกด้วย เพราะฉะนั้นคุณควรทานอาหารที่มีคอลลาเจนให้มากๆ เพื่อเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวที่สึกหรอให้กลับมากระชับเต่งตึงเหมือนเดิม และที่สำคัญอย่าลืมทาโลชั่นบำรุงผิวด้วยนะคะ หน้าอกเริ่มหย่อนยาน หน้าอกเริ่มหย่อนยาน เชื่อว่าคงเป็นปัญหาสำหรับหลายๆ คนเลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีลูกแล้วจะมีโอกาสหย่อนยานได้ง่ายและเร็วกว่าผู้หญิงโสดเป็น 2 เท่าเลยล่ะ เพราะฉะนั้นคุณควรใส่บราที่กระชับมากขึ้น โดยจะต้องมีความพอดีกับหน้าอกแล้วยกกระชับหน้าอกได้พอดี แค่นี้ก็จะไม่ทำให้หน้าอกของคุณหย่อนยานเร็วแล้วล่ะ แต่ก็ไม่ต้องใส่บราตลอด 24 ชั่วโมงหรอกนะคะ ให้ใส่แค่เวลากลางวันก็พอ เพราะหากใส่นานเกินไปก็จะทำให้เกิดผลเสียได้เหมือนกัน ผมบางลง สำหรับคนที่มีผมบางอยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ผมหนาแล้วผมค่อยๆ ร่วงจนบางนี่สิ ต้องเริ่มดูแลตัวเองได้แล้วนะคะ  เพราะนั่นแสดงว่าคุณเริ่มแก่แล้วนั่นเอง นอกจากนี้ขนคิ้วหรือขนตาของคุณก็อาจจะเริ่มร่วงและบางลงเหมือนกัน ซึ่งสาวๆ คงไม่ชอบแน่หากไม่มีขนตาไว้ให้ปัดมาสคาร่าสวยๆ ใช่ไหมล่ะคะ เมื่อมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ แสดงว่าคุณเริ่มแก่แล้ว เพราะฉะนั้นแนะนำให้คุณรีบดูแลตัวเองด่วน โดยหมั่นทาโลชั่นและครีมบำรุงผิวเป็นประจำ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื่นและไม่เหี่ยวย่นได้ง่าย อีกทั้งจะต้องทานผลไม้และปลาให้เยอะๆ เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวและเพื่อชะลอความแก่ลงนั่นเอง ซึ่งผลไม้ที่เราขอแนะนำเลยก็คือ ส้ม สับปะรดและผลไม้ตระกูลส้มทั้งหลาย เพราะจะมีคอลลาเจนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ค่ะ ที่มาของภาพ http://www.tsgclub.com/ และ http://women.sanook.com/

Read More »

