Home / การแต่งหน้า / เครื่องสำอาง

เครื่องสำอาง

การเลือกเครื่องสำอางให้เหมาะกับตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญในการแต่งหน้าไม่แพ้ผีมือนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสี เนื้อครีม รวมไปถึงกลิ่น เพราะฉนั้นต้องใส่ใจเป็นพิเศษคะ

กฎในการเลือกซื้อเครื่องสำอางคุณภาพดีและสวยสุดคุ้ม

เพราะการแต่งหน้าทำให้ผู้หญิงเราสวยและดูดีเสมอ แต่ก่อนอื่นเราจะต้องรู้จักเลือกซื้อเครื่องสำอางมาใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว สีผิวและอีกหลายๆ ปัจจัยที่จะทำให้การแต่งหน้าออกมาสวยสมบูรณ์แบบมากขึ้น สาวคนไหนที่ถือว่ายังเป็นมือใหม่ในการแต่งหน้า แน่นอนค่ะว่าการเลือกซื้อเครื่องสำอางครั้งแรกๆ นั้น ตอนที่คุณยังไม่มีประสบการณ์คุณอาจซื้อมาแบบผิดๆ ถูกๆ ได้สีสันของเมคอัพที่ไม่สวยโดนใจ แต่งเติมไปแล้วไม่แมทช์กับสีผิว และไม่ว่าจะปัญหาใดก็ตามที่ทำให้คุณไม่ปลื้มกับการซื้อเครื่องสำอางเลย วันนี้ Yinglek.com เรามาแก้ปัญหานี้ด้วยกฎในการเลือกซื้อเครื่องสำอางแบบสุดคุ้มที่จะทำให้คุณได้เมคอัพดีๆ มีคุณภาพ สีสันสวยงามและสมกับราคาที่จ่ายไปพร้อมกันดีกว่า กฎของการเลือกซื้ออายแชโดว์สีสันใหม่ๆ อายแชโดว์มีให้เลือกใช้ด้วยกันหลายสีมาก และสำหรับสีที่ออกมาใหม่ๆ ย่อมยั่วยวนคุณไม่น้อย สำหรับคนที่ไม่มันใจว่าสีผิวจะเข้ากันหรือไม่หรือแต่งอย่างไรให้เกิด อย่าเพิ่งใส่ใจแค่หลังจากพนักงานเคาท์เตอร์แต่งเสร็จแล้วเท่านั้นนะคะ เพราะหลังจากนั้นคุณจะต้องแต่งด้วยตัวเองจริงๆ เมื่อซื้อกลับไปแล้ว นั่นแหละคือปัญหาว่าคุณจะแต่งอย่างไรให้ออกมาสวยปิ๊งเหมือนตอนลองกับพนักงาน ดังนั้น ในระหว่างที่ลองคุณอาจจะขอเทสต์มันด้วยตัวเองหรือจะต้องสอบถามเทคนิคในการแต่งด้วยว่าแต่งอย่างไรให้ออกมาสวย แมทช์กันอย่างลงตัวแท้จริง เพราะถ้าหากคุณแต่งออกมาไม่สวยดั่งใจ มีหวังอายแชโดว์สีตลับใหม่นั้นอาจจะถูกวางทิ้งขว้างอย่างไม่ได้รับการแยแสอีกเลยก็เป็นได้ กฏของการเลือกซื้อรองพื้น การเลือกซื้อรองพื้นนั้นเราจะต้องเลือกให้สว่างกว่าสีผิวจริงสัก 1 เฉดจริงมั้ยคะ แต่รองพื้นมันมักจะต้องรอเวลาให้เซ็ทตัวก่อนมันจึงจะปรับสภาพสีผิวแท้จริงให้เราเห็นได้ ดังนั้น หากคุณสาวๆ ซื้อรองพื้นและกำลังเทสต์อยู่ล่ะก็ อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อในขณะนั้นเด็ดขาด รอให้รองพื้นแห้งและเซ็ทตัวเองก่อนสักพักดีกว่าหรือเดินออกไปข้างนอกเคาท์เตอร์ เพื่อให้แสงจากธรรมชาติได้กระทบส่องลงบนผิว คุณก็จะพบกับสีผิวจริงหลังจากรองพื้นเซ็ทตัวไปแล้วเรียบร้อย เมื่อนั้นก็ย่อมทำให้เกิดความแตกต่างและทำให้คุณพิจารณาที่จะเลือกซื้อรองพื้นกลับบ้านได้มากขึ้นแล้วค่ะ กฏของการเลือกซื้อลิปสติก เมื่อลิปสติกมีสีสันใหม่ๆ ออกมาวางจำหน่าย บรรดาสาวๆ ที่รักการทาลิปสติกเป็นชีวิตจิตใจจะต้องรีบกระโดดเข้าใส่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางชิ้นนั้นแน่ๆ แต่การเทสต์สีลิปสติกลงบนริมฝีปากเรานั้น คุณจะต้องมั่นใจว่าได้ลบสีลิปสติกเก่าๆ หรือสีที่เทสต์ก่อนหน้าออกไปแล้ว เพราะหากทาสีลิปทับกัน มันจะทำให้คุณไม่สามารถเทียบเห็นความแตกต่างกันได้ เผลอๆ ยังอาจเข้าใจผิดคิดว่าลิปสติกแท่งล่าสุดที่เพิ่งทาไปนี่แหละที่สีสวยมากที่สุดแล้ว ทั้งที่จริงๆ มันก็คือการผสมสีกับสีก่อนๆ เท่านั้น ดังนั้น แนะนำให้ลบสีลิปสติกเก่าออกจากปากก่อนให้หมดดีกว่าแล้วค่อยเทสต์เป็นสีๆ ไปนะคะสาวๆ เชื่อมั่นในตัวเองก่อนซื้อเครื่องสำอางทุกครั้ง แน่นอนค่ะว่าหากคุณไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางคนเดียว คุณจะต้องได้รับแรงเชียร์จากพนักงานที่เคาน์เตอร์มากแน่ๆ และบางทีสีสันของเครื่องสำอางนั้นๆ อาจจะไม่เหมาะสมกับคุณเลยก็ได้ ดังนั้น จะให้ดีคุณควรมั่นใจด้วยตัวคุณเองดีกว่า หรืออาจจะพาเพื่อนสาวคนสนิท พาญาติๆ ไปเดินเลือกเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ ให้ญาติหรือให้เพื่อนของเราช่วยดูให้จะดีกว่า อีกทั้งยังทำให้พนักงานขายพลอยเกรงใจเรามากขึ้นด้วย งานนี้คุณก็จะไม่รู้สึกถูกกดดันจากพนักงานที่เคาท์เตอร์มากเกินไปแล้วล่ะ เห็นกันหรือยังคะสาวๆ หากคุณเป็นมือใหม่ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางมาใช้ให้เหมาะสมกับสีผิวและใช้ให้สวยตรงใจจริงๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรื่องแบบนี้มันซับซ้อนและละเอียดอ่อนค่อนข้างมากค่ะ เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป อย่าลืมนำกฏของการเลือกซื้อเครื่องสำอางในราคาสุดคุ้ม ได้คุณภาพดีและสวยถูกใจไปใช้กันบ่อยๆ นะคะ ที่มาของภาพ darafashion.gmember.com, waacademy.com, playbuzz.com, makeupbysiham.blogspot.com  

