Home / การดูแลเส้นผม / เปลี่ยนสีผมอย่างไรให้ปลอดภัยและสวยเงางาม

เปลี่ยนสีผมอย่างไรให้ปลอดภัยและสวยเงางาม

การเปลี่ยนสีผมเป็นหนึ่งในแฟชั่นยอดฮิตที่ยังคงได้รับความสนใจแพร่หลายกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่วัยรุ่น แถมแฟชั่นเหล่านี้ยังทำให้ผู้คนหันมาเปลี่ยนสีผมกันเป็นว่าเล่น สีผมในท้องตลาดที่มีให้เลือกใช้ก็มีตั้งแต่สีผมราคาแพงตามห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงสีผมตามท้องตลาดราคาถูก มีให้เลือกเกือบจะทุกสีสัน เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น และเป็นที่น่าตกใจว่าสีผมที่พบได้ตามท้องตลาดทั่วไป เป็นเพียงกระปุกสีในกล่องพลาสติกธรรมดา ไม่มีการระบุแหล่งผลิตหรือยี่ห้อในการจัดจำหน่าย เราจึงไม่อาจจะทราบได้เลยว่าสีผมที่เราเลือกใช้นั้นมีส่วนผสมของสารอันตรายอะไรบ้าง เมื่อเราเปลี่ยนสีผมบ่อยๆ ก็อาจจะส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพของเราในอนาคตตาม

hairgirl

จากเดิมที่การเปลี่ยนสีผมใช้เพียงเพื่อการปกปิดผมขาวในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในปัจจุบันการเปลี่ยนสีผมกลายเป็นความนิยมของวัยรุ่นที่รักสวยรักงาม หรือต้องการสร้างความแตกต่างให้เกิดการยอมรับจากเครื่องแต่งกายที่ไม่เหมือนใคร เราอาจจะเปลี่ยนสีผมกันบ่อยครั้ง และเพิกเฉยต่ออันตรายจากสารเคมีในยาย้อมผม เพียงเพราะเรายังไม่ทราบว่าสารเคมีเหล่านั้นกำลังค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเรา โดยเฉพาะส่วนของหนังศีรษะที่เต็มไปด้วยรูขุมขน ทำให้สารเคมีต่างๆ ที่สัมผัสสามารถส่งผ่านเนื้อเยื่อเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าการย้อมผมในแต่ละครั้งจะไม่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงอันตรายร้ายแรง นอกจากอาการระคายเคือง แสบคัน และเส้นผมที่แห้งเสียเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทว่าการเปลี่ยนสีผมมากเกินไป ก็ส่งผลให้ร่างกายของเราเกิดการสะสมเคมีมากขึ้นๆ อย่างไม่ทันได้ระวังตัว

color-hair1

ผลกระทบจากยาย้อมผมที่เราควรตระหนัก
ยาย้อมผมในท้องตลาดส่วนมาก เป็นยาย้อมผมที่ผลิตขึ้นจากสารเคมีด้วยกันเกือบจะทั้งสิ้น ดังนั้นอันตรายที่ส่งผลกระทบถึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่คนทำสีผมเท่านั้น เพราะยาย้อมผมก็สามารถส่งผลร้ายกับช่างเสริมความงามที่ต้องสัมผัสกับการทำสีผมอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้หลายๆ คนยอมรับว่าสุขภาพของตนเองนั้นย่ำแย่มากขึ้นจากการสูดดมและสัมผัสสารเคมี จนทำให้บางรายต้องถึงกับหยุดการให้บริการเปลี่ยนสีผมขั้นเด็ดขาดก่อนที่ร่างกายจะทรุดโทรมมากไปกว่าที่เป็นอยู่

Color

กลไกลการทำงานของยาย้อมผม
สำหรับกลไกการทำงานของยาย้อมผมประเภทเคมีนั้น เมื่อต้องการเปลี่ยนสีผม เราก็จำเป็นจะต้องให้สารเคมีเหล่านี้เข้าไปสัมผัสกับผิวหนังและเนื้อเยื่อของเราโดยตรง แถมภายในยาย้อมผมยังเต็มไปด้วยสารระเหยที่นอกจากเราจะรับเอาสารผ่านเข้าไปทางผิวหนังแล้ว เรายังมีโอกาสรับสารผ่านทางการหายใจได้อีกด้วย โดยสารเคมีต่างๆ ที่ผสมกับขึ้นมาจะทำปฏิกิริยาให้ผิวเส้นผมชั้นนอกของเราเกิดการบวม และแยกออกจากกัน หรือทำได้แม้กระทั่งการทำละลายเม็ดสีผมชั้นนอกเพื่อให้สีย้อมซึมผ่านเข้าไปยังเส้นผมกลางได้ จากนั้นตัวสีย้อมก็จะเข้ามาแทนที่เม็ดสีผมชั้นนอกที่สูญเสียไป ทำให้สีผมของเราเปลี่ยนไปตามสีที่ต้องการได้นั่นเอง

Wavy Red Hair. Fashion Girl Portrait.