เลือกทาครีมบำรุงให้เหมาะสมกับผิว.. อีกหนึ่งเคล็ดลับสู่ผิวสวยในแบบคุณ

ผู้หญิงทุกคนต่างก็อยากมีผิวสวยด้วยกันทั้งนั้น แต่การจะมีผิวสวยอย่างเดียวคงไม่ได้เป็นแน่ ผิวของเราจะต้องมีสุขภาพดีตามไปด้วยจริงมั้ยคะสาวๆ และเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี เริ่มต้นจากการล้างหน้าให้สะอาด การเลือกทาครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิวนี่ก็สำคัญเหมือนกัน รองลงมาก็คือ การออกกำลังกาย ดื่มน้ำ กินอาหารที่ให้ประโยชน์และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ องค์ประกอบดังกล่าวล้วนส่งเสริมทั้งสุขภาพร่างกายและเสริมสุขภาพผิวให้สวยแบบฉบับสาวผิวสุขภาพดีได้อย่างแท้จริงเลยล่ะ แต่วันนี้ Yinglek.com ขอหยิบเอาวิธีเลือกทาครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวคุณมาฝาก เพราะนี่ก็คือ ปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้ผิวคุณสวยแบบฉบับสาวผิวสุขภาพดีได้ เรามาดูกันเลยนะคะว่าสภาพผิวแต่ละประเภทควรเลือกทาครีมบำรุงผิวแบบไหน สาวผิวแห้ง สาวที่มีผิวแห้งนับว่าน่ากังวลไม่น้อยเลยค่ะ เพราะผิวจะมีริ้วรอย ผื่นและเกิดการแห้งลอกเป็นขุยได้ง่าย สาเหตุก็เนื่งจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาตามธรรมชาติน้อยนั่นเอง จึงก่อให้เกิดการหล่อเลี้ยงน้ำในผิวไม่เพียงพอ ผิวก็จะแห้งและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นตามมาง่าย สำหรับครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้ควรเลือกที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นทาผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น กระชับเต่งตึงและเป็นสาวที่มีผิวสวยสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยค่ะ สาวผิวมัน สำหรับสาวผิวมันนั้นสาเหตุก็เกิดจากต่อมไขมันบนใบหน้าผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้เกิดความมันส่วนเกินบริเวณทีไซนเป็นพิเศษ เมื่อผิวหน้ามันมากก็จะทำให้มีสิวง่ายและยังทำให้รูขุมขนกว้างอีกด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ควรเลือกใช้ควรเลือกชนิดที่เนื้อครีมบางเบา ทาแล้วซึมซาบสู่ผิวง่ายและยังสามารถควบคุมความมันส่วนเกินได้ แต่ควรใช้คู่กันกับมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผิว รักษาความชุ่มชื้นผิวและช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย สาวผิวผสม ผิวประเภทนี้จะมีน้ำมันผลิตออกมาเคลือบผิวแบบบางๆ ในบริเวณของทีโซนซึ่งก็คือ ในส่วนของหน้าผากและจมูกค่ะ ส่วนดังกล่าวจะพบว่ามีความมันมากกว่าส่วนแก้ม ครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้จะต้องไม่เข้มข้นหรือเบาบางมากเกินไป ขณะเดียวกัน การทามอยส์เจอไรเซอร์ก็ควรเลือกทาเน้นเฉพาะในส่วนแก้มกับบริเวณผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมกัน สาวผิวแพ้ง่าย สาเหตุที่ทำให้คุณเป็นสาวผิวแพ้ง่ายก็เนื่องจากชั้นผิวหนังลดการต้านทานต่อสารระคายเคืองผิวลง ทำให้ผิวมีความบอบบางและระคายเคืองง่าย ครีมบำรุงผิวที่ควรเลือกใช้จึงควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมจากน้ำหอม ไม่ทำให้ผิวอุดตัน แต่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวคงสภาพปกติดังเดิมได้ และที่สำคัญควรเลือกประเภทที่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญผิวแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในผิวบอบบาง ผิวหนังของคนเรามีความแตกต่างกัน ครีมบำรุงผิวแต่ละประเภทที่ผลิตออกมาก็ย่อมมีความแตกต่างกันด้วย ดังนั้น สาวๆ จะต้องใส่ใจเลือกครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิวคุณเองด้วยนะคะ แล้วประสิทธิภาพในการบำรุงและดูแลผิวก็จะยิ่งเต็มเปี่ยมดั่งใจมากขึ้น ที่มาของภาพ – http://www.girlsallaround.com/ – http://variety.teenee.com/

Read More »