Read More »

มือใหม่หัดแต่งหน้า ใช้คอนซีลเลอร์อย่างไรให้สวยเป๊ะดีนะ!?

คอนซีลเลอร์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการแต่งหน้า นอกเหนือจากรองพื้นที่ช่วยปกปิดผิวหน้าที่มีปัญหาให้เนียนเรียบและดูกระจ่างใสแล้ว คอนซีลเลอร์นี่แหละคือตัวช่วยที่สำคัญมากในการปกปิดรอยสิว จุดด่างดำรวมทั้งผิวหมองคล้ำและรอยดำใต้ตาได้อย่างชะงัดนัก สาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าจึงขาดคอนซีลเลอร์ไปไม่ได้เลยถ้าคุณอยากมีผิวกระจ่างใสไร้ริ้วรอย หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คอนซีลเลอร์เป็นอย่างดี แต่สำหรับสาวคนไหนเพิ่งเริ่มแต่งหน้าและไม่รู้จะเริ่มใช้คอนซีลเลอร์อย่างไรดี มีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้คุณได้รู้ว่าจะใช้คอนซีลเลอร์อย่างไรค่ะ ควรใช้คอนซีลเลอร์ก่อนหรือหลังรองพื้น? คำตอบสำหรับคำถามนี้.. ไม่มีข้อจำกัดตายตัวว่าจะใช้ก่อนหรือหลังรองพื้นดี บางคนอาจจะบอกว่าใช้คอนซีลเลอร์ก่อนลงรองพื้นจะทำให้ปกปิดริ้วรอยได้อย่างเนียนกริบ แต่บางคนก็อาจจะบอกว่าใช้คอนซีลเลอร์หลังรองพื้นเพราะจะสามารถลงคอนซีลเลอร์ได้พอดีไม่หนาหรือบางเกินไป ซึ่งคุณสามารถเลือกวิธีลงคอนซีลเลอร์ได้ในแบบที่ตนเองถนัด คอนซีลเลอร์สีเขียว ใช้สำหรับปกปิดรอยแดงบนผิวหน้า เช่น รอยแดงจากสิวหรือรอยผิวไหม้จากแสงแดด แต่ไม่ควรใช้คอนซีลเลอร์สีเขียวในบริเวณผิวที่มีรอยคล้ำหรือจุดด่างดำ คอนซีลเลอร์สีเหลือง เป็นโทนสีกลางๆ ที่สามารถใช้ได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน สาวๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาผิวเพียงแต่ต้องการปกปิดผิวเพื่อให้ดูเนียนกริบสามารถใช้คอนซีลเลอร์สีเหลืองเป็นสีพื้นฐานได้เลยค่ะ คอนซีลเลอร์สีชมพู สามารถใช้กับผิวจุดที่มีปัญหารอยหมองคล้ำหรือจุดด่างดำ หลีกเลี่ยงการใช้ในบริเวณทิ่ผิวมีการอักเสบเป็นรอยแดงอย่างเช่นรอยแดงจากสิว การเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ ให้เลือกสีที่อ่อนกว่าสีรองพื้นสักหนึ่งเฉด เพราะการทาคอนซีลเลอร์ในบริเวณจุดด่างดำหรือรอยแดงจากสิวด้วยสีคอนซีลเลอร์ที่อ่อนกว่าสีเมคอัพที่คุณใช้แต่งหน้าปกติ จะช่วยให้สีผิวบริเวณที่มีปัญหาดูสว่างขึ้นและทำให้เห็นรอยแดงหรือจุดด่างดำลดลง Tip 1.หลังจากลงคอนซีลเลอร์แล้วให้ใช้แปรงแต่งหน้าปัดแป้งฝุ่นทับบริเวณที่ลงคอนซีลเลอร์ ก็จะช่วยให้ผิวดูเนียนมากว่าใช้พัฟแตะแป้งลงบนผิวหน้า 2.สามารถใช้คอนซีลเลอร์ทาบริเวณเปลือกตา เพื่อช่วยให้สีของอายแชโดว์ที่คุณใช้ส่องประกายสีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังทำให้อายแชโดว์ติดทนนานอีกด้วยค่ะ เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยให้สาวๆ มือใหม่สามารถใช้คอนซีลเลอร์ให้ได้ประโยชน์และเป็นแนวทางในการเลือกซื้อคอนซีลเลอร์ที่เหมาะกับการใช้งานอีกด้วยค่ะ ที่มาของภาพ http://www.persian.fi/ และ http://www.globalfashionreport.com/  