สารเคมีอันตรายจากยาย้อมผมเคมี
สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบหลักของยาย้อมผมมีตั้งแต่ PPD หรือพาราฟีนิลีนไดดะมีน เป็นสีย้อมชนิดถาวร สามารถติดคงทนอยู่บนเส้นผมได้นาน มีผลให้เกิดผิวหนังเกิดการระคายเคือง เมื่อได้รับในปริมาณมากจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ มีผลต่อระบบประสาทและการทำงานของทางเดินหายใจ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด ต่อมาก็คือPTD หรือพาราโทลูอีนไดอะมีน เป็นสารที่จะช่วยให้เม็ดสียึดเกาะอยู่บนเส้นผม เชื่อกันว่ามีอันตรายรุนแรงน้อยกว่า PPD ทำให้ในหลายๆ อุตสาหกรรมการย้อมผมหันมาใช้ตัวนี้กันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบที่จริงจังแต่อย่างใด และสุดท้ายก็คือสารที่ชื่อว่า เปอร์ออกไซด์ เป็นสารที่จะช่วยให้สีย้อมยึดติดอยู่บนเส้นผมชั้นกลางได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนตัวละลายชั้นผิวนอกของเส้นผม ทำหน้าที่ในการฟอกสี ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายหากมีความเข้มข้นมาก โดยเฉพาะในกลุ่มยากัดสีผม เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากก็อาจจะทำให้เกิดอาการชักเกร็ง หมดสติ และเข้าสู่ภาวะโคม่าได้

hair-girl1

ทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับการย้อมผม
เมื่อได้ทราบถึงพิษภัยของสารเคมีในยาย้อมผมกันไปแล้ว ทำให้หลายๆ คนอาจจะเริ่มมองหาทางเลือกของยาย้อมผมที่เป็นสมุนไพรมากขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าจากผลการสำรวจในท้องตลาดนั้นแม้ว่าจะมีส่วนผสมของสมุนไพรอยู่ แต่เมื่อลองตรวจสอบสัดส่วนของสารประกอบแล้วพบว่ายังมีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบหลักอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นยาย้อมผมที่โฆษณาว่าตนเองผลิตจากสมุนไพรก็ไม่ได้ผลิตขึ้นมาจากสมุนไพรทั้ง 100% แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้วทางเลือกของการย้อมผมที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากสารเคมีมากที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสีผมให้ได้มากที่สุด ไม่ควรเปลี่ยนสีผมบ่อยครั้งจนเกินไป หรือทางที่ดีควรเปลี่ยนสีผมเพียงแค่ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง หรือหากจำเป็นต้องย้อมผม ก็ควรย้อมในขณะที่หนังศีรษะของเรามีความแข็งแรง ไม่มีบาดแผลหรือรอยถลอก มีการทดสอบอาการแพ้ก่อนภายใน 48 ชั่วโมง สวมถุงมือและผ้าปิดจมูกทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรง และอย่าพยายามย้อมสีผมให้สัมผัสกับหนังศีรษะ

ส่วนทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งก็คือการใช้เฮนน่า สมุนไพรอินเดียที่ได้รับความนิยม โดยการผสมเฮนน่ากับกาแฟหรือน้ำมะนาว สามารถที่จะเปลี่ยนสีผมได้หลากหลาย แต่ก็ขอบอกไว้ก่อนว่าสีเหล่านี้มักจะไม่ค่อยทำให้สีผมของเราดูเปลี่ยนแปลงออกไปมากนัก โดยเฉพาะคนที่มีผมสีดำอยู่ด้วยแล้ว

การหลีกเลี่ยงสารเคมีในน้ำยาย้อมผมด้วยทางออกที่ดีที่สุด ก็อาจจะเป็นการที่เรามีความพึงพอใจกับสีผมตามธรรมชาติของเรา มีการดูแลเอาใจใส่ให้เส้นผมมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ก็อาจจะเพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เราดูดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสีผมไปตามค่านิยมของสังคมอย่างที่หลายๆ คนกำลังเผชิญอยู่ก็เป็นได้

ที่มาของภาพ
– http://www.shineon.in.th
– http://beautifulstarthere.com/
– http://www.herb-health.com/2014/01/red-hairstyle.html
– http://www.meedmoh.com/webboard/index.php?topic=77064.0

About noona chin