6 จุดบ่งชี้ความแก่ สิ่งที่ผู้หญิงอยากสวยต้องรับมือแก้ให้ทัน

ผู้หญิงเราอยากสวยเป็นสาวพันปีด้วยกันทั้งนั้น แต่หากอายุยิ่งมากยิ่งมาพร้อมริ้วรอยแห่งวัยที่บ่งบอกถึงความแก่ก็ย่อมไม่มีใครปรารถนาหรอกจริงมั้ยคะ แต่หากวันนี้เราจะสามารถรับมือต่อต้านความแก่หรืออย่างน้อยก็ชะลอไม่ให้ความแก่มาเยือนเร็วก่อนวัยอันควรได้จาก 6 สัญญาณเตือนความแก่ดังที่เรากำลังจะแนะนำนี้ ก็ย่อมช่วยให้คุณสาวๆ ใส่ใจรับมือดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้คุณแก่ช้าได้อย่างแน่นอน เอาล่ะหากพร้อมแล้วมาดูกันดีกว่าว่าสัญญาณเตือนความแก่ 6 จุดส่วนใดบ้างนะที่จะต้องเร่งใส่ใจดูแลกันตั้งแต่เนิ่นๆ 1.ผิวลำคอ ผิวลำคอที่แสนบอบบางและนุ่มนวลของเรามันย่อมขาดความชุ่มชื้นและมีกระบวนการผลิตคอลลาเจนน้อยลงได้เช่นกัน หากเราอายุมากขึ้นและที่ผ่านมาแทบจะไม่เคยใส่ใจทาครีมบำรุงเลย นานไปมันก็ย่อมขาดความกระชับยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นหรือหย่อนคล้อยง่ายขึ้นนั่นเอง แนะนำให้หันมาทาครีมบำรุงลำคอเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมสร้างความกระชับยืดหยุ่นและทำให้ผิวดังกล่าวคงความชุ่มชื้นเอาไว้นานๆ ต่อไป 2.ผิวพรรณตามเรือนร่าง ไม่ว่าจะเป็นผิวแขน ขาหรือส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย หากพบว่ามันขาดความกระชับยืดหยุ่น เริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำและความไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ รวมถึงมีปัญหาความหมองคล้ำนั่นก็ย่อมส่งสัญญาณเตือนเราได้ถึงความแก่แล้วเหมือนกันนะคะสาวๆ แนะนำให้คุณหันมาดูแลใส่ใจด้วยการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านและดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อเติมเต็มน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวก็ย่อมกระชับ ยืดหยุ่นขึ้นและกระจ่างใสขึ้นได้แล้วค่ะ 3.ผิวรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาจัดเป็นผิวที่มีความบอบบางมากที่สุดก็ว่าได้ รวมถึงริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆ บนใบหน้าก็เช่นเดียวกัน แต่สำหรับรอบดวงตาแล้วมันยังพ่วงมาพร้อมรอยตีนกาที่มักปรากฏเห็นเด่นชัดด้วยนะ แนะนำให้สาวๆ หันมาทาอายครีมบำรุงเป็นประจำ เลือกที่มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนผสม เพราะให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึงวิตามินเอและวิตามินซี เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เกิดการเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น และช่วยบำรุงให้ผิวส่วนดังกล่าวยืดหยุ่น กระชับและเต่งตึงขึ้นได้ด้วยค่ะ 4.หน้าอก ปกติแล้ว หน้าอกของผู้หญิงเราจะต้องเต่งตึงและกระชับได้รูปสวยจริงมั้ยคะ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปร่างกายก็ย่อมผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ไขมันหน้าอกก็ลดลงตามด้วยเช่นกัน วิธีแก้ไขคุณสามารถหันมาใส่บราที่มีขนาดไซส์พอดีกับเต้านมเพื่อช่วยพยุงไม่ให้เต้านมหย่อนยานเร็ว และควรกินอาหารที่มีโปรตีนรวมถึงอาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ให้ทั้งคอลลาเจนและเสริมสร้างอิลาสติน นอกจากนี้ ควรทำท่าบริหารหน้าอกเป็นประจำด้วยเพื่อเสริมกล้ามเนื้ออกให้แข็งแรงกระชับ หน้าอกสาวๆ ก็จะไม่หย่อนคล้อยเร็วแล้วค่ะ 5.ขนคิ้ว ขนตาและเส้นผม เมื่อไรที่เราแก่ตัวขึ้น บรรดาเส้นผม เส้นขนอย่างขนคิ้วและขนตาก็ย่อมโบกมือลาเราเหมือนกัน นั่นเพราะฮอร์โมนเพศที่ผลิตน้อยลงส่งผลให้เกิดปัญหาดังกล่าวร่วมด้วย แต่เทคนิคปัจจุบันก็สามารถช่วยอัพความมั่นใจด้านความงามให้เราได้ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการปลูกผม การติดขนตาปลอม การเขียนคิ้วหรือการสักคิ้วถาวรสวยๆ นอกจากนี้ เราควรหันมาใส่ใจกินอาหารที่ให้สารไบโอตินกันตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงวิตามิน B และสังกะสี หากทำได้ตามนี้เป็นประจำก็จะช่วยบำรุงให้รากขนทุกเส้นในเรือนร่างแข็งแรงและยากต่อการหลุดร่วงได้อย่างแน่นอนค่ะ 6.ข้อศอก หัวเข่าและมือ มือจัดเป็นอวัยวะส่วนแรกที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงความแห้งและหยาบกร้าน ตลอดจนถึงริ้วรอยเหี่ยวย่นที่มองเห็นได้ชัดเจน อย่าปล่อยให้มือมาบ่งบอกอายุของเราเลยนะคะว่ามันมากขนาดไหนแล้วหรือบางคนอายุน้อยๆ แต่มือกลับแก่ก่อนวัยอันควรก็มี นอกจากนี้ หัวเข่าและข้อศอกก็นับเป็นอีกสองส่วนที่จะต้องให้การใส่ใจบำรุงอย่างดีเช่นกัน หากสาวๆ ไม่อยากให้ส่วนดังกล่าวมีสภาพแก่ก่อนวัยเร็ว ควรหันมาใส่ใจทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเป็นประจำตั้งแต่เนิ่นๆ และดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอจะดีกว่า เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วค่ะ จริงอยู่ที่วันเวลาและอายุที่มากขึ้นจะทำให้ผิวหนังและเส้นขนบนเรือนร่างเราร่วงโรยโดยเร็ว ทำให้เราแก่ก่อนวัยได้ แต่ถึงอย่างนั้น หากสาวๆ ได้ทราบแล้วว่าทุกจุดของร่างกายมีส่วนใดบ้างที่จะเป็นสัญญาณบ่งบอกความแก่ หากคุณรู้เท่าทันและรีบใส่ใจดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยให้สายเกินไปหรือรอจนอายุมากแล้วจึงคิดมาดูแล ก็ย่อมทำให้คุณสามารถชะลอริ้วรอยความแก่ได้อย่างดีแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าลืมหันมาดูแลตัวเองกันเนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้นะคะ เพราะการดูแลตัวเองนั้นง่ายมาก ตั้งแต่การกินอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 ...

Read More »

เลี่ยงด่วน! 7 พฤติกรรมทำลายผิวสาววัยเลข 3 ให้มีริ้วรอยแห่งวัยเร็ว

สาววัยเลข 3 เป็นช่วงเวลาที่อายุกำลังจะนับถอยหลังเพื่อก้าวเข้าสู่เลข 4 และนั่นก็คือ สัญญาณบ่งบอกความแก่อย่างเต็มตัว แต่สำหรับผู้หญิงเรายุคปัจจุบันมีใครอยากแก่กันบ้างล่ะ ซึ่งจริงๆ แล้ว หากเราดูแลผิวอย่างพิถีพิถันมากขึ้นก็ย่อมชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้เช่นเดียวกัน เพียงสาวๆ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมตามนี้! 1.ขี้เกียจล้างเครื่องสำอาง ต่อให้รักการแต่งหน้าแค่ไหน แต่สาวๆ หลายคนก็อิดออดและขี้เกียจล้างเครื่องสำอางออกอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุตัวฉกาจอันดับต้นๆ ที่บั่นทอนความงามของผิวให้ร่วงโรยก่อนวัยอันควรได้เช็ดกัน ดังนั้น หากอยากสวยแค่ไหน จากนี้หลังกลับมาถึงบ้านแล้วต้องรีบล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนนอนด้วยนะคะ เพราะนอกจากผิวหน้าจะสวยใสไร้สิวแล้ว ยังสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วย 2.สครับผิวบ่อยและรุนแรงเกินไป การสครับผิวหน้าย่อมเป็นสิ่งดีเพราะจะช่วยผลัดความหมองคล้ำออกจากผิว เผยความกระจ่างใสได้อย่างเต็มตา ทว่าการสครับผิวที่รุนแรงและบ่อยครั้งเกินไป ย่อมเป็นการรบกวนผิวให้ระคายเคืองได้ ทั้งเกิดการเสียดสีจนเกิดริ้วรอยและยังทำให้ผิวแห้งกร้านมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนี้ซะ หันมาสครับสัปดาห์ละครั้งและสครับอย่างเบามือจะดีกว่า 3.เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับผิวหน้า สกินแคร์บำรุงผิวหน้าในปัจจุบันมีให้เลือกใช้ด้วยกันหลากยี่ห้อและเหมาะสำหรับแต่ละสภาพผิวแตกต่างกัน แนะนำค่ะว่าสาววัยเลข 3 ควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมสำคัญเพื่อต่อต้านและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยพร้อมกันด้วย เพราะหากคุณเลือกใช้สกินแคร์แบบผิดๆ หรือใช้แบบสาวแรกรุ่นก็อาจจะทำให้ผิวไม่ได้รับสารอาหารบำรุงที่เหมาะสมกับวัยได้ และทำให้คุณเกิดริ้วรอยแห่งวัยเร็วขึ้นอีกด้วย 4.ไม่ทาครีมกันแดด นี่ก็คือ อีกหนึ่งขั้นตอนการดูแลผิวหน้าที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง สาวๆ หลายคนรักการทาครีม แต่งหน้าก็จริง แต่ก่อนออกจากบ้านบางครั้งก็ละเลยการทาครีมกันแดด รู้มั้ยคะว่าวัยเลข 3 นี่แหละที่ผิวกำลังมีปัญหาต่างๆ เข้ามาเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สิวและริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยเหี่ยวย่นมักจะเกิดขึ้นง่ายมากหากผิวหน้าคุณตากแดดบ่อย และหากไม่ทาครีมกันแดดล่ะก็ เตรียมมีผิวหน้าแก่เร็วก่อนวัยได้เลย 5.ปล่อยร่างกายให้ขาดน้ำ ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ผิวยิ่งร่วงโรยมากขึ้นสองเท่าบวกกับอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำลายด้วยแล้ว ผิวสาววัยเลข 3 ยิ่งมีริ้วรอยแก่ก่อนวัยง่ายขึ้นเลยล่ะ และหากสาวๆ ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ไม่ชอบดื่มน้ำอย่างเพียงพอด้วยแล้ว ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นในที่สุด ดังนั้น รู้แบบนี้แล้วหันมาดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตรกันดีกว่า ร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำ แถมยังส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นด้วย 6.ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จัด การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าทำอย่างยิ่งค่ะ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ สารพิษจากบุหรี่จะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวให้เสื่อมลงโดยเร็ว เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะหายไป ทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม สีผิวหมองคล้ำ ดำกร้านและเกิดริ้วรอยเร็ว สุดท้ายคุณสาวๆ วัยเลข 3 ก็จะแก่เร็วราวกับสาววัยเลข 4 อย่างไม่น่าเชื่อ 7.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่เพียงแค่การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นที่จะทำลายสุขภาพผิวให้เสียเร็ว เพราะการนอนดึก อดหลับอดนอนก็เช่นกัน เหล่านี้.. ล้วนทำลายผิวให้ย่ำแย่และมีริ้วรอยแห่งวัยง่ายขึ้น เนื่องจากขณะที่เราหลับนั้น เซลล์ผิวจะต้องฟื้นฟูตัวเองให้เต่งตึงและกลับสู่สภาพความแข็งแรงอีกครั้ง แต่หากสาวๆ ไม่ยอมปรับพฤติกรรมโดยหันมาเข้านอนภายในช่วง 4 ...

Read More »