Read More »

วิธีล้างอุปกรณ์แต่งหน้าที่ทำได้แสนง่าย

อุปกรณ์แต่งหน้าเป็นตัวช่วยที่จะเนรมิตความงามบนใบหน้าเราได้ เพราะเครื่องสำอางหลากหลายเฉดสีจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีอุปกรณ์ในการช่วยตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นพัฟต์และแปรงต่างๆ แต่เมื่อเวลานานไปสิ่งสกปรกย่อมตกค้างในอุปกรณ์แต่งหน้าหนาขึ้นแน่นอน และหากเราไม่นำมาทำความสะอาดก็อาจก่อให้เกิดสิวขึ้นหน้าได้ ดังนั้น สาวๆ ควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ล้างหน้าอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเกิดสิวและช่วยให้การแต่งหน้าติดเรียบลื่นมากยิ่งขึ้น วันนี้ Yinglek.com ก็มีวิธีล้างอุปกรณ์แต่งหน้าแต่ละชิ้นมาฝากกันแล้ว มีอะไรบ้างและมีขั้นตอนการล้างอย่างไร มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ พัฟฟ์หรือฟองน้ำ 1. นำพัฟฟ์หรือฟองน้ำสำหรับแต่งหน้ามาล้างผ่านน้ำจนชุ่ม จากนั้นบีบน้ำเพื่อให้เศษแป้งหลุดออก 2. แช่พัฟฟ์หรือฟองน้ำลงในน้ำอุ่นที่ผสมด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที 3. ขยี้พัฟฟ์หรือฟองน้ำอย่างเบามือ 4. ล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาดแล้วนำไปตั้งผึ่งลมให้แห้ง แปรงรองพื้น 1. เทเบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอกลงในจานสำหรับจุ่มแปรง จากนั้นจึงจุ่มแปรงลงไปพร้อมกับแกว่งแปรงไปมา จนสีของรองพื้นหลุดออกมาจากขนแปรง 2. นำสบู่เหลวมาเทใส่ลงไปแล้วแกว่งแปรงอีกครั้ง 3. ล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด จากนั้นบีบขนแปรงเพื่อไล่น้ำออกอย่างเบามือ 4. ซับด้วยผ้าขนหนูเบาๆ โดยซับตามแนวของขนแปรง ไม่ควรขยี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ขนแปรงเสียรูปทรงได้ 5. นำแปรงไปตั้งผึ่งลมให้แห้งต่อไป แปรงแต่งหน้า 1. นำแปรงแต่งหน้ามาล้างวนในน้ำที่ผสมกับสบู่อ่อนๆ โดยวนแบบทวนเข็มนาฬิกา 2. จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยวิธีวนทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน 3. ซับด้วยผ้าขนหนูเบาๆ แล้วผึ่งให้แห้ง พู่กันแต่งตาและปาก 1. นำพู่กันมาล้างโดยแกว่งในน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนๆ 2. แกว่งในน้ำเปล่าเพื่อล้างคราบสบู่ออกจนหมด 3. ซับแปรงด้วยผ้าขนหนูจากนั้นผึ่งลมให้แห้งค่ะ Tip : หลังจากสาวๆ ใช้แปรงเสร็จแล้ว ให้ปัดปลายของขนแปรงลงบนกระดาษทิชชู ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สีของเครื่องสำอางเลอะติดกันเป็นก้อนนั่นเอง ที่ดัดขนตา 1. หยดอาย เมคอัพ รีมูฟเวอร์ลงบนแผ่นสำลีจากนั้นนำมาเช็ดส่วนที่เป็นโลหะให้ทั่ว 2. เช็ดออกด้วยกระดาษทิชชูอีกครั้งจนสะอาด Tip : ควรเปลี่ยนเนื้อยางทุก 2 – 3 เดือน เพื่อช่วยยืดอายุที่ดัดขนตาให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากขึ้น สาวๆ ทั้งหลายรักที่จะแต่งหน้าเพื่อเสริมความงามอย่างเดียวคงไม่พอหรอก เพราะการมีผิวหน้าสวยเนียนใสปราศจากสิวด้วยนั้นย่อมเป็นสิ่งสำคัญ และการหมั่นล้างทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าก็ช่วยทำให้ผิวหน้าห่างไกลจากสิวด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าลืมแบ่งเวลาสักเดือนละ 2 ครั้งมาล้างอุปกรณ์แต่งหน้ากันบ้างนะคะ ที่มาของภาพ bloggang.com, mahosot.com  

Read More »

แก้ไขมาสคาร่าแห้งด้วยเคล็ดลับง่ายๆ

ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ และการแต่งหน้าแต่ละครั้งดวงตาก็คือ จุดที่ผู้หญิงเราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้น มาสคาร่าจึงกลายมาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์แต่งหน้าชิ้นสำคัญที่ช่วยเนรมิตขนตาให้งอนงาม คมเข้มและดูหนากว่าเดิม เพื่อให้ดวงตาของคุณดูกลมโตและมีเสน่ห์น่ามองยิ่งขึ้น แต่หากมาสคาร่าของสาวๆ คนไหนไม่ถูกใช้งานนานๆ ก็อาจเกิดปัญหามาสคาร่าแห้ง จับตัวแข็งเป็นก้อนจนไม่สามารถใช้งานได้ หากคุณไม่มีมาสคาร่าสำรองล่ะ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร วันนี้ yinglek.com เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้มาฝากค่ะ วิธีแก้ปัญหามาสคาร่าแห้ง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดภาวะมาสคาร่าแห้งในเวลาเร่งด่วนที่เราต้องการใช้งานนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่คุณสาวๆ ใช้น้ำตาเทียมหยดลงไปในขวดประมาณ 2-3 หยด จากนั้นจึงคนด้วยแปรงปัดขนตาจนน้ำตาเทียมและเนื้อมาสคาร่าละลายเข้ากัน อย่าลืมคนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวไม่เหลือก้อนหรือคราบแข็งๆ นะคะ เวลาปัดจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อนที่ขนตาของเรา นอกจากนี้ ยังมีวิธีแก้แบบฉุกเฉินในกรณีที่คุณไม่มีน้ำตาเทียม นั้นคือใช้น้ำเปล่าที่มั่นใจว่าสะอาดหยดแทน หรือนำขวดมาสคาร่าไปแช่ในน้ำร้อนเพื่อให้เนื้อมาสคาร่าละลายก็ใช้ได้ผลเช่นกัน ซึ่งทั้ง 3 เคล็ดลับนี้ก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีในเวลาสั้นๆ ทำให้คุณสามารถแต่งหน้าต่อไปได้ราบรื่นไม่สะดุด และสามารถนำมาสคาร่าที่ทิ้งไว้จนเนื้อแห้งแข็งกลับมาใช้งานได้อีกครั้งอย่างสบายๆ อย่าลืมว่ามาสคาร่าชิ้นหนึ่งราคาไม่น้อย ดังนั้นหากต้องการใช้งานให้คุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่คุณเสียไปล่ะก็ ต้องหมั่นดูแลและนำมาใช้บ่อยๆ จนกว่าจะหมด หรือหากปล่อยไว้นานก็ลองนำเคล็ดลับการคืนชีวิตให้มาสคาร่าที่แห้งแข็งกลับมาใช้งานได้ดีเหมือนใหม่ทั้ง 3 ข้อไปใช้งานดูนะคะ รับรองว่าไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมาสคาร่าแท่งใหม่แน่นอน ที่มาของภาพ http://kaewsaiidea.com

Read More »

6 อาการแพ้เครื่องสำอางที่ควรระวัง!

เครื่องสำอางนั้นเป็นไอเท็มที่เราต้องใช้กันเป็นประจำทุกวัน เรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว แต่ถ้าหากเครื่องสำอางนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับผิวของเรามันก็อาจจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังแพ้เครื่องสำอางอยู่หรือเปล่า มาดูกันค่ะว่าอาการแพ้เครื่องสำอางนั้นมีอะไรบ้าง 1.ผิวหนังเป็นผื่นคัน อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นทันทีหากคุณแพ้ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางตัวนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำหอมมากกว่าที่อาจจะต้องสัมผัสกับผิวหนังที่บอบบางเป็นพิเศษ โดยคุณจะมีอาการบวม คัน คล้ายๆ กับเป็นลมพิษ บางคนอาจจะมีอาการแสบคันหรือเกิดเป็นตุ่มแดงๆ ขึ้นได้ค่ะ เพราะฉะนั้นหากใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดผื่นคันเหล่านี้ขึ้นก็ควรหยุดใช้ทันทีเลยนะคะ 2.ผิวหนังอักเสบ เราจะรู้สึกคันยิบ ๆ หลังจากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นผื่นแดงและมีตุ่มอักเสบผุดขึ้นมาด้วยถ้าหากอาการหนัก ซึ่งหากอาการรุนแรงมาก ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์เลยล่ะ 3.ผิวหนังมีรอยดำคล้ำ หากคุณใช้เครื่องสำอางไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าผิวของคุณนั้นดำลงเรื่อยๆ นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังใช้ทำให้ผิวคุณเกิดอาการแพ้แสงแดด ทำให้เห็นเป็นรอยดำอย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ 4.เป็นกระ เกิดจากการที่คุณใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารปรอท ซึ่งมันจะทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นแต่ไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วผิวของคุณก็จะกลายเป็นผิวกระดำกระด่างน่าเกลียดสุดๆ เลยล่ะ ไม่อยากให้ผิวขึ้นกระจนดูน่าเกลียดก็อย่าลืมทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ทุกครั้งนะ 5.การเปลี่ยนแปลงของเล็บมือ ลองสำรวจดูบริเวณเล็บมือของคุณหน่อยว่ามีการผิดปกติบ้างหรือเปล่า เช่น เล็บลอก เล็บผุกร่อน เปลี่ยนสี ขอบเล็บอักเสบ เพราะมันอาจจะเกิดจากการใช้เครื่องสำอางของคุณก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้า ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บและบางครั้งก็อาจจะเกิดจากร้านเสริมสวยที่รักษาความสะอาดไม่เพียงพอได้ค่ะ 6.เยื่อบุตาอักเสบ                                                                                เยื่อบุตาอักเสบนั้นเกิดจากการสะสมของสารพิษในระยะยาว ซึ่งถ้าเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็มักจะไม่มีอันตรายเหล่านี้ แต่ในบางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ผลิตที่อาจจะใส่สารที่เป็นอันตรายเช่น ปรอท ตะกั่ว ที่สามารถก่อให้เกิดพิษได้นั่นเอง หากผิวของคุณเกิดการแพ้เครื่องสำอางแบบนี้ ควรหยุดใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นโดยด่วนและรีบไปพบแพทย์ทันทีหากอาการแย่ลง หรือถ้าให้ดีควรตรวจสอบเครื่องสำอางก่อนใช้จะดีที่สุดค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับผิวที่แพ้เครื่องสำอางภายหลังได้นั่นเอง ที่มาของภาพ https://www.healthtap.com และ http://women.sanook.com/  

Read More »

เปิดกรุโต๊ะเครื่องแป้ง.. เช็คเครื่องสำอางหมดอายุกันเถอะสาวๆ

สาวๆ ทั้งหลายที่รักการแต่งหน้าทาปาก เคยลองหยิบเครื่องสำอางแต่ละชิ้นมาเช็ควันหมดอายุกันบ้างหรือยังเอ่ย เพราะเครื่องสำอางที่เราซื้อมาเก็บไว้ในกรุหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มันย่อมมีวันหมดอายุจากลาเราไปเหมือนกัน บางชิ้นที่นานๆ ทีกว่าจะหยิบมาใช้ก็ทำให้เรารู้สึกแสบคัน ระคายเคืองอย่างไม่รู้ตัว นั่นอาจเพราะมันเสื่อมคุณภาพและหมดอายุแล้วก็เป็นได้ ดังนั้น วันนี้ yinglek.com จะมาชวนคุณสาวๆ เช็คเครื่องสำอางบนโต๊ะเครื่องแป้งกันค่ะว่าสภาพของมันยังอยู่ดีหรือไม่ หรือพร้อมจะปาลงถังขยะได้แล้ว เรามาดูกันเลยนะคะ ดินสอเขียนขอบตาและขอบปาก แม้แต่ดินสอเขียนขอบตาและขอบปากเองก็มีอายุการใช้งานที่จำกัดเช่นกัน ดังนั้น หากสาวๆ ซื้อดินสออายไลน์เนอร์มาใช้นานเกินกว่า 12-18 เดือนไปแล้ว ก็ควรโละทิ้งไปได้เลยค่ะ เพราะอายุการใช้งานของมันได้เสื่อมสภาพแล้วนั่นเอง มาสคาร่า ดวงตาของเราเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และมาสคาร่าก็เป็นเครื่องสำอางชิ้นเด็ดที่สาวๆ หลายคนรักที่จะหยิบมาใช้บ่อยครั้ง ดังนั้น คุณจงรู้ไว้เลยนะคะว่ามาสคาร่าที่เราใช้ประจำมันมีอายุการใช้งานเพียง 2-3 เดือนเท่านั้นค่ะ หากเก็บไว้นานมากกว่า 3 เดือนไปแล้วและคิดว่าสภาพของมันยังคงใช้งานได้อยู่ ระวังไว้เลยว่ามันอาจจะทำให้ดวงตาระคายเคืองและเกิดการอักเสบตามมาได้แน่นอน อายไลเนอร์แบบน้ำและเจล ไอเท็มเด็ดประจำตัวสาวๆ ที่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตเลยก็ว่าได้ สำหรับอายไลน์เนอร์นั้นมีทั้งแบบน้ำและแบบเจล สาวคนไหนที่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ก็อาจจะต้องดูกันหน่อย เพราะมันมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นจ้ะ แต่หากสาวคนไหนที่หยิบมากรีดตาบ่อยๆ ก็หมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลย เพราะคุณอาจจะใช้มันหมดก่อนนั่นเอง ลิปสติก เป็นไอเท็มชิ้นเด็ดที่สาวๆ ทุกคนซื้อเก็บไว้เป็นกรุหลายแท่งเลยทีเดียว เพราะลิปสติกมักจะมีให้เราเลือกใช้กันหลายเฉดสี ยิ่งมากสีสันก็ยิ่งอยากซื้อมาเก็บไว้เพียบ แต่ถ้าใช้ไม่หมดเป็นต้องเสียดายแย่เลยว่ามั้ยละคะ เพราะมันมีอายุการใช้งานยาวนานเพียง 1-2 ปีเท่านั้นเอง แป้ง ไม่เพียงแค่แป้งผสมรองพื้นและไม่ผสมรองพื้นเท่านั้นนะคะ แต่ยังหมายถึงบรอนเซอร์และบลัชออนด้วย เนื่องจากเครื่องสำอางเหล่านี้มีอายุการใช้งานได้เพียงภายใน 2 ปีเท่านั้น อายแชโดว์ พาเลตต์อายแชโดว์สวยๆ หลากสีที่สาวๆ ลงทุนซื้อมาเก็บไว้ใช้แต่งหน้านั้น แม้ว่าบางช่องอาจจะไม่ได้ใช้ไปหมดครบทุกสีก็ตาม และยังคงทำให้อาการหวงของกำเริบอยากเก็บไว้ใช้นานๆ เพื่อมันจะได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทว่าอายแชโดว์พวกนี้กลับมีอายุใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ 6 เดือน – 1 ปีเท่านั้นเองนะ ดังนั้น โละทิ้งอย่าได้เสียดายเลย เดี๋ยวจะระคายเคืองผิวบริเวณดวงตาเราซะเปล่าๆ เนอะ รองพื้นและคอนซีลเลอร์ รองพื้นสำหรับสาวๆ บางคนก็อาจจะซื้อมาไว้ใช้นานๆ ที และรองพื้นก็ยังมีหลากหลายเฉดสีให้เลือกใช้ ซึ่งบางคนก็ซื้อไว้หลายเฉดเหมือนกัน แต่อย่าลืมนะคะว่ามันมีอายุการใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ 6 – 12 เดือนเท่านั้น เพราะการแต่งหน้าสวยๆ อาจจะยังไม่พอสำหรับคนที่รักความงามอย่างครบวงจร การเช็คเครื่องสำอางหมดอายุจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรใส่ใจเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคุณสาวๆ ทราบกันแบบนี้แล้ว สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องสำอางที่ตั้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งชิ้นไหนซื้อมาใช้นานเท่าไรแล้วบ้าง จากนี้รีบไปเช็คดูกันโดยด่วน ก่อนที่อาการผิวแพ้เครื่องสำอางจะถามหาไม่รู้ตัว ...

Read More »

ผิวสีดำกับการเลือกแป้งฝุ่นให้ดูเป็นธรรมชาติ

ปัญหาของสาวๆ ที่มีผิวคล้ำหรือผิวออกไปในโทนดำมากกว่าขาวมักจะประสบปัญหากับการเลือกแป้งฝุ่น โดยเฉพาะบางรายที่เป็นมือใหม่อาจจะเลือกแป้งฝุ่นที่คิดว่ามันจะช่วยเพิ่มความขาวให้ผิวหน้า จึงเลือกโทนไปในทางขาวสว่างมากเกินไป แต่เมื่อมันได้ลองลงเป็นส่วนหนึ่งกับผิวหน้าแล้วกลับพบว่ายิ่งไปสร้างจุดเด่นให้ผิวหน้าดูคล้ำและดำเพิ่มมากขึ้น การแต่งหน้าของสาวๆ สีผิวประเภทนี้จึงมักดูไม่เป็นธรรมชาติ จนหลายคนเลือกทางออกด้วยการไม่แต่งหน้าไปซะเลย ในความเป็นจริง เรายังมีทางออกสำหรับสาวผิวคล้ำที่จะทำให้การใช้แป้งฝุ่นดูเป็นธรรมชาติ และเฉิดฉายเป็นสาวทรงเสน่ห์ที่มีผิวหน้าเรียบเนียนได้เช่นกันค่ะ ทำความรู้จักกับแป้งฝุ่นกันก่อน ในหัวข้อนี้เรากล่าวถึงแป้งฝุ่นที่ใช้ตบลงไปบผิวหน้าหลังการใช้รองพื้น ต่างจากการใช้แป้งพัฟ ซึ่งตัวแป้งฝุ่นจะให้ความบางเบาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาจนกลายเป็นสาวหน้าขาววอกจนเกินไป เนื้อแป้งมีความละเอียดด้วยละอองฝุ่นขนาดเล็ก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมันในระหว่างวันได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง มันวาวแทนที่จะดูมันคล้ำ นอกจากนี้การใช้แป้งฝุ่นยังช่วยเป็นเกราะป้องกันให้รองพื้นติดทนนานอยู่บนผิวหน้าได้มากกว่า หลักในการทาแป้งฝุ่นมีด้วยกัน 2 วิธีคือ ใช้พัฟตบลงไปบนผิวหน้าคล้ายกับแป้งตลับ และอีกวิธีคือการใช้แปรงขนาดใหญ่ลูบให้ทั่วบริเวณผิวหน้า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกิดความเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่วิธีแรกจะช่วยให้เนื้อแป้งติดทนนานมากกว่า ดังนั้นการใช้งานอาจจะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้งานรองพื้นของสาวๆ หากเป็นรองพื้นที่หลุดออกง่ายก็ควรจะใช้วิธีแรกซับแป้งฝุ่นลงไปให้เนื้อติดกับผิวหน้ามากขึ้นเพื่อป้องกันให้ผิวหน้ายังดูกระจ่างใสได้นานขึ้นนั่นเองค่ะ หลักในการเลือกซื้อแป้งฝุ่นเพื่อสาวผิวคล้ำ มาถึงหลักในการเลือกซื้อแป้งฝุ่นสำหรับสาวๆ กันแล้วค่ะ ในที่นี้ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าแต่ละสาวๆ ก็จะมีความคล้ำของสีผิวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกซื้อแป้งฝุ่นให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด จะต้องทดลองใช้งานก่อนซื้อ โดยพยายามเลือกสีที่ไม่ทำให้ผิวหน้าขาวมากเกินไป การลองให้หงายข้อมือขึ้นแล้วลองทาแป้งลงไปบางๆ สีผิวบริเวณนี้จะใกล้เคียงกับผิวหน้ามากที่สุด สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือเลือกแป้งฝุ่นที่ไม่ทำให้ผิวหน้าดูลอยมากจนเกินไป พูดง่ายๆ ก็คือสีผิวของสาวๆ ที่ได้ออกมาจะต้องมีความนวลเนียนดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นการพยายามปกปิดสีผิวจริงของตัวเอง จำไว้เสมอว่าเฉดสีของแป้งฝุ่นที่ดีจะต้องเป็นเฉดที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสแต่ไม่ใช่เพิ่มความขาว หากต้องการให้การทดลองทำได้ดีจริง สาวๆ สามารถทดลองโดยการปรับสีลงไปบนผิวหน้าของตัวเองโดยตรง เพราะสีที่ได้จะชัดเจนมากกว่าการลองบนผิวมือ เฉดสีที่ดีจะต้องไม่เป็นการหลอกผิวของสาวๆ เอง จงเชื่อมั่นในความคล้ำของสีผิวที่สาวๆ ก็สามารถทำให้มันเฉิดฉายได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ไปกว่าสาวผิวขาวเลยแม้แต่น้อย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การเลือกแป้งฝุ่นสำหรับผิวสีเข้มเป็นเรื่องง่ายๆ และช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆ ก็สามารถกลับมาสวยเริ่ดได้อีกครั้งอย่างมั่นใจแน่นอนค่ะ ที่มาของภาพ – http://www.gaulgelaa.com/ – http://www.surayawillemsen.com

Read More »

เคล็ดลับเลือกเครื่องสำอางให้ใบหน้าสาวๆ สวยเด้งตลอดวัน

“ความสวย” สิ่งที่สาวๆ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งที่พวกเธอต่างใฝ่ฝันและต้องการมันมาครอบครอง หากใครไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง การแต่งหน้าถือว่าเป็นทางเลือกแบบรายวันที่จะช่วยเสริมบุคลิกให้สาวสวยใสได้มากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างสีสันให้ในแต่ละวันของสาวๆ ดูไม่ซ้ำซาก แต่สิ่งสำคัญที่ผู้หญิงส่วนใหญ่กังวลคือเครื่องสำอางบางชนิดที่เลือกใช้ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควร คงทนอยู่บนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อโดนแดด เหงื่อและฝุ่นละอองก็ทำให้ผิวหน้าคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใสไปได้ในพริบตา จนต้องหยิบแป้งมาเติมอย่างทุลักทุเลอยู่บ่อยๆ ดังนั้นสาวๆ ท่านใดกำลังประสบปัญหานี้ เราลองมาดูเคล็ดลับสำหรับการเลือกใช้เครื่องสำอางให้ติดทนนานแบบตลอดทั้งวันกันดีกว่าค่ะ ต้องรู้จักเตรียมผิวตัวเองเสียก่อน อย่าไปหวังพึ่งเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว เพราะการทำให้ผิวหน้าพร้อมรับกับเครื่องสำอางให้ติดทนนานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่า และยังช่วยเสริมให้เครื่องสำอางไม่ว่าจะราถูกหรือแพงสามารถติดคงทนได้มากกว่าการโบ๊ะลงไปแบบธรรมดาถึงสองเท่า หลักการเตรียมผิวหน้าที่ดีต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจรด โดยเฉพาะคราบสกปรกและความมันที่จะที่จะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องสำอางไม่ติดผิว ตามด้วยการใช้ครีมกันแดด และไพร์เมอร์เพื่อปกปิดรูขุมขนสำหรับคนที่มีปัญหาผิวขรุขระ ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวหน้ามากขึ้น จากนั้นจึงตามด้วยขั้นตอนการลงเบสและรองพื้นเป็นลำดับถัดมาตามปกติของสาวๆ ได้ค่ะ อย่าลืมสังเกตรายละเอียดบางจุดเพื่อความสมบูรณ์แบบ บางครั้งการเติมเต็มด้วยคอนซีลเลอร์และรองพื้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ใช่ว่าจะสามารถปกปิดความหมองคล้ำออกไปได้หมด ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทางที่ดีควรมองหาจุดด้อยของตัวเองเพื่อความมั่นใจ อย่างปัญหาใต้ตาคล้ำที่อาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์ในการลบร่องรอย และที่สำคัญการเลือกโทนสีที่ดีจะต้องเข้มกว่าผิวหน้าเรา 1 เบอร์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ บรัชออนเนื้อครีมติดแน่นทนนาน เพิ่มสีสันให้ใบหน้าด้วยสีชมพูหรือส้มอ่อนบนแก้มทั้งสองข้างด้วยบรัชออน ในที่นี้เราจะขอแนะนำบรัชออนแบบเนื้อครีมที่จะติดคงทนบนผิวหน้ามากกว่าแบบฝุ่น ช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ สวยใสได้อย่างเต็มที่ในระหว่างวัน แป้งผสมรองพื้นเพิ่มประสิทธิภาพ ตบท้ายด้วยแป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะมันอาจจะปลิวหายไปกับสายลมในระหว่างวัน ทางที่ดีควรเลือกใช้เป็นแป้งฝุ่นผสมรองพื้น ใช้ฟองน้ำชุบน้ำจนหมาดเกือบแห้งสนิทแตะแป้งที่ผสมรองพื้นเอาไว้ซับเบาๆ ไปตามผิวหน้าให้ทั่วบริเวณโดยไม่จำเป็นต้องเกลี่ยไปมา จะช่วยให้แป้งสามารถติดกับผิวหน้าได้นานขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความเนียนใสแตกต่างจากการใช้แป้งฝุ่นเพียงอย่างเดียว ที่มักจะทำให้หน้าของสาวๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ เพียงเท่านี้ การแต่งหน้าให้คงทนแบบตลอดทั้งวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่สาวๆ มั่นใจกับตัวเองได้แม้ว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่โหดร้ายก็ตาม แต่อย่าลืมหลังการแต่งหน้าแล้วควรล้างทำความสะอาดให้หมดจดเพื่อจะได้ช่วยป้องกันปัญหาสิวและอาการระคายเคืองทำให้ผิวหน้าสาวหมดสวยเอาได้ค่ะ ที่มาของภาพ http://makeupbysiham.blogspot.com/ และ http://www.agoracosmopolitan.com/

Read More »

เตือนภัย! ก่อนเลือกใช้เครื่องสำอางราคาถูก

เครื่องสำอางหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคนรักสวยรักงาม ไม่เว้นแม้จะเป็นผู้หญิงหรือกึ่งหญิง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่บนโลกที่เรายังไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากความเป็นคน “ธรรมดา” ได้ การสร้างความโดดเด่นหรือแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความมั่นใจให้กับตัวเองก็ถือว่าช่วยให้สาวๆ กล้าที่จะเดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกกันได้อย่างมีความสุขและเฉิดฉายได้แล้ว ปัญหาที่พบไม่ได้อยู่ที่ความรักสวยรักงามของสาวๆ แต่มันอยู่ที่จำนวนผลิจภัณฑ์เครื่องสำอางที่เกลื่อนกลาดอยู่ในท้องตลาด และใครๆ ต่างก็ต้องชอบของราคาถูกกันเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่มีความรู้มากพอและคิดว่าเครื่องสำอางทั่วไปที่สามารถทำให้ผิวหน้าของตัวเองดูดีขึ้นมาได้ก็คงจะไม่ต่างจากเครื่องสำอางราคาแพงอื่นๆ ที่มีคุณภาพ (แต่นั่นก็ไม่ได้รองรับว่าเครื่องสำอางที่แพงจะดีเสมอไป) การใช้เครื่องสำอางราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงที่มาที่ไป โดยเฉพาะแหล่งผลิต ส่วนผสมที่ใช้ ไปจนถึงการรับรองที่ได้มาตรฐาน เหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากสารพิษที่สะสมทำให้สาวๆ ต้องเผชิญกับผลข้างเคียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงก็เป็นได้ สารอันตรายที่พบได้ทั่วไปในเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพคือเครื่องสำอางที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากระบบอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีสารอันตรายอยู่ในสัดส่วนที่เกินความปลอดภัย โดยสารต่างๆ ที่เรามักพบและเป็นที่กังวลใจสำหรับคนที่ยังหันมาใช้เครื่องสำอางราคาถูกกันอยู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ 1.สาร พี วี พี มักพบได้ในเครื่องสำอางชนิดสเปรย์ เป็นสารละลายที่ช่วยทำให้เส้นผมแข็งตัว หากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้ อักเสบ เกิดผื่นแดง เมื่อซึมเข้าสู่ผิวจะส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกาย สิ่งที่ตามมาคือภาวะความเป็นพิษ ทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในผิดปกติและตามมด้วยการล้มเหลวของไตได้ 2.สี พาราฟินิลินไดอามิน เป็นสารเคมีที่พบได้ในน้ำยาย้อมผม โดยทั่วไปจะผสมในอัตราส่วนที่ไม่ส่งผลระคายเคืองกับผิวหนังมากนัก แต่บางชนิดสารชนิดนี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนังที่ถูกสัมผัส แสบร้อน บางรายรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการบวมแดง มีน้ำหนองไหลออกมา อาการยังสามารถลุกลามไปจนถึงดวงตาและผิวหนังใกล้เคียงได้หากไม่รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที 3.ไฮโดรควิโนน พบได้ในครีมลอกฝ้า เป็นสารเคมีที่จะลอกเอาผิวหนังชั้นนอกออกไป เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผู้ใช้จะรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นใช้ได้ผล เนื่องจากผิวที่ทาจะเริ่มมีความขาวมากขึ้นและรอยฝ้าสีดำๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหากยังไม่หยุดใช้ก็คือภาวะ “ด่างขาว” คล้ายคนถูกน้ำร้อนลวก ส่งผลให้ผิวหนังมีสีไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปิวบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายตามมาได้อีกด้วย นอกจากสารอันตรายเหล่านี้ที่เราควรหลีกเลี่ยง ทางที่ดีการดูแลผิวหน้าให้สวยใสคือการออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงเท่านี้สารอาหารที่ได้รับก็จะเข้าไปซ่อมแซมผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสโดยไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเลยล่ะค่ะ ที่มาของภาพ http://idiva.com/ และ http://fashionsy.com/

Read